'ราชทัณฑ์' ยันพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาลฎีกา บังคับโทษ 'ทักษิณ'

‘ราชทัณฑ์’ พร้อมปฏิบัติตามคำสั่งศาลฎีกาฯ หากมีหมายขังจำคุก กรณีบังคับโทษตามคำพิพากษา ปมนัดไต่สวน ‘ทักษิณ’ นอนชั้น 14 รพ.ตำรวจ หลังถูกจับตาคดีประวัติศาสตร์ครั้งที่ 2 ต่อจาก ‘จตุพร พรหมพันธุ์’

13 มิ.ย. 2568 – จากกรณีวันที่ 13 มิ.ย. 68 ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดไต่สวน กรณีความปรากฏการบังคับโทษจำคุกนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยทนายผู้ได้รับมอบอำนาจจากนายทักษิณ (ลูกความ) เดินทางไปศาลฎีกาเพื่อชี้แจงรายละเอียด ขณะที่นายทักษิณ ไม่ได้เดินทางไปศาลฎีกา เนื่องด้วยศาลฎีกาไม่ได้มีหมายเรียก

ต่อมาในแวดวงนักวิชาการ นักกฎหมายมหาชน กูรูการเมือง ฯลฯ มีการวิเคราะห์ฉากทัศน์ถึงการไต่สวนของศาลฎีกาฯ ว่าอาจเป็นคดีประวัติศาสตร์ครั้งที่ 2 ต่อจากกรณีของนายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตประธาน นปช. ซึ่งศาลไต่สวนใหม่จากคำร้องของทนายความนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (อดีตนายกรัฐมนตรี) ว่ายังจำคุกไม่ครบ เหลืออีก 11 เดือนเศษ เพราะต้องนับโทษต่อกัน มิใช่นับโทษพร้อมกัน ดังนั้น แม้นายจตุพรพ้นโทษไปแล้ว 3 ปี และได้รับใบบริสุทธิ์แล้ว แต่เมื่อศาลไต่สวนเสร็จสิ้น จึงออกหมายขังให้กลับไปจำคุกใหม่ในคดีเดิม ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น

ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากกรมราชทัณฑ์ว่า หากมองเป็นกรณีก่อนหน้านี้ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาก่อนที่ให้มีการกลับไปจำคุกใหม่ในคดีเดิม ตามระยะเวลาต้องโทษที่เหลือตามที่ศาลได้ไต่สวนก็คือกรณีของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งในตอนนั้นกรมราชทัณฑ์ โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของศาล หากศาลออกหมายใดมายังจำเลย/ผู้ต้องหา ราชทัณฑ์ก็มีหน้าที่ปฏิบัติตาม ไม่ว่ากรณีดังกล่าวจะเป็นหมายขังระหว่างพิจารณาคดี หรือหมายจำคุก หรือหมายปล่อย หรือเบิกตัวจากเรือนจำ ฯลฯ เพราะกรมราชทัณฑ์จะรับหน้าที่ในการบังคับโทษและบริหารโทษเมื่อศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งต่อบุคคลนั้น

จึงยืนยันว่า ราชทัณฑ์ไม่สามารถดำเนินการนอกเหนือคำสั่งของศาลได้ ส่วนในกรณีของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้น ราชทัณฑ์มีหน้าที่รอคำสั่งของศาลฎีกาฯ เท่านั้น ว่าศาลจะสั่งว่าอย่างไรบ้าง ราชทัณฑ์ก็ต้องปฏิบัติตามคำสั่งศาล เช่น หากศาลมีคำสั่งให้กลับไปจำคุกระยะเวลาเท่าใด เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ก็ต้องคุมตัวไปคุมขังยังเรือนจำฯ ตามคำสั่งศาล ทั้งนี้ หากเป็นกรณีหมายขังของผู้ต้องขังเด็ดขาด จะไม่สามารถยื่นขอปล่อยตัวในชั้นศาลได้ แต่ถ้าหากบุคคลนั้น เป็นผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดี จึงจะสามารถยื่นคำร้องขอศาลปล่อยตัวในชั้นศาลได้.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ กกต.ยึดพยานหลักฐานคดีฮั้ว สว. ‘เส้นเงิน-โพย’ ชี้ชะตา 229 ผู้ถูกกล่าวหา

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุคดีฮั้ว สว.ที่อยู่ระหว่างการวินิจฉัยของที่ประชุมใหญ่ กกต. ต้องยึดข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนเป็นหลัก โดยเฉพาะ “เส้นเงิน” และ “โพย” ที่เชื่อมโยงการกระทำเป็นขบวนการ พร้อมย้ำผู้ถูกกล่าวหา

'จตุพร' กระทุ้งส้ม รีบยื่น ป.ป.ช. สอบ TH-AI Passport เย้ย 'ภาวุธ' ไม่กล้าซด DSI

'จตุพร' เย้ย ปชน. นักตรวจสอบทุจริต ขักช้าอยู่ไย รีบยื่น ป.ป.ช. สอบ TH-AI Passport 1.6 พันล้าน เหน็บ 'ภาวุธ' หากไม่เกี่ยว Forex ต้องกล้ายืนซด ตั้งโต๊ะแถลง อย่าหลบหลังแจงผ่านเฟซบุ๊ก

'เอกวิทย์-บิ๊กโจ๊ก' โคม่า! คณะผู้ไต่สวนอิสระศาลฎีกา มีมติแจ้งข้อกล่าวหาคดีสินบนทองคำ 246 บาท  

เอกวิทย์-บิ๊กโจ๊กโคม่า คณะผู้ไต่สวนอิสระศาลฎีกา มีมติแจ้งข้อกล่าวหาสี่ผู้เกี่ยวข้องคดีเรียกรับสินบนทองคำ 246 บาท ล้มคดีเว็บพนันออนไลน์

กังขารัฐใช้อำนาจ กดดันสื่อหรือไม่ จี้ 'หมาแก่-ดนัย' พูดให้ชัดเจน สกัดโรคแทรกป่วน

'จตุพร' กังขารัฐใช้อำนาจกดดันสื่อหรือไม่ 'หมาแก่-ดนัย' เท่านั้นรู้ข้อเท็จจริง จี้ให้พูดกันตรงๆ สกัดพวกโรคแทรกป่วน เชื่อไม่มีรัฐบาลไนในโลกเอาฝ่ามือปิดแผ่นฟ้าได้

'จตุพร' ชี้ 'ภูเก็ต' ผลประโยชน์มหาศาล ผู้ว่าฯจิตไม่แข็งเสียคนได้ ถ้าลูบหน้าปะจมูกปัญหาไม่จบ

'จตุพร' มองย้าย ผู้ว่าฯ กับรองฯ ภูเก็ต ยกชุด เหตุไม่ร่วมมือกันแก้ปัญหาให้ ปชช.ชี้ภูเก็ต เป็นแหล่งท่องเที่ยวมีผลประโยชน์มหาศาล ใครมาเป็นผู้ว่าฯ ต้องเจอปัญหากลุ่มทุนมาเฟียผู้มีอิทธิพล ถ้าจิตไม่แข็งพอก็เสียคน ถ้าลูบหน้าปะจมูกแก้ปัญหาไม่จบ

ปมที่ดิน จุดตายนักการเมือง-เศรษฐี “สหายแสง-ศุภชัย”ไม่ใช่รายสุดท้าย

จากกรณีเมื่อ 11 มิ.ย. ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาในคดีของ ศุภชัย โพธิ์สุ หรือสหายแสง อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีต