'เทพไท' ฝากถึง 'ทักษิณ' ยึดธรรมะ 'กัมมุนา วัตตติโลโก'

12 ก.ย. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ทักษิณ : กัมมุนา วัตตติโลโก

การแถลงข่าวของ พ.ต.ท.เชน กาญจนาปัจจ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ ได้ออกมาแถลงข่าว ถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการคุมขังนายทักษิณ ชินวัตร ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งให้จำคุกเป็นเวลา1ปี ว่า 2 คืนที่ผ่านมา นายทักษิณ ทำตัวเป็นปกติ ทานอาหารมื้อเช้าด้วยไข่ต้ม 2 ฟอง พร้อมกับกาแฟ นอนหลับดี ไม่มีการเรียกร้องสิทธิพิเศษใดๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า นายทักษิณได้เตรียมตัวเตรียมใจ และทำใจรับสภาพการเป็นนักโทษได้แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดี ที่นายทักษิณไม่ได้ทำตัวเป็นนักโทษเทวดา หรือเป็นอภิสิทธิ์ชน

การที่นายทักษิณปฏิบัติตามระเบียบเงื่อนไขของกรมราชทัณฑ์ หรือระเบียบของเรือนจำ ก็เป็นเรื่องที่น่ายกย่อง และไม่สร้างความหนักใจให้กับผู้คุมหรือเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ จะเห็นได้ว่า การถูกคุมขังในฐานะนักโทษไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ากลัว หรือเป็นสิ่งที่เป็นอันตรายใดๆ นายทักษิณก็ควรจะเข้าใจ ถ้าหากว่านายทักษิณทำใจได้เช่นนี้ การที่นายทักษิณกลับมาประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566 และครั้งนั้นถ้าหากนายทักษิณไม่ถือทิฐิ ที่ประกาศว่า จะกลับมาแบบเท่ๆ ไม่ยอมติดคุกแม้แต่วันเดียว ถ้ายอมลดทิฐิและปฏิบัติตามเงื่อนไขหมายศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายทักษิณเข้าสู่เรือนจำเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะนานหรือเร็วแค่ไหน ถ้าได้เข้าเรือนจำถูกต้องตามระเบียบ หากเกิดเจ็บไข้ได้ป่วย จะต้องไปรักษานอกเรือนจำก็เป็นสิทธิ์ที่ทำได้ และจะไม่เป็นปัญหาหรือข้อครหาเหมือนกับปัจจุบัน

แต่ที่ผ่านมาทักษิณไม่ยอมเข้าคุกเลยแม้แต่วันเดียว หรือวินาทีเดียวด้วยซ้ำไป แต่ว่าครั้งนี้ได้เห็นว่า นายทักษิณก็ได้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกรมราชทัณฑ์ เห็นได้จากการเปลี่ยนชุดแต่งตัวนักโทษเด็ดขาด ซึ่งปรากฏภาพให้เห็นกัน

สิ่งที่น่ากังวลต่อไป คือนายทักษิณจะถูกคุมขังเป็นเวลา 1 ปี หรือ 8 ปีตามโทษเดิม เพราะปัญหาอยู่ที่การขอพระราชทานอภัยโทษครั้งที่ผ่านมา ว่าได้ทำถูกต้องและชอบธรรม หรือถูกต้องตามระเบียบหรือไม่ การขอพระราชทานโทษตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ จะต้องเป็นนักโทษเด็ดขาด และต้องเขียนในขณะที่ถูกจองจำอยู่ในเรือนจำ ซึ่งที่ผ่านมามีนักโทษหลายคนใช้สิทธิ์ขอพระราชทานอภัยโทษ แต่กระบวนการขอพระราชทานอภัยโทษใช้เวลายาวนาน 2 ปี 3 ปี หรือ 5 ปีก็มี แต่ในกรณีของนายทักษิณ การขอพระราชทานอภัยโทษใช้เวลาเพียง 2 วันเท่านั้น

ถ้าเทียบกับกรณีของผม ในฐานะที่เป็นนักโทษคนหนึ่งในขณะนั้น ได้ขอพระราชทานอภัยโทษเช่นเดียวกัน จนถึงบัดนี้ผมพ้นโทษไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ทราบข่าวความคืบหน้า ว่าขั้นตอนกระบวนการขอพระราชทานอภัยโทษของผม ดำเนินการไปถึงไหน ขณะที่ของนายทักษิณใช้เวลาเพียง 2 วัน แต่ผมใช้เวลา 2 ปีกว่า ก็ยังไม่ทราบข่าวความคืบหน้า ซึ่งเป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำในหมู่นักโทษเป็นอย่างยิ่ง

การที่นายทักษิณจะได้สิทธิ์พิเศษได้รับการปฏิบัติที่ดีเป็นเรื่องที่ทำได้ เพราะท่านเป็นบุคคลวีไอพี แต่ว่าการถือปฏิบัติในเรื่องระเบียบ เป็นเรื่องที่ไม่ควรที่จะสร้างความเหลื่อมล้ำให้กับนักโทษ หรือในหมู่นักโทษทั่วไป จึงอยากจะให้นายทักษิณได้ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของกรมราชทัณฑ์และเรือนจำโดยเคร่งครัด ส่วนการอำนวยความสะดวก เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่เรือนจำที่สามารถทำได้ ในฐานะเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่ง ซึ่งสามารถที่จะดูแลเอาใจใส่ แต่ไม่ได้เป็นการฝ่าฝืนหรือปฏิบัติเหนือจากกฎระเบียบของเรือนจำ

การที่นายทักษิณทำใจ และปฏิบัติตามระเบียบของเรือนจำโดยไม่มีปัญหาใดๆ ในระหว่างที่ถูกจองจำ ก็เป็นเรื่องที่ดี อยากให้นายทักษิณได้คิดว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม และเป็นสัจธรรมของมนุษย์ ขอให้ใช้หลักธรรม นั่งสมาธิ ทำใจให้ว่าง และคิดเสียว่า กัมมุนา วัตตติโลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ถ้าเข้าใจเช่นนี้ จะทำให้มีสุขภาพจิตที่ดีอย่างแน่นอน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชำแหละ! 5 จุดอ่อน สส. สภาชุดนี้ หนักใจมาตรฐานถดถอย

นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์คลิปและข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "จุดอ่อนของ สส.ในสภาชุดนี้" โดยระบุว่า

ตุลาการเดือด! '12 ก.บ.ศ.' ชงปธ.ศาลฎีกา ตั้งคณะทำงาน 'บังคับโทษ' คดีร้ายแรง ป้องกันกระทำผิดซ้ำ

ตุลาการเดือด! 12 ก.บ.ศ.ลงชื่อเสนอ ปธ.ศาลฎีกา ตั้ง คกก.ศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญา หลังปรากฎข่าว คดีโทษประหาร แต่ติดคุกจริงไม่กี่ปี ชี้ส่งผลสังคมไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมอาญาทั้งระบบ

'สุรเดช' ข้องใจ 'เล่าต๋า' จากคุกตลอดชีวิตเหลือไม่ถึง 10 ปี จี้สอบเส้นเงินผู้มีอำนาจ

‘สุรเดช’ ยกกรณี ‘เล่าต๋า’ สะท้อนช่องโหว่หลักเกณฑ์ลดโทษ ข้องใจ เหตุใดมีการรับโทษเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบอัตราโทษจำคุกตลอดชีวิต