'ปลอดประสพ' แจงชัดๆ 9 ข้อ 'ฮุนเซน' แพ้แน่นอน ประชาชนจะลุกฮือขับไล่

1 กันยายน 2568 - ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตรองนายกรัฐมนตรี สมาชิกพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ฮุนเซ็นกำลังแพ้แน่นอน เพราะความหุนหัน พลันแล่น ความบ้าอำนาจไม่จบสิ้น ประกอบกับความชั่วร้ายที่สิงสถิตย์อยู่ในตัวเอง ฮุนเซ็นแพ้อย่างแน่นอน

1. ฮุนเซ็นแพ้สื่อออนไลน์ของทั้ง ประเทศไทยและในเขมรเอง รวมทั้งเหล่าทหารเขมรที่ชอบทำcontent มาโชว์กันทำให้เรารู้ความลับในเขมรเยอะ

2. ประเทศไทยสามารถเปิดโปงในเวทีโลกเรื่องทุ่นระเบิดและการโจมตีเป้าหมายพลเรือน โดยเฉพาะโรงพยาบาล

3. กองทัพเขมรไม่สามารถต้านทานกองทัพไทยที่ใหญ่โตและแข็งแกร่งได้ จึงเสียกำลังพลไปถึง 5,000 คน และคลังอาวุธที่สำคัญก็ถูกเครื่องบินของไทยโจมตีทำลายไปมาก

4. ฮุนเซ็นเป็นทหารราบโบราณ จึงไม่เข้าใจกำลังรบหรือแสนยานุภาพทางอากาศ จึงไม่ได้มีการเตรียมเครื่องบินรบและจรวดต่อต้านอากาศยานที่มีประสิทธิภาพไว้แม้แต่น้อย

5. ฮุนเซ็นไม่นึกว่า กำลังทางตอนใต้ของเขมรเอง จะปฏิเสธการรบขนาดใหญ่กับกองทัพภาคที่ 1 และทร./นย. ของไทย การเคลื่อนย้ายกำลังของเขมร ทางฝ่ายเขมรเองจะแอบบอกทหารไทยก่อนทุกครั้ง และยังแจ้งมาด้วยว่า ไม่ประสงค์จะรบหรือปะทะ หากมีการย้ายก็เพื่อทำตามคำสั่งหรือทดสอบปฏิกิริยาของกองทัพไทยเท่านั้น

6. ฮุนเซ็นนึกไม่ถึงว่า กองทัพไทยจะฮึดรุกเขมรในเวลาสั้นๆ เพียง 4 ชั่วโมงหลังการประกาศหยุดยิง จนสามารถยึดจุดยุทธศาสตร์ได้ถึง 11 จุด หรือแม้แต่ปราสาทตาควายเอง แม้ว่าทหารเขมรจะยึดตัวปราสาทได้ แต่ก็ไม่สามารถส่งกำลังบำรุงเข้าไปได้

7. ฮุนเซ็นมองจีนแบบของตาย เชื่อว่า จีนยังไงก็จะเข้ามาแทรกแซง สงครามก็จะหยุดได้โดยเร็ว ปรากฏจีนกลับประกาศ “ จีนไทยพี่น้องกัน” ทำให้ฮุนเซ็น ต้องหันไปหลอกประธานาธิบดีTrump ของสหรัฐ ซึ่งท่านTrumpนั้นเขี้ยวลากดินกว่าฮุนเซ็นมากมายนัก ผลจึงออกมาเหลว

8. ฮุนเซ็นทำแน่ ประกาศปิดด่าน ประกาศไม่ซื้อน้ำมันจากไทย ผลคือกำลังอดตาย ยิ่งกว่านั้นยังไปหลอกแรงงานเขมรในไทยให้กลับบ้านไปทำงาน ปรากฏว่ากลับไปแล้วไม่มีงานทำ กลายเป็นหอกข้างแคร่ไปแล้ว

9. นิสัยความไม่ไว้วางใจใครของฮุนเซ็น เมื่อประกาศหยุดยิงและรู้ว่าทหารของตนสู้ทหารไทยไม่ได้ จึงฝันร้ายว่า ทหารไทยจะบุก จึงเที่ยววางกับระเบิดเพื่อป้องกันตนเอง แต่สุดท้าย แม้ทำร้ายทหารไทยได้บ้าง แต่เขมรก็ถูกประณามและก็ถูกลงโทษในการใช้ทุ่นระเบิดบุคคลซึ่งสนธิสัญญาOttawa ได้ห้ามไว้ และยังจะเปิดโอกาสให้ทหารไทยตอบโต้ด้วยอาวุธได้เต็มที่

สรุปฮุนเซ็น ตายอย่างเขียดแน่นอน ประเทศไทย คนไทย ทหารไทย ขอให้ใจเย็นๆ เชื่อขนมกินได้ ทหารเขมรจะกระด้างกระเดื่องจนถึงปฏิวัติ ประชาชนจะลุกฮือขับไล่ พรรคของเขาจะล้มละลาย ย้อนดูประวัติศาสตร์เขมรสิครับ มีครั้งไหนไม่หักหลังและฆ่ากันเอง เพียงแต่ว่า เมื่อถึงวันนั้นก็อย่ามาพึ่งไทยอีกก็แล้วกัน “กูเข็ดแล้ว”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'อนุทิน' ลั่นไม่มี MOU 44 อีกแล้ว ประชาชนสบายใจได้ เกาะกูดเป็นของประเทศไทย

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าโดยปกติผมเป็นคนที่ทำงานใดๆแล้วไม่ประสงค์ที่จะต้องออกมาประโคมข่าวหรือสร้างความสำคัญให้กับตัวเองเพราะหน้าที่ในการเป็นนายกรัฐมนตรีก็คือต้องทำทุกอย่าง ทุกเรื่อง ทำยังไงก็ได้ที่ก่อให้เกิดคุณประโยชน์ต่อประเทศไทยและพี่น้องประชาชนของผม

ไทยรายงานสหรัฐฯ แฉเมืองโอร์เสม็ด กัมพูชา เป็นแหล่งค้าอวัยวะมนุษย์ กักขังทรมานแรงงาน

ไทย-สหรัฐ ร่วมมือยกระดับการปราบปรามการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ คาดโอร์เสม็ดเป็นแหล่งค้าอวัยวะ

กัมพูชามั่ว! ไทยอย่ารั่วตาม 'ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ' ไม่จำเป็น

รศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ *กัมพูชามั่ว…ไทยอย่ารั่วตาม! โดยระบุว่า

เพจดัง เตือนนายกฯอนุทิน คนไทยไม่ได้อยากเห็นแบบนี้ เรื่องระยำเขมรทำไว้ ยังจำได้ไม่ลืม

เพจเฟซบุ๊ก Thai Burma railway ทางรถไฟสายมรณะ โพสต์ภาพการหารือสามฝ่ายระหว่างไทย-กัมพูชา-ฟิลิปปินส์ ในการประชุมอาเซียน พร้อมข้อความว่า เปิดด่านเป็นอะไรนะครับ? ก่อนที่จะเปิดด่านหรือจะสร้างสัมพันธ์ที่ดีเขมร พวกเขมรต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกมันก่อก่อนครับ

'อนุทิน' เผชิญหน้า 'ฮุน มาเนต' หารือสามฝ่าย ชี้เป็นก้าวสำคัญสร้างสันติภาพไทย-กัมพูชา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมหารือสามฝ่าย ร่วมกับสมเด็จมหาบวรธิบดี ฮุน มาแนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายแฟร์ดีนันด์ มาร์โคส จูเนียร์ ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ เพื่อหารือสถานการณ์ไทย–กัมพูชา โดยฝ่ายฟิลิปปินส์ในฐานะประธานอาเซียนเป็นผู้ริเริ่มจัดการประชุมครั้งนี้

'สีหศักดิ์' ย้ำ ยกเลิก MOU 44 แต่ไม่ยุติเจรจา หลังกัมพูชาโวย

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ค