อดีตสว.สมชาย เปิด 10 ข้อสังเกต นายกฯอิ๊งค์ไปอังกฤษ ชี้หากสื่อตรวจสอบจะพบความจริง

23 พฤษภาคม 2568 - นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และอดีตบรรณาธิการข่าว อดีตนายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย โพสต์เฟซบุ๊กตั้งข้อสังเกตและตรวจสอบภารกิจการเยือนต่างประเทศของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งเดินทางไปประเทศอังกฤษว่า ข่าวแจกvsข่าวเจาะ #ภารกิจนายกจริงหรือ

ถ้าวันนี้ผมยังเป็นนักข่าวหรือเป็นบรรณาธิการข่าว ผมจะเลือกทำข่าวเจาะมากกว่า รับข่าวแจก ที่กองงานโฆษกทำเนียบรัฐบาลส่งมาให้ลงข่าว PR แบบไม่ตรวจสอบความจริง เพราะนักข่าวที่ดีมีจรรยาบรรณควรตั้งคำถามและทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน หรือ เป็น Investigative journalism แทนประชาชน ดังนี้ครับ

1)การเดินทางไปเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีไทยทุกกรณี ถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินทุกบาท ต้องเดินทางไปทำภารกิจให้กับรัฐบาล ประเทศชาติเท่านั้น ไม่ใช่การเดินทางไปเพื่อภารกิจส่วนตัวใดๆ

2)การเบิกงบประมาณที่ใช้ทั้งหมดในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรายชื่อคณะทีมงานที่ร่วมเดินทาง ต้องถูกตรวจสอบได้

3)ภารกิจเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรี ทุกครั้ง จำเป็นต้องมีโฆษก หรือเจ้าหน้าที่กองงานโฆษก หรือ มีนักข่าวโทรทัศน์หรือวิทยุ กรมประชาสัมพันธ์หรือ โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ร่วมทีม เพื่อประชาสัมพันธ์ข่าวให้ประชาชนทราบทุกการพบปะผู้นำต่างประเทศหรือ การเจรจาตกลงทางการค้าหรือการเจรจาทวิภาคี หาใช่การพิมพ์ข่าวแจกตามที่กองงานโฆษก นั่งเขียนและส่งข่าวให้กองบรรณาธิการ นสพ tv วิทยุ ฯลฯเพื่อลอกกันลงข่าวโดยสื่อที่ลงข่าวPR(อวย)ไม่รู้เห็นข้อเท็จจริง

4)อังกฤษออกจากสหภายุโรป หรือeu ด้วยการลงมติ Brexit ตั้งแต่ 23มิถุนายค คศ 2016 การเขียนข่าวนั่งเทียนว่าภารกิจบุกเบิกตลาดอียูที่อังกฤษ จึงเป็นการเขียนข่าวที่ไร้เดียงสาและปราศจากความรู้อย่างยิ่ง

5)การเดินทางไปเยี่ยมชมร้านขายของชำ wing yip super สาขา Cricklewood

ไม่ใช่ภารกิจหลักของตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่เป็นภารกิจของรมตพาณิชย์ หรือ ทูตพาณิชย์ ประจำกรุงลอนดอนอยู่แล้ว และไม่สามารถสร้างอุปสงค์ใดๆ ต่อสินค้าส่งออกเพราะคนไทยหรือคนเอเชียในอังกฤษรู้จักที่ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค ที่ไปจากไทย จีน เวียดนาม อินเดีย ฯลฯ ที่มีวางจำหน่ายในร้านขายของชำเอเชียทั่วไปที่มีมากมายตามเมืองใหญ่ในอังกฤษและผู้ยลบริโภครู้จักสินค้าในร้าน wing yip อยู่แล้วเดิมแล้ว4สาขา คือที่ สาขาเบอร์มิงแฮม แมนเชสเตอร์ ครอยดอน และคริกเกิลวูด การเลือกซื้อสินค้าเป็นปัจจัยความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยและเอเชียที่อังกฤษ เอง มิใช่แค่ข่าวPR การเดินไปดูของชำในsupermarket ของตำแหน่งนายกฯลฯ

6)การไปเยี่ยมค่ายมวย 1 แห่ง ในลอนดอน ไม่ใช่ภารกิจหลักของนายกฯ เป็นแค่ภารกิจระดับสมาคมมวยไทยหรือรมต ท่องเที่ยวและกีฬา ที่สำคัญคือ Fight City Gym - Moorgate ที่เดินทางไปเยี่ยมชมนั้น ไม่ใช่ค่ายมวยไทยตามที่เสนอข่าว แต่เป็น Gym ทั่วไปที่ใช้เพื่อออกกำลังกายและเปิดสอนศิลปะการต่อสู้ หลายหลาย เช่น คาราเต้ ยิวยิตสู มวยปล้ำ มวยสากล มวยไทยเป็น1ในหลักสูตรที่Gym สอนเท่านั้น

7)การประชุมที่สถานเอกอัครราชทูตไทยในลอนดอน และการแจกประกาศให้กับร้านอาหารไทยอังกฤษ เป็นภารกิจที่ไม่ใช่ภารกิจหลักของนายกรัฐมนตรี เพราะรมตพาณิชย์เคยทำมาแล้ว

หากสื่อมวลชนตรวจสอบข่าวจะพบว่า เคยเป็นกิจกรรม thai select ของกรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ ที่นายพิชัย นริทพันธุ์ เคยไปเป็นประธานแจกใบประกาศที่ โรงภาพยนตร์ ในห้าง Selfridges กรุงลอนดอน เมื่อ 20 กันยายน 2567

8)ภารกิจของนายกรัฐมนตรีในการเยือนอังกฤษอย่างเป็นทางการครั้งนี้ ไม่มีการพบปะนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีใดๆของอังกฤษ ไม่มีการลงนามทางการค้าใดๆกับภาครัฐและภาคธุรกิจ ของประเทศอังกฤษ และสหภาพยุโรป (EU)

การประชุมทั้ง3กลุ่ม และแจกใบประกาศต่างๆ คาดหมายว่า เกิดขึ้นที่ห้องประชุมในสถานเอกอัครราชทูตไทย ในกรุงลอนดอนเท่านั้นและอาจใช้เวลาอาจไม่นานมากนัก

9)การห้ามไม่ให้สื่อมวลชนรัฐและเอกชน โฆษก หรือกองงานโฆษกติดตามไปทำข่าว เป็นเรื่องน่าสนใจไม่แพ้กันกับภารกิจที่กองงานโฆษกแจกให้สื่อโดยที่โฆษกและเจ้าหน้าที่กองงานโฆษกไม่ได้ร่วมคณะไปด้วยนั้น เข้าข่ายสงสัยว่าข่าวที่แจกนั้นอาจไม่ใช่ภารกิจนายกรัฐมนตรี ในฐานะประมุขฝ่ายบริหารของประเทศ แต่สื่อมวลชน ที่ไม่มีสำนักข่าวใด

ไปทำข่าวที่อังกฤษเลยกลับโหมกระพรือPRว่าเป็นผลงานมากมาย จึงมีความน่าสงสัยในมาตรฐานสื่อมวลชนมากครับ

10)เสร็จการประชุม ที่สถานทูตไทย ณกรุงลอนดอน จัดขึ้นรวบ3คณะในที่เดียวกันแล้ว นายกฯ ขอแยกไปภารกิจส่วนตัว โดยมีข่าวว่าไม่ให้ข้าราชการติดตามหรือทราบภารกิจ นั้นเป็นเรื่องใด เป็นภารกิจลับส่วนตัวหรือภารกิจในฐานะนายกรัฐมนตรี

คณะกรรมการป.ป.ช. เคยมีมติชี้มูลความผิด ข้ารชการ นักการเมือง ระดับชาติ และท้องถิ่น ในการใช้งบประมาณเดินทางราชการไปทำภารกิจส่วนตัวทั้งในและต่างประเทศมาแล้วจำนวนมากครับ

สื่อมวลชนควรทำหน้าที่ wachtdog เป็น Investigative journalism แทนประชาชน ครับ

เพราะสังคมสงสัยและมีคำถาม ว่า ใช่ภารกิจนายกรัฐมนตรีและคุ้มค่าต่องบประมาณที่มาจากภาษีประชาชนทุกบาททุกสตางตชค์หรือไม่ อย่าให้สังคมไปเคลือบแคลงว่า เป็นภารกิจจัดฉากหรือไม่ เพราะความจริงที่สื่อตรวจสอบอาจพบว่า งานนี้อาจไม่เนียน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กลุ่มโปรอิหร่าน อ้างความรับผิดชอบต่อเหตุทำร้ายชาวยิวสองคนในลอนดอน

กลุ่มฮายี (Hayi) ซึ่งสนับสนุนอิหร่าน และไม่ค่อยเป็นที่รู้จักจนกระทั่งเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน ได้ออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ใช้มีดทำร้ายชาวยิวสองคนในลอนดอน

‘อิ๊งค์-เชน’ ที่ปรึกษาพท. ‘กกต.’ ยื่นพยาน 11 คนสู้

"เพื่อไทย" ดึง "แพทองธาร-ยศชนัน" นั่งที่ปรึกษา "จุลพันธ์" เมินคนนอกมองพรรควิกฤต "ภท." ประชุมใหญ่ ไม่เปลี่ยน กก.บห. "กกต." เตรียมยื่นบัญชีพยาน

ชื่นมื่น 'แพทองธาร' นำสมาชิกเพื่อไทย รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะผู้บริหารพรรค นำผู้บริการ แกนนำพรรค สส. สมาชิกพรรค รดน้ำดำหัวผู้อาวุโสของพรรค

'เพื่อไทย' จัดทัพใหม่! ผุดคณะผู้บริหาร ดึง 'อิ๊งค์-ดร.เชน' ร่วมวง

'เพื่อไทย’ ตั้ง กก.บห. เพิ่มอีก 13 คน 'จุลพันธ์' ชูโครงสร้างใหม่ มีเจ้าภาพรับผิดชอบแต่ละพื้นที่ เมินคนนอกมองพรรควิกฤต ผุดคณะผู้บริหารขับเคลื่อน ดึง ‘แพทองธาร-ยศชนัน’ นั่งกุนซือ