'เทพไท' ชี้หัวหน้าใหม่เพื่อไทยไม่ใช่แคนดิเดตนายกฯ ชินวัตรยังคุมทิศทาง

1 พฤศจิกายน 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส.นครศรีธรรมราช โพสต์เฟซบุ๊กว่า ผมขอแสดงความยินดีกับคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ในฐานะที่เป็นนักการเมืองร่วมสมัย และเป็นนักการเมืองรุ่นเดียวกัน เมื่อได้รับความไว้วางใจจากสมาชิกให้เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งตรงตามความคาดหมาย และผลการวิเคราะห์ ซึ่งผมได้วิเคราะห์ก่อนหน้านี้แล้วว่า คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ จะได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้วยเหตุผลเป็นคนรุ่นกลาง เป็นคนรุ่นไม่ใหม่ไม่เก่าเกินไป ประสานงานได้กับทุกฝ่าย มีความอาวุโสทางการเมืองพอสมควร เป็นส.ส.5สมัย มีความรู้ด้านเศรษฐกิจตามความต้องการของคนพรรคเพื่อไทย เป็นการปลอบใจนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ บิดาของคุณจุลพันธ์ ที่น้อยใจพรรคลาออกจากสมาชิกพรรคไป เมื่อลูกชายได้รับการเลือกตั้งให้เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ผู้ที่เป็นพ่อก็คงจะคลายความน้อยอกน้อยใจลงไปบ้าง และที่สำคัญที่สุดคุณจุลพันธ์ได้รับไฟเขียวจากบ้านจันทร์ส่องหล้า เจ้าของพรรคเพื่อไทย จึงทำให้คู่แข่งที่เป็นแคนดิเดตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย อย่างนายจาตุรนต์ ฉายแสง นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้วและนายสุทิน คลังแสง ต้องหลีกทางไป

ถ้าพูดอย่างตรงไปตรงมา หากไม่มีการล็อกสเปคหรือบล็อคโหวตกัน หรือกดดันส่งสัญญาณว่า คนที่เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ต้องเป็นใครนั้น ถ้าเปิดฟรีโหวต เชื่อว่านายจาตุรนต์ ฉายแสง คงจะได้รับเลือกตั้งให้เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ แต่เมื่อพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคที่มีเจ้าของ เปรียบเสมือนบริษัทในครอบครัวสกุลชินวัตร เมื่อเจ้าของพรรค ชี้ชัดว่าควรเป็นนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ มติก็โหวตให้คุณจุลพันธ์อย่างท่วมท้น แบบไม่ต้องสงสัย

แต่การที่คุณจุลพันธ์เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เพราะในอดีตที่ผ่านมา หัวหน้าพรรคเพื่อไทยจะแยกออกจากกันอย่างชัดเจนกับแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ไม่เคยมีหัวหน้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเลย นับตั้งแต่นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ พลตำรวจเอกวิโรจน์ เปาอินทร์ นายสมพงษ์อมรวิวัฒน์ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว จนมาถึงนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ก็เพิ่งได้มาเป็นหัวหน้าพรรค หลังจากที่มีการเลือกตั้งผ่านพ้นแล้ว

กรณีของนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ก็เช่นเดียวกัน เชื่อว่าน่าจะมีบทบาทสำคัญในการบริหารพรรค นำพาพรรคไปสู่การเลือกตั้งพร้อมกับเลขาธิการพรรค คือนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ซึ่งเปรียบเสมือนยาสามัญประจำบ้านของบ้านจันทร์ส่องหล้า เคยเป็นเลขาธิการพรรคสมัยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว เป็นหัวหน้าพรรคมาแล้ว จึงจำเป็นต้องให้มารับหน้าที่เป็นแม่บ้านอีกครั้งหนึ่ง หลังจากชุดผู้บริหารพรรคชุดคุณหนู คือหัวหน้าพรรคเป็นนางสาวแพทองธารลูกสาวนายทักษิณ ชินวัตร กับเลขาธิการพรรค นายสรวงศ์ เทียนทองลูกชายนายเสนาะ เทียนทอง ผู้บริหารพรรคชุดคุณหนูทั้งสองคน เมื่อผ่านยุคนี้ไป ก็ใช้บริการผู้อาวุโสอย่างนายประเสริฐ จันทรรวงทอง

ส่วนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ซึ่งจะต้องพิจารณากันต่อไปในพรรคเพื่อไทย ในฐานะที่ผมเป็นผู้สังเกตการณ์ทางการเมือง และนักวิเคราะห์ทางการเมือง ผมเชื่อว่า1ใน3ของแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย จะต้องเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวชินวัตร ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ในเบื้องต้นถ้าดูจากกระแสความเคลื่อนไหว และการโยนถามทาง มีความเป็นไปได้สูงมากว่า นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ลูกเขยของนายทักษิณ ชินวัตร จะได้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 1ใน3 ของพรรคเพื่อไทย ส่วนอีก2คน คงจะรอเวลาสักระยะหนึ่ง เพื่อให้ตกผลึกกันภายในพรรคเพื่อไทยก่อน ซึ่งจะขออนุญาตนำมาวิเคราะห์ในโอกาสต่อไป

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ณัฎฐ์ ชี้ยึดคำวินิจฉัยศาล รธน. ปมเลือกตั้ง สสร. ความเห็นส่วนตัวไม่มีผลผูกพัน

“ดร.ณัฏฐ์” ระบุกรณีมีกระแสอ้างว่าประธานศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่าสามารถเลือกตั้ง สสร.จากประชาชนได้ 100% ว่า หากเป็นเพียงความเห็นส่วนตัว ย่อมไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย พร้อมย้ำต้องยึดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งกำหนดให้รัฐสภาไม่มีอำนา

รัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 และ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2490 (ตอนที่ 12) จาก “แสงเงินแสงทอง” ถึง “วันใหม่ของชาติ” : การตีความและการใช้หลักฐานในงานศึกษาว่าด้วยรัฐประหาร พ.ศ. 2490

ในตอนที่แล้ว ได้กล่าวถึงบทความ “รัฐประหาร 2490” ในฐานข้อมูลสถาบันพระปกเกล้าที่เรียบเรียงโดย ณัฐพล ใจจริง ที่มีข้อความตอนหนี่งว่า “การรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างกลุ่มทหารและกลุ่มอนุรักษ์-กษัตริย์นิยม มีผลทำให้รัฐบาลพลเรือนของกลุ่มนายปรีดี

รบรอบสาม ไทย-เขมร มีแน่ ต้องไม่เลี้ยงไข้กัมพูชา

สถานการณ์"ไทยVSกัมพูชา"ยังคงต้องติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากไทยเข้าสู่กระบวนการประนอมภาคบังคับตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. 1982 (UNCLOS)

'เพื่อไทย' นัดถกปรับโมเดล 'สสร.' หลังประธานศาลรธน. ยันเลือกตั้ง 100% ทำได้

พรรคเพื่อไทยเตรียมหารือผู้บริหารพรรค 23 มิ.ย. เพื่อพิจารณาปรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ หลังประธานศาลรธน. ระบุเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ จากประชาชนสามารถทำได้ 100%