
15ต.ค.2568- นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความ เรื่อง หลักเกณฑ์การร้องเรียน องค์กรผู้วินิจฉัย และการผูกพันตามคำวินิจฉัยคดี CAT มีเนื้อหาดังนี้
------
ตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี” (Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment – CAT)
1. หลักเกณฑ์การร้องเรียน (Complaint Procedures)
อนุสัญญาฉบับนี้เปิดโอกาสให้มีการร้องเรียนเรื่อง “การทรมาน” ได้ 3 ช่องทางหลัก ตามข้อ 20–22 ของอนุสัญญา โดยมีลักษณะดังนี้
1) การร้องเรียนระหว่างรัฐ (ข้อ 21)
(1)รัฐภาคีสามารถร้องเรียน “รัฐภาคีอื่น” ที่เห็นว่ามีการละเมิดอนุสัญญา
(2) ใช้ได้เฉพาะในกรณีที่ทั้งสองรัฐได้แสดงยินยอมให้ใช้กระบวนการนี้ไว้ล่วงหน้า
(3) เป็นกระบวนการทางการทูต โดยคณะกรรมการต่อต้านการทรมาน (CAT Committee) จะพยายามให้มีการไกล่เกลี่ยก่อน
2) การร้องเรียนโดยบุคคล (Individual Complaint – ข้อ 22)
บุคคลหรือกลุ่มบุคคลสามารถยื่นคำร้องต่อ คณะกรรมการ CAT ได้โดยตรง
เงื่อนไขสำคัญคือ:
(1)ประเทศที่ถูกร้องเรียนต้องเป็นภาคีของอนุสัญญา
(2) และต้องได้ให้ “การยินยอมตามข้อ 22” (Declaration under Article 22) แก่สหประชาชาติไว้ก่อน
ผู้ร้องต้องใช้ช่องทางภายในประเทศจนหมดสิ้นก่อน (exhaust domestic remedies)
คณะกรรมการ CAT จะพิจารณาคำร้องเป็น “การพิจารณาลับ” (confidential procedure)
3) การตรวจสอบเชิงระบบ (Inquiry Procedure – Article 20)
(1)หากคณะกรรมการ CAT ได้รับข้อมูลที่น่าเชื่อถือว่ามี “การทรมานอย่างเป็นระบบ (systematic torture)” ในประเทศภาคีใด คณะกรรมการ CAT สามารถทำการสืบสวนลับได้
(2) ใช้ได้เฉพาะกับประเทศที่ไม่ได้สงวนสิทธิตามข้อ 28 (บางประเทศเลือกไม่ยอมรับอำนาจนี้)
2. องค์กรผู้วินิจฉัย: คณะกรรมการต่อต้านการทรมาน (Committee against Torture – CAT)
องค์ประกอบ
1)มีสมาชิก 10 คน
2) เป็นผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านสิทธิมนุษยชนที่ได้รับเลือกโดยที่ประชุมรัฐภาคี
3) วาระ 4 ปี และเลือกใหม่ได้
หน้าที่หลัก
1)ตรวจสอบรายงานประจำประเทศ (Periodic Reports) – รัฐภาคีต้องรายงานมาตรการต่อต้านการทรมานทุก 4 ปี
2) พิจารณาคำร้องเรียนของบุคคลหรือรัฐ
3) ทำการสืบสวนเมื่อมีหลักฐานการทรมานอย่างเป็นระบบ
4) ให้ข้อเสนอแนะทั่วไป (General Comments) เกี่ยวกับการตีความบทบัญญัติของอนุสัญญา
3. การผูกพันตามคำวินิจฉัย (Legal Effect)
1)คำวินิจฉัยของคณะกรรมการ CAT ไม่ใช่ “คำพิพากษา” ที่มีผลบังคับตามกฎหมายโดยตรง
แต่ถือเป็น “ความเห็นเชิงวินิจฉัย (Views)” ที่มีน้ำหนักทางกฎหมายระหว่างประเทศสูง
2) รัฐภาคีที่ยอมรับกระบวนการตามข้อ 22 มีพันธกรณีทางศีลธรรมและการเมืองระหว่างประเทศ
ในการ “พิจารณาอย่างจริงจัง” และ “ดำเนินการแก้ไขหรือเยียวยา” ตามข้อเสนอของคณะกรรมการ CAT
3) หากประเทศเพิกเฉย อาจส่งผลให้:
(1)ถูกวิพากษ์ในรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
(2) เสียภาพลักษณ์ในเวทีสิทธิมนุษยชน (Universal Periodic Review – UPR)
(3) ถูกใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องร้องในกลไกสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาคหรือในศาลระหว่างประเทศ
4. ตัวอย่างประเทศที่ยอมรับกระบวนการร้องเรียนส่วนบุคคล (ณ ปี 2024)
กว่า 70 ประเทศให้การยินยอมตามข้อ 22 แล้ว เช่น
แคนาดา, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, สวีเดน, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย
ประเทศไทยและกัมพูชายังไม่ได้ให้คำประกาศตามข้อ 22
ดังนั้น บุคคลในไทยและกัมพูชายังไม่สามารถร้องเรียนโดยตรงต่อคณะกรรมการ CAT ได้
แต่สามารถร้องเรียนผ่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (HRC) หรือผ่านกระบวนการ UPR ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นักวิชาการอิสระ' ถามเลือกตั้งล่วงหน้าได้ แต่ลงประชามติล่วงหน้าไม่ได้ ควรแก้ไขหรือไม่
หลายคนสงสัย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา หลายคนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้า แต่กลับไม่มีบัตรลงประชามติให้กา ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญระดับชาติเหมือนกัน
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาวิพากษ์ชำแหละปมแก้รัฐธรรมนูญรายมาตราคุ้มค่าจริงหรือ!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาสรุปให้ง่ายๆ 8 ก.พ.ไปลงประชามติเรื่องอะไร!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาชี้ 'ภูมิธรรม–ทวี' รอด! ส่งผลสะเทือน สว.ที่เล่นบทเหยื่อกระอัก
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
ทร.แจงเหตุแก๊งจีนรื้อลวดหนามบ้านท่าเส้น ฉก.นย.ผลักดันกลับพร้อมวางแนวลวดหนามใหม่
ทร. แจงเหตุแก๊งจีนรื้อลวดหนาม บ้านท่าเส้น หวังเอาทรัพย์สินคืน ไม่พบเจตนาละเมิดไทย ฉก.นย.ผลักดันกลับ พร้อมวางแนวลวดหนามใหม่ ยืนยันควบคุมพื้นที่ตามแนววางกำลังตามข้อตกลงร่วม ยอมรับไม่สบายใจ แต่พยายามทำดีที่สุด
อดีตผู้พิพากษาไขข้อข้องใจเมื่อ 'ป.ป.ช.' ถูกกล่าวหาว่าทุจริตใครตรวจสอบ!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา

