
24 มิ.ย. 2568- ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสารโพสต์เฟซบุ๊กว่านักการเมืองส่วนมากไร้จริยธรรม เห็นแก่ตัว พร้อมทำชั่ว พร้อมสนับสนุนคนชั่ว เพื่อประโยชน์ส่วนตัว
ประชาชนจำนวนหนึ่งคิดไม่เป็น เห็นแก่ได้ หลงเขื่อนักการเมืองที่เอาผลประโยชน์มาล่อ ก็เลือกเขา ไม่สนใจเรื่องดีชั่ว
สื่อมวลชนหลายสำนักไร้จรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ทำหน้าที่แบบไม่สนใจความถูกต้อง จ้องมองหางบประมาณ ด้วยการหนุนคนชั่ว
นักวิชาการบางคนขายวิญญาณ ช่วยสร้างความชอบธรรมให้นักการเมืองชั่ว เพราะหวังได้ตำแหน่ง
ข้าราชการบางคนช่วยให้นักการเมืองชั่วโกงชาติหวังได้เงิน ได้ตำแหน่ง
ผู้รักษากฎหมายบางคน ไม่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม ขาดความเข้มแข็งในการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งข้าราชการประจำบางคน เจ้าหน้าที่องค์กรอิสระบางคน และเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมบางคน
ทั้งหมดนี้คือเหตุปัจจัยที่ทำให้ประเทศไทยอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่เช่นนี้
แล้าเราจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้กันอีกนานไหม จะเป็นไทยเฉยกันอีกนานแค่ไหนคะ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เขาจะเลือกตั้งอะไรกัน
มีคนจำนวนมากเห็นป้ายติดตามเสาไฟฟ้า มีลักษณะเป็นป้ายหาเสียงเลือกตั้ง เพราะเห็นมีหมายเลขประกบกับรูปของคนที่สมัครลงรับเลือกตั้ง หลายคนเห็นก็พอจะรู้ว่ากำลังจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ
พระมหากษัตริย์ไทยคือธรรมราชา
คนไทยโชคดี เพราะตั้งแต่เรามีประเทศที่เป็นเอกราช พระมหากษัตริย์ของเราก็เป็นธรรมราชา คือทรงเป็นพระราชาที่ทรงธรรม ทรงมีทศพิธราชธรรมเป็นหลักธรรม 10 ประการที่พระมหากษัตริย์ของเราทรงยึดถือปฏิบัติเพื่อประโยชน์สุขของอาณา
ชัดเจน! 'นิพิฏฐ์' เผยความเชื่อ 5 ประการ ปีศาจทางการเมืองตัวใหม่กำเนิดขึ้นแล้ว
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตสส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ความเชื่อ 5 ประการ ของผม ผมเป็นเพียงอดีตนักการเมือง เป็นคนธรรมดา ไม่จำเป็นต้องใส่ใจความเห็นผม
ระบอบสีน้ำเงิน...อย่าฟังเพลินๆ...คิดให้ดี
ฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาลยังคงรุมด้อยค่า ด่ารัฐบาล ชักจะไปไกลอย่างน่าเป็นห่วง จากระบอบเนวิน ระบอบอนุทิน มาจนถึง “ระบอบสีน้ำเงิน”
'ดิเรกฤทธิ์' ชี้วิกฤตศรัทธาไม่ได้เกิดเฉพาะป.ป.ช. กำลังลามนักการเมือง-สถาบันทางการเมืองหลายแห่ง
ดิเรกฤทธิ์ ข้องใจเมื่อ ปชช.เห็นข้อกล่าวหา ข้อสงสัยเกิดขึ้น กลับไม่มีการยื่นตรวจสอบ หรือมีความพยายามปกป้องพวกเดียวกัน
วาทกรรมครอบงำสาวกผู้ภักดี
สังคมยุคนี้เขาเรียกกันว่าเป็น “สังคมข่าวสาร” เป็นสังคมที่มีการแข่งขันทางการเมืองใช้ “ข่าว” มากกว่า “เงิน” ดังนั้น คนที่ต้องการชัยชนะทางการเมืองจะต้องเก่งด้านการข่าวในทุกๆ มิติ 1)

