
'จตุพร' ย้ำคนไทยรักชาติ ไม่ชอบศึกรบล้มตาย แต่กระตุ้นเด็กชินฯ เล่นบทแข็งกร้าวเด็ดขาดย้อนบีบเจรจาอย่างสมน้ำสมเนื้อ สงสัยเตี๊ยมตบตากันหรือเปล่า ฟาดผู้นำชินฯ เฉื่อยชา อ่อนยวบ ไร้เกียรติศักดิ์ศรี เอาแต่อวดอ้างยกตนเป็นคนก้าวหน้า พ่นคาถาสันติภาพ เย้ยทำตัวหน่อมแหนม ยิ่งทำให้ผู้นำ 'ฮุน' ปัดเจรจา JBC รุกโขกสับ ส่วนไทยเก่งในบ้านโหมปลุกบ่อนกาสิโนทับถมให้บ้านเมืองฉิบหาย
6 มิ.ย.2568 - นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน โดยกล่าวถึงกัมพูชารุกล้ำดินแดนพิพาทกับไทยว่า แม้คนไทยไม่มีใครกระหายสงคราม แต่ผู้นำไทยโดยเฉพาะนายกฯ อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร และนายภูมิธรรม เวชยชัย รมว.กลาโหม กลับแสดงท่วงทำนองอ่อนแอ แบบไร้ศักดิ์ศรีเกินไปกับการแก้ปัญหาระหว่างประเทศ
นายจตุพร กล่าวว่า คนไทยสงสัยว่า ทำไมผู้นำไทยจึงมีท่าทีอ่อนยวบราวกับสยบยอมกัมพูชาที่ออกอาการแข็งกร้าวไม่เจรจาเจบีซี (JBC) กับไทย โดยจะยื่นข้อพิพาทให้ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศหรือศาลโลก (ICJ) ให้ชี้ขาดอย่างเดียว เมื่อเป็นเช่นนี้ ทำไมผู้นำไทยยังยืนกรานนุ่มนิ่มเจรจาเจบีซีอีก
"เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าไทยยังเล่นบทโง่ๆ อีก เมื่อตำแหน่ง (นายกฯ) คุณเป็นผู้นำ คนไทยจึงเรียกร้องให้คุณแสดงวุฒิภาวะผู้นำ เพราะบ้านเมืองขณะนี้ความเป็นชาติมันยิ่งใหญ่ ดังนั้น ต้องยืนด้วยเกียรติศักดิ์ศรี ถ้าแสดงความอ่อนแอแล้วคนในชาติจะเสียขวัญ ส่วนกัมพูชาแสดงออกด้วยท่วงทำนองเอาชาติเป็นหลัก ปลุกชาตินิยมฮึกเหิม แต่ไทยกลับแตกต่างเอาแต่พูดแบบเสียชาติเกิด ซึ่งไม่ไหว”
อีกทั้งกล่าวว่า ขณะที่ปัญหาชายแดนเริ่มพิพาทรุนแรงขึ้น ผู้นำไทยกลับเฉื่อยชา ไร้มาตรการรับมือกับความแข็งกร้าวของผู้นำกัมพูชา เอาแต่เร่งรีบโหมปลุกปั่นสร้างบ่อนกาสิโน ที่สำคัญรัฐบาลเผยธาตุแท้ยอมรับออกมาว่า ถ้าไม่มีบ่อนกาสิโนก็ไม่มีต่างชาติมาลงทุนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์หรือสถานบันเทิงครบวงจร
สิ่งสำคัญ ขณะนี้คนไทยกังวลกับปัญหาดินแดน และกระตือรือร้นบริจาคยางรถยนต์ ส่วนพระมอบข้าวสาร พร้อมกับสมทบเงินจำนวนล้านเป็นปัจจัยให้กับฝ่ายทหาร เมื่อคนทุกฝ่ายร่วมแรงใจเพื่อปกป้องชาติบ้านเมือง ส่วนรัฐบาลกลับสิ้นคิดประชุมจะสร้างบ่อนกาสิโนให้ได้ บริหารบ้านเมืองกันแบบนี้และยังแสดงท่วงทำนองเช่นนี้จึงกระทบกระเทือนความรู้สึกไม่พอใจคนไทยมากยิ่งขึ้น
“ผู้นำประเทศควรคิดเรื่องชาติบ้านเมืองเป็นหลักนำ ขณะที่ชาติกำลังเสี่ยงจะเสียดินแดน รัฐบาลกลับเชื่องช้า ล้าหลังกับมาตรการแก้ปัญหาดินแดน ทั้งที่คนไทยไม่ต้องการทำสงครามสู้รบ แต่อยากให้ผู้นำประเทศแสดงความเด็ดขาดในสถานการณ์ที่กัมพูชาแข็งกร้าวจะเอาดินแดนพิพาท”
พร้อมกับย้ำว่า เมื่อผู้นำไทยคุยโวมีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำกัมพูชา แล้ววันนี้มามีเหตุขัดแย้งเรื่องดินแดนพิพาทกันได้อย่างไร หรือทางกัมพูชารู้ว่ารัฐบาลไทยชุดนี้อ่อนแอและอยู่ได้อีกไม่นาน จึงฉวยโอกาสเรียกร้องอย่างแข็งกร้าวจะเอาดินแดนให้ได้
นายจตุพร กล่าวอีกว่า นักการเมืองบางคนสมัยหนึ่งจับอาวุธเข้าป่าทำสงครามสู้รบ มาสมัยนี้กลับเรียกหาสันติภาพ อย่างไรก็ตาม การเมืองระหว่างประเทศที่ขัดแย้งกัน แม้ไทยต้องยืนอย่างอดทน แต่อย่าแสดงความอ่อนแอให้เห็น ควรมีความพร้อมทั้งการรบและเจรจาอยู่ตลอดเวลา เพื่อหาทางออกร่วมกันให้ได้
ดังนั้น การแสดงออกด้วยท่วงทำนองแข็งแรงย่อมทำให้เกิดการเจรจาอย่างเสมอกัน แต่ขณะนี้รัฐบาลไทยไม่ได้ทำอะไร เอาแต่โชว์ความอ่อนแอแล้วอวดอ้างตัวเองเป็นพวกก้าวหน้า พูดคำหรูรักสันติภาพ จึงทำให้กัมพูชาจึงไม่เจรจาด้วย
"สิ่งสำคัญคือ ท่วงทำนองของผู้นำไทยต้องเท่าทันกับอารมณ์ความรู้สึกของคนไทย คุณ (นายกฯ- รมว.กลาโหม) ใหญ่มาจากไหนจึงมาทำให้คนไทยรู้สึกเจ็บใจ คุณจะเอาการเมืองเก่งขนาดไหน คุณก็เอาไม่อยู่หรอก บ่อนกาสิโนยังไม่มีปัญญาสร้างเลย นับประสาอะไรกับเรื่องดินแดน ถ้าเขา (ผู้นำกัมพูชา) เกรงใจคุณ เขาจะทำแบบนี้เหรอ ยกเว้นเตี๊ยมกันไว้"
อย่างไรก็ตาม นายจตุพร เชื่อว่า เมื่อทั้งสองประเทศมีท่วงทำนองเท่าเทียมกันคือ มีความพร้อมทั้งการเจรจาและรบ เมื่อการรบสร้างความเสียหายจึงต้องหันมาเจรจากัน ส่วนรัฐบาลไม่ยอมแสดงออกจริงจังแบบจัดเต็มกับปัญหาดินแดนพิพาท โดยเอาแต่ไปจัดเต็มในเรื่องส่วนตัวทั้งจะสร้างบ่อนกาสิโน หรือปรับ ครม. ดังนั้น ระวังประชาชนจะจัดเต็มกับรัฐบาลแบบนี้
“รัฐบาลชุดนี้เต็มไปด้วยปัญหาและความอ่อนแอ แล้วยังขัดแย้งกับกัมพูชาสะท้อนถึงความสุ่มเสี่ยงเสียดินแดนพิพาท ส่วนปัญหาเศรษฐกิจยังแก้ไขไม่ได้ แล้วจะสร้างบ่อนกาสิโนมาทับถมความฉิบหายให้บ้านเมืองอีก”
ไม่เพียงเท่านั้น สิ่งสำคัญการพูดของนายกฯ กรณีแหล่งพลังงานในทะเลจะแบ่งกันครึ่งต่อครึ่งกับกัมพูชานั้น ยิ่งทำให้คนไทยไม่เชื่อถือเพราะกลัวถูกกฎหมายปิดปากทำให้เสียดินแดนทางบก แล้วมาวันนี้กัมพูชาจะเอาดินแดนช่องบก กับ 3 ปราสาท คือ ตาเมือนธม ตาควาย และตาเมือนโต๊ด อีก ยิ่งก่อปัญหาสะสมอารมณ์ไม่พอใจให้คนไทยมากขึ้น
"ถ้ารัฐบาลมีปัญญา และนายกฯ บอกผูกพันสนิทกับผู้นำฮุนเซน ต้องรีบแสดงความสงบให้เห็น อีกทั้งเป็นที่สังเกตุว่า เมื่อนายกฯ ไปจีน กลับมานักท่องเที่ยวจีนหายไปประเทศอื่น และเพิ่งไปเยื่อนกัมพูชามา แล้วเป็นไงเกิดปัญหาดินแดนเลย ดังนั้น ทั้งหมดทั้งปวง ความสัมฤทธิ์ผลกับการแก้ปัญหาของประเทศเป็นปัญหากันจริงๆ ถ้ารัฐบาลเป็นแบบนี้อีกหน่อยคงเจอประกาศกฎอัยการศึกของทหารตามแนวชายแดน"นายจตุพร กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' ขึ้นเวทียูเอ็น ปลุกปฏิรูปสหประชาชาติ หนุนสร้างสันติภาพ
นายกฯ กล่าวถ้อยแถลงประชุม UNGA ย้ำจุดยืน 'ปฏิรูปสหประชาชาติ' เพิ่มเสียงที่เท่าเทียมของนานาชาติ สร้างสันติภาพและความมั่งคั่งร่วมกัน
มติกกต.คดีฮั้วสว.ซ้ำเติมวิกฤตศรัทธา จับตา 28 ก.ย. เติมเชื้อไฟให้ม็อบปชช.ลุกโชน
'จตุพร' ฟาด กกต.สะสมปัญหามากมาย ทำองค์กรเสมือนเลือกข้าง ลามการทำงานสิ้นความน่าเชื่อถือ เลือกตัดสินปัญหาทางใดย่อมก่อวิกฤตศรัทธา รอคดีขึ้นศาล จับตา 28 ก.ย.ศาล รธน.ตัดสินบาร์โคัดบัตรเลือกตั้ง จะเติมเชื้อไฟให้ม็อบ ปชช.ลุกโชนยิ่งขึ้น
'ทภ.2' แจงปม 'เขมร' ขุดคู-วางลวดหนาม เนิน 450 ช่องสะงำ
ทภ.2 แจง 'เขมรขุดคู-วางลวดหนาม' เนิน 450 ช่องสะงำ ชี้มีฐานทหารกัมพูชาอยู่ใกล้แนวเส้นปฏิบัติการของฝ่ายไทย 'กกล.สุรนารี' จับตาใกล้ชิด ย้ำไทยยึดข้อตกลงหยุดยิง-ปกป้องอธิปไตย
'จตุพร' แนะล้มรัฐบาลหนู ต้องยุให้ กกต. ไม่ส่งฟ้องคดีฮั้ว สว. เรียกคนชุมนุมมากขึ้น
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า สถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้ แต่ละฝ่ายเปิดเกมรุกเข้าใส่กันจนทำให้ช่วง 14 วันตั้งแต่ 14 ก.ย.-28 ก.ย. อยู่ในสภาวะปัญหามะรุมมะตุมจนชุลมุนวุ่นวายกันไปหมด
'จตุพร' เผยความเป็นพี่น้องกับ 'สนธิ' ยังบริบูรณ์ แต่หลักคิดไม่ผลีผลาม เพราะผลีผลามมาหลายเรื่องแล้ว
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อนกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานร่าง
กันยาเดือด! 'สนธิ' นำม็อบลงถนน กกต. เติมเชื้อ 'ฮั้ว สว.' ผสมศาลชี้คดีบาร์โค้ด
กันยาสะสมอารมณ์เดือด ปชช.เริ่มลงถนน 7 ก.ย. 'สนธิ' ไล่ทุนเทาทวงประเทศคืน หวั่น 14 ก.ย. กกต. เติมเชื้อ 'ฮั้ว สว.' ผสมศาล รธน.ชี้ชะตาบัตรเลือกตั้ง 28 ก.ย. ขณะที่ดาต้าเซ็นเตอร์ภัยวายวอด

