ขยี้ 'แพทองธารโมเดล' เลี่ยงภาษีด้วยตั๋ว PN ใช้ช่องว่างทางกฎหมาย ตักตวงผลประโยชน์

27 มีนาคม 2568 - นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กกรณีการเลี่ยงภาษี 218 ล้านบาท โดยวิธีออกตั๋ว PN ของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ว่า ตามกฎหมายแบบตรงไปตรงมา หากเจ้าของกิจการที่เป็นพ่อแม่ ต้องการโอนหุ้นของบริษัทให้กับลูก ส่วนที่เกิน 20 ล้านบาท ลูกที่เป็นผู้รับ จะต้องจ่าย "ภาษีการรับให้" ในอัตรา 5%

การที่ลูกใช้กลวิธี ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน หรือตั๋ว PN ที่ไม่มีกำหนดการชำระเงิน ไม่มีดอกเบี้ย ให้พ่อแม่ โดยอ้างว่านี่ไม่ใช่การรับให้ แต่เป็นการซื้อหุ้นแบบซื้อเชื่อ โดยที่ไม่มีกำหนดว่าจะจ่ายเงินกันเมื่อไหร่ ช่องว่างทางกฎหมายที่เรียกว่า "แพทองธารโมเดล" นี้ จำเป็นต้องมีการวินิจฉัยอย่างเป็นทางการและเป็นลายลักษณ์อักษรจากกรมสรรพากรอย่างเร่งด่วน เพราะถ้าแพรทองธารโมเดลถูกกฎหมาย ประชาชน ที่เขากำลังจะโอนหุ้น โอนทรัพย์สิน โอนที่ดินให้กับลูก ลูกที่เป็นผู้รับให้ จะได้ใช้วิธีการนี้ เพื่อหลีกเลี่ยง การจ่ายภาษีการรับให้ ซึ่งอาจจะทำให้กรมสรรพากร ไม่สามารถจัดเก็บภาษีการรับให้ได้อีกเลย

อะไรที่ถูกกฎหมายโดยชอบธรรม ผู้ที่กระทำจะสามารถทำได้อย่างเปิดเผย บอกต่อได้ ขยายผลรณรงค์ให้ประชาชนทำเพิ่มได้ ยิ่งประชาชนทำมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นผลดีต่อสาธารณะ อย่างเช่น การลดหย่อนภาษี ด้วยการซื้อประกันชีวิต ซื้อ SSF RMF ThaiESG เป็นต้น เพราะยิ่งประชาชน ใช้สิทธิ์นี้ในการลดหย่อนภาษีเพิ่มขึ้น รัฐก็จะประหยัดงบประมาณในการดูแลประชากรในวัยเกษียณ และประชาชนที่ประสบกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน รวมทั้ง ยังเป็นการส่งเสริมการออม และการลงทุน ไม่ตราสารหนี้และตราสารทุนอีกด้วย

ที่ผมยืนยันว่า แพทองธารโมเดล เป็นช่องว่างทางกฎหมาย ก็เพราะว่า หลายคนที่บอกว่า ใครๆเขาก็ทำกัน แต่เราไม่แปลกใจเหรอครับว่า คนที่เขาทำแบบนี้กันไม่มีคนกล้าแสดงตัวเลย และการใช้ตั๋ว PN เพื่อเปลี่ยน จากการรับให้ ให้เป็นการซื้อหุ้น โดยที่ไม่มีกำหนดการจ่ายเงิน ไม่มีดอกเบี้ย แบบนี้ มองอย่างไรก็ไม่เกิดประโยชน์แก่สาธารณะ ในทางกลับกัน ยังเป็นการทำให้รัฐไม่สามารถจัดเก็บภาษีการรับให้ได้ ยิ่งทำมากเท่าไหร่ ประเทศชาติมีแต่จะเสียผลประโยชน์

อะไรที่เป็นช่องว่างทางกฎหมาย ที่มีผู้แสวงหาผลประโยชน์อย่างไม่เป็นธรรม คนที่เป็นนายกรัฐมนตรี หากพบช่องว่างสิ่งที่ควรทำคือ การเร่งรัดออกกฎหมาย หรือหามาตรการ ในการปิดช่องว่างทางกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมต่อประชาชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียแก่รัฐ

ไม่ใช่การที่นายกรัฐมนตรี กลับใช้ช่องว่างทางกฎหมายนั้น ในการตักตวงหาผลประโยชน์เสียเอง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปชน.ฟาดหนังสือ 'สกร.' ล้าหลัง-แพงเกินจริง จี้รัฐมนตรีเร่งสะสาง

สส.ปชน ฟาดหนังสือ 'สกร.' หลักสูตรไร้มาตราฐาน-ด้อยคุณภาพ ใช้มาเกือบ 20 ปี ซัดไม่ชอบมาพากล ส่อจัดซื้อไม่โปร่งใส จี้รัฐมนตรีเร่งเคลียร์ด่วน หวั่นลดความศรัทธาการศึกษาไทย รัฐมนตรีอาจเสียเก้าอี้ด้วย

ตายน้ำตื้น! 'สนธิญา' ร้องศาลฎีกาทบทวนคำสั่ง 10 สส.หลัง 'เท้ง' ขนสมาชิกแถลงหลังรับคำฟ้อง

'สนธิญา' ยื่นศาลฎีกา ทบทวนคำสั่ง 10 สส.พรรคประชาชน หยุดปฏิบัติหน้าที่ ปมแก้ ม.112 พ่วงสอบ 'เท้ง ณัฐพงษ์' ขัดคำสั่งศาล เหตุขึ้นเวทีแถลงข่าวหลังคำวินิจฉัย

เพิ่งตื่น! 'รอมฎอน' ชง 'โสภณ' ใช้อำนาจตั้ง กกต.ติดตามคดียิง 'กมลศักดิ์'

'รอมฎอน' ขอ 'โสภณ' ใช้อำนาจตั้งกรรมการ ติดตามคดีลอบยิง 'กมลศักดิ์' ชี้ถือเป็นการโจมตีสถาบันทางการเมือง ด้านประธานสภาแจงคดียังไม่มีอุปสรรค ปล่อยให้หน่วยงานดำเนินการ

'ฝ่ายค้าน' ดักคอประธานสภาอย่าชิงปิดประชุม เตะถ่วงตั้ง กมธ.วิสามัญแก้ปัญหาราคาพืชผล

จับตาเย็นนี้! ประธานฯชิงปิดประชุมสภา คุมกำเนิดตั้งกมธ.วิสามัญหรือไม่ ฝ่ายค้านผนึกกำลังจี้ตั้งกมธ.แก้ปัญหาพืชผล ซัด ‘ซูปเปอร์จี’ เกาไม่ถูกที่คัน ชี้ไลฟ์สดทุเรียนป่วนเกษตรกร ระบุ เรื่องใหญ่ไม่สามารถเข้ากรรมาธิการสามัญได้

'ศิริกัญญา' ยังติดใจบทกูรูเศรษฐกิจซัดแลนด์บริดจ์ให้ผลตอบแทนต่ำ!

'ศิริกัญญา' ติงรัฐบาล หลังพบผลตอบแทนโครงการแลนด์บริดจ์ต่ำไร้คนลงทุน หวั่นซ้ำรอยรถไฟฟ้าเชื่อมสามสนามบิน ประมูลก่อนแก้สัญญาทีหลัง ถามยังจะเดินหน้าต่อหรือไม่

เปิด 9 รายชื่อ 'ประธาน กมธ.' สัดส่วนพรรคประชาชน

พรรคประชาชน ได้มีการจัดประชุมและลงมติเลือกตำแหน่งประธานกรรมาธิการสามัญ (กมธ.) สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพรรคประชาชนได้โควตาจำนวน 9 กมธ. โดยการคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธานนั้น จะใช้วิธีการรับสมัครและให้แคนดิเดตแสดงวิสัยทัศน์ แล้วลงมติแบบลับ โดยใช้เวลาประชุมกว่า 6 ชั่วโมง