06 พ.ย.2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรม โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “หนุนพรรคไม่ซื้อเสียง” ระบุว่า ผมได้ดูข่าวพรรคประชาธิปัตย์เปิดแคมเปญใหม่ “สส.ที่ดี คุณเองก็เป็นได้นะ” ซึ่งเปิดโอกาสให้กับทุกคนที่สนใจการเมือง และทำการเมืองแบบสุจริต ถ้าเบื่อการเมืองแบบนายทุน เบื่อการเมืองสีเทาและสีดำ และอยากเห็นการเมืองดีโปร่งใส สุจริต การเมืองของประชาชนอย่างแท้จริง เชิญชวนให้เข้าร่วมอุดมการณ์กับพรรคประชาธิปัตย์
การประกาศแนวทางการเมือง แบบซื่อสัตย์สุจริต ไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียง นับว่าเป็นจุดยืนที่ถูกต้อง ตรงกับกับอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2489 ซึ่งควรรักษาและธำรงไว้ตลอดไป
เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นในจุดยืนการเมืองสุจริต ถือว่าเป็นการเดินที่ถูกทางแล้ว เพราะการเมืองในปัจจุบัน นับวันจะหาพรรคการเมืองที่กล้าประกาศ จุดยืนต่อต้านการซื้อสิทธิ์ขายเสียงนั้น มีน้อยมาก
เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล้าประกาศและยอมรับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ว่า พรรคประชาธิปัตย์จำเป็นต้องเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ เพราะ สส. ของพรรคจำนวนมาก ได้ลาออกไปสังกัดพรรคการเมืองอื่น เพราะพรรคประชาธิปัตย์ยุคใหม่ ไม่สามารถสนองตอบแนวทางการเมืองของ สส.เหล่านั้น ที่เคยปฏิบัติในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาได้ เพราะต้องปรับตัวให้เข้ากับจุดยืนและแนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ ที่นายอภิสิทธิ์วางไว้เป็นเรื่องยาก เพราะในสนามเลือกตั้งนั้น อะไรที่เคยทำไว้ เมื่อไม่ทำแบบเดิม ประชาชนก็จะไม่เลือก คนที่เคยชื่อเสียงเข้ามา เลือกตั้งครั้งใหม่ไม่ซื้อเสียง ประชาชนก็จะไม่เลือกเข้ามาอีก
ขอให้นายอภิสิทธิ์ รักษาจุดยืนนี้ไว้ และขอให้ประกาศอย่างชัดเจนว่า คนของพรรคประชาธิปัตย์ จะไม่มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงอย่างเด็ดขาด ถ้าผู้สมัครคนใดของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ปฏิบัติตาม แนวทางของพรรค แอบซื้อเสียง ก็ไม่ต้องเลือกเข้ามา
ผมสนับสนุนแนวทางการเมืองสุจริต และต่อต้านการซื้อเสียงมาโดยตลอด ซึ่งได้ยอมรับว่า พรรคการเมืองที่ประกาศแนวทางรณรงค์หาเสียงแบบขายอุดมการณ์ ขายจุดยืนทางการเมือง ขายนโยบาย เพื่อให้ประชาชนพิจารณาเลือก ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เท่าที่เห็นอยู่มีเพียง 2 พรรค คือพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคประชาชน เท่านั้น
ถ้าหากประชาชนต้องการเห็นการเมืองไทยมีคุณภาพ นักการเมืองไม่ซื้อเสียงเพื่อเข้าสู่สภา จัดตั้งรัฐบาล ไม่มีการถอนทุนคืน ก็ต้องสนับสนุนพรรคการเมืองที่ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่า ผู้สมัครของพรรคจะไม่ซื้อเสียงโดยเด็ดขาด
แต่ถ้าอยากให้การเมืองตกอยู่ในวังวนเดิม ซื้อเสียงกันอย่างโจ่งแจ้ง แข่งขันกันซื้อเสียงเหมือนกับการประมูล เกทับกัน และใช้เงินสกปรก เงินสีเทาสีดำ เข้ามาใช้ซื้อเสียงในการเลือกตั้ง ก็ควรเลือกพรรคการเมืองเหล่านั้นอีกต่อไป
ซึ่งเห็นกันอยู่ในตอนนี้ว่า มีพรรคการเมืองใดบ้าง และแทบทุกพรรค มีการระดมทุนที่มาจากเงินสกปรก เพื่อซื้อตัว สส.และให้ สส.ไปซื้อประชาชน ถ้าประชาชนยังตกเป็นทาสของนักการเมืองซื้อเสียง ยังมีความคิดประเภท“เงินไม่มา กาไม่เป็น” ประเทศชาติจะตกอยู่ในวงจรอุบาทว์ ก็ต้องยอมรับสภาพกันต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'พริษฐ์' เหน็บ 'อนุทิน' ย้อนแย้งปราบโกง บอกอายอันดับทุจริตประเทศตกต่ำ แต่รีบปัดตกไม่สนหลักฐาน
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณี การทุจริตข้อสอบท้องถิ่น พรรคฝ่ายค้านจะเดินหน้าตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไร ว่า เป็นหนึ่งในเรื่องที่เราจะเดินหน้าตรวจสอบอย่างแน่นอน
ปชน. เปิดหลักฐานใหม่! คลิปเสียง 'นครพนม-อยุธยา' มัดฮั้ว สว.
'ไอติม' เปิดหลักฐานมัดคดีฮั้ว สว. ประเดิม 'นครพนม' คลิปเสียงสายสีน้ำเงิน-จัดโพยอยุธยา พบ สว.ชายเสนอเงินจ่ายค่าหัว-แลกเก้าอี้ผู้ช่วย ลั่นทิ้งพ่อแม่เห็นเยอะ แต่ทิ้งเงินไม่เคยเห็น จี้ กกต. เลิกดองส่งศาลเถอะ
'รมว.ยธ.' เปิดพิรุธเส้นเงิน 'ภาวุธ' ปปง. รับลูกจ่อขยายผล
'รมว.ยุติธรรม' แจงข้อพิรุธ 'ภาวุธ' ปมเทรดทอง เผยดีเอสไอพบเส้นเงินผิดวิสัยธุรกรรมปกติ รับโอนจากบริษัทที่เจ้าตัวเคยถือหุ้น แทนที่จะเป็นเงินเข้าออกบริษัทเดิม ปปง. รับลูก จ่อขยายผลนักการเมือง
ปชป. ซัด 'ไอโอ' ถล่มเพจ 'นายหัวชวน' หลังพูดคอร์รัปชันจี้ใจดำ
ปชป. ทนไม่ไหว 'ไอโอ' บุกถล่มเพจ 'อดีตนายกฯชวน' หลังพูดเรื่องคอร์รัปชันระหว่างหาเสียงช่วย 'อนุชา' ชิงผู้ว่าฯกทม.
'อภิสิทธิ์' ผิดหวังรัฐบาลโอนงบแค่หมื่นล้านจากเป้าแสนล้าน ไม่ช่วยแก้วิกฤต ซัดใช้เงินกู้หวังผลทางการเมือง
"อภิสิทธิ์" ร่ายยาว พ.ร.บ.โอนงบ แม้สนับสนุนแต่ผิดหวังอย่างยิ่ง ซัดรัฐบาลไม่พร้อมบริหาร สงสัยโอนงบหวังผลการเมืองในอนาคตหรือไม่ ชี้จากเงินแสนล้านสุดท้ายเหลือหมื่นล้าน บอกห่วง “เอกนิติ” ที่การเมืองส่งของไปอยู่บนบ่าหลายอย่าง แต่ห่วงประเทศมากกว่า
'ไอติม' ชำแหละ พรบ.โอนงบ ชี้ชัดรัฐบาลพูด 100 แต่ทำ 10 เปิดพิรุธโครงการ Skill/Credit Portfolio
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า รัฐบาลแถลงในรัฐสภาว่าจะเร่งจัดทำร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณฯ ให้เสร็จโดยเร็วเพื่อพยายามที่จะโยกงบประมาณในส่วนที่สามารถประหยัดได้มาใช้ในการแก้ไขปัญหา

