ทภ.2 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย -กัมพูชา ทหารไทย วางรั้วลวดหนามช่องอานม้าใหม่ หลังถูกทหารกัมพูชาตัด ขอบคุณประชาชนแจ้งแบะแสโดรน
6 สิงหาคม 2568 - ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปผลการปฏิบัติที่สำคัญของสถานการณ์ถึงวันที่ 6 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 น.ตามที่เกิดสถานการณ์สู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา
ภาพรวมสถานการณ์ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบกำลังทหารกัมพูชา ที่เข้ามาดำเนินการตัดลวดหีบเพลง ที่ทางฝ่ายไทยได้วางไว้เพื่อเสริมความมั่นคงในพื้นที่เขตอธิปไตยของไทย ณ บริเวณพื้นที่ตลาดช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี
โดยทางฝ่ายไทยได้ดำเนินการแจ้งให้ยุติการกระทำดังกล่าว พร้อมให้ถอยออกจากพื้นที่ ซึ่งฝ่ายกัมพูชาได้ปฏิบัติตาม และได้ออกจากบริเวณดังกล่าวในทันที ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เข้าดำเนินการกางลวดหีบเพลงให้เข้าสู่สภาพเดิม โดยปัจจุบันยังคงมีการตรึงกำลังที่ฐานปฏิบัติการในพื้นที่เขตอธิปไตยของไทย
การดูแลผู้อพยพ ส่วนราชการทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ยังคงให้การสนับสนุนอำนวยความสะดวกในพื้นที่รวบรวมพลเรือนทั้ง 356 จุด ใน 4 จังหวัด ปัจจุบันมียอดรวม 65,604 คน ทั้งนี้ทางฝ่ายปกครองได้จัดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เข้าดูแลพื้นที่ บ้านเรือนของพี่น้องประชาชนที่อพยพ อย่างต่อเนื่อง
จิตอาสาพระราชทาน เข้าเยี่ยม ให้กำลังใจ พร้อมกับมอบสิ่งของแก่ครอบครัว อส.ทพ. ประวิทย์ งามแสน กรมทหารพรานที่ 23 โดยมีแผนจะเข้าดำเนินการดูแลบ้านที่ทรุดโทรมของกำลังพลดังกล่าว ปัจจุบันกรมการทหารช่าง (โดย ช.11 พัน.602) อยู่ระหว่างเข้าดำเนินการในการปรับพื้นที่ รวมทั้งอำนวยความสะดวกในการขนย้ายสิ่งของอุปโภค – บริโภค ที่มาจากธารน้ำใจของพี่น้องประชาชน เพื่อดำเนินการส่งมอบความห่วงใยให้กับ ประชาชน และ กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ ต่อไป จัดโรงครัวพระราชทาน ในพื้นที่ 4 จังหวัด 15 แห่ง โดยมีจำนวนอาหารพระราชทาน ณ ปัจจุบัน 453,988 กล่อง
ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ได้แจ้งข้อมูลการตรวจพบอากาศยานไร้คนขับ “โดรน” ในพื้นที่ ตามหมายเลข 1374 เพื่อให้หน่วยความมั่นคงดำเนินการต่อไป
ขอบคุณหน่วยงานภาครัฐทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถในการให้ความช่วยเหลือ ดูแล และอำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนที่อพยพมายังพื้นที่รวบรวมพลเรือน
ความร่วมมือของทุกหน่วยงาน ทั้งฝ่ายความมั่นคง หน่วยแพทย์ หน่วยกู้ภัย ตลอดจนหน่วยงานด้านการปกครองและการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม มีส่วนสำคัญในการสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนแสดงถึงความเข้มแข็งและความมีน้ำใจของสังคมไทยในการดูแลเพื่อนมนุษย์ในยามวิกฤต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เพจดัง เตือนนายกฯอนุทิน คนไทยไม่ได้อยากเห็นแบบนี้ เรื่องระยำเขมรทำไว้ ยังจำได้ไม่ลืม
เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ภาพการหารือสามฝ่ายระหว่างไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์ ในการประชุมอาเซียน พร้อมข้อความว่า เปิดด่านเป็นอะไรนะครับ? ก่อนที่จะเปิดด่านหรือจะสร้างสัมพันธ์ที่ดีเขมร พวกเขมรต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกมันก่อก่อนครับ
'อนุทิน' เผชิญหน้า 'ฮุน มาเนต' หารือสามฝ่าย ชี้เป็นก้าวสำคัญสร้างสันติภาพไทย-กัมพูชา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมหารือสามฝ่าย ร่วมกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพื่อหารือสถานการณ์ไทย–กัมพูชา โดยฝ่ายฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนเป็นผู้ริเริ่มจัดการประชุมครั้งนี้
นายกฯอนุทิน ถึงฟิลิปปินส์ เตรียมหารือสามฝ่าย สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ค่ำนี้
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนางธนนนท์ ชาญวีรกูล ภริยานายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะ ประกอบด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางถึงฐานทัพอากาศ
ครม.ไฟเขียวยกเลิก MOU44 ’อนุทิน‘ ยันไม่โยงขัดแย้งเขมร ชูไทยแลนด์เฟิร์ส
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (
'สีหศักดิ์' คาดกัมพูชาตอบรับคุย 3 ฝ่าย เวทีอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ เน้นสร้างความไว้ใจกันก่อนเริ่ม GBC
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงท่าที่ของประเทศกัมพูชา จะร่วมตอบรับการประชุม 3 ฝ่าย ซึ่งจะเกิดขึ้นในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน (ASEAN Summit) ครั้งที่ 48 ณ ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 7-9 พฤษภาคมนี้หรือไม่ ว่า ทางเจ้าภาพคือประเทศฟิลิปปินส์กำลังประสานงานอยู่ เนื่องจากต้องการให้มีการพูดคุยกัน
เพจดัง ถามดังๆ ทำไมต้องเกรงใจเขมร สร้างรั้วกั้นชายแดนแต่ไม่อยากให้เป็นข่าว
เฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ข้อความว่า ไทยจะสร้างรั้วแต่ไม่อยากให้เป็นข่าว เพราะกลัวเขมรมาห้อมล้อมกดดัน คำถามคือทำไมต้องกลัวต้องเกรงใจเขมรขนาดนั้น ในเมื่อเส้นเขตแดนจากหลักที่ 52-54 มันตกลงกันได้แล้ว

