
เพจ thaiarmedforce แนะไทยต้องชี้ให้มาเลเซีย-สหรัฐ เห็นว่ากัมพูชาคือผู้ละเมิดปฏิญญาสงวนสิทธิ์ที่จะใช้อาวุธได้ตามจำเป็น ชี้เป็นฉีกหน้า 'ทรัมป์' อย่างร้ายแรง เพื่อกระตุ้นให้กดดันกัมพูชา ไม่ใช่เอาเครดิตแล้วหายไป วอนคนไทยต้องมีสติ หาพรรคพวกมาจัดการกับคนบ้าให้ได้
12 พ.ย.2568 - เพจเฟซบุ๊ก thaiarmedforce.com โพสต์ข้อความว่า
ผลการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติมีนัยยะที่ชัดเจน โดยเฉพาะข้อสุดท้ายคือ อนุญาตให้กองทัพใช้กำลังได้ตามกฎการปะทะหรือ Rule of Engagement
กฎการปะทะคือกฎการใช้กำลังที่จะระบุว่าเมื่อไหร่จะยิงได้ เมื่อไหร่ยิงไม่ได้ ถ้ายิงได้ต้องยิงแบบไหน ถือเป็นกฎพื้นฐานของกองทัพทั่วโลกที่จะออกแบบมาให้เหมาะสมกับสถานการณ์และลักษณะการปฏิบัติงานของแต่ละกองทัพ กฎการปะทะนี่แหละคือสิ่งที่เราบอกว่ากัมพูชาไม่เคยมี เพราะมันยิงมั่วซั่ว นึกอยากจะยิงก็ยิง ยิงส่ง ๆ ก็ไม่สนใจ ยิงใส่พลเรือนมันก็เอา
การอนุญาตให้ยิงได้ตามกฎการปะทะ แปลไทยเป็นไทยคือ สภาความมั่นคงแห่งชาติอนุมัติให้ใช้กำลังได้ โดยให้คำนึงถืงกฎการปะทะของไทยคือ จะยิงตอบโต้ก็ต่อเมื่อถูกยิงก่อน โดยการตอบโต้นั้นจะตอบโต้แบบได้สัดส่วน
ดังนั้นการตอบโต้ตามกฎการปะทะไม่ใช่แบบว่า ถ้าเหยียบทุ่นระเบิดที่ #ภูมะเขือ แต่ไปยิงที่ #ปราสาทตาควาย หรือไม่ใช่เหยียบทุ่นระเบิดแล้วส่ง F-16 ไปทิ้งระเบิดใส่บ้านฮุนเซน แต่ควรจะเป็นการยิงทำลายคลังเก็บทุ่นระเบิด หรือทำลายกองบัญชาการของหน่วยที่สั่งให้วางทุ่นระเบิดต่อไทย ยกเว้นว่ากัมพูชาจะขยายแนวรบ ก็ค่อยยิงโจมตีตอบโต้ได้
------------------
อีกเรื่องหนึ่งคือ การที่สภาความมั่นคงแห่งชาติตัดสินใจจะพักและยุติกระบวนการสันติภาพตามปฏิญญา #ไทยกัมพูชา นั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว
เพียงแต่เราเห็นว่า เราควรจะแค่ยุติการใช้งานและการปฏิบัติตามปฏิญญาสันติภาพเท่านั้น ไม่ใช่ยกเลิกไปเลย
กลับกัน การที่เราถูกบังคับให้มาลงนามในปฏิญญานี้ เราควรจะต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด นั่นก็คือ
1. ต้องชี้ให้มาเลเซียและสหรัฐอเมริกา กัมพูชา คือผู้ละเมิดปฏิญญานี้ ด้วยการเพิ่งมาวางทุ่นระเบิดเมื่อสองสามวันผ่านที่มานี่เอง นี่คือการแสดงการเป็นปฏิปักษ์และละเมิดปฏิญญาอย่างชัดเจน เพื่อแสดงให้เห็นว่าไทยไม่ได้เป็นฝ่ายละเมิด และกัมพูชาต่างหากที่แสดงท่าทีอันเป็นอันตรายต่อกระบวนการสันติภาพ
2. แจ้งมาเลเซียและสหรัฐอเมริกา ตั้งข้อสงวนว่า ไทยสงวนสิทธิ์ที่จะใช้อาวุธได้ตามจำเป็น ด้วยเหตุผลเพื่อการป้องกันตนเอง แบบได้สัดส่วนกับสิ่งที่เกิดขึ้น และใช้อาวุธตามกฎการใช้กำลัง เพื่อแจ้งให้สหรัฐอเมริกาและมาเลเซียทราบว่า ถ้าไทยใช้อาวุธก็เป็นไปอย่างจำกัดหรือได้สัดส่วน ไม่ได้ใช้สะเปะสะปะ ตรงนี้คือการสร้างความชอบธรรมในการใช้อาวุธก่อน
3. ควรทำให้ปัญหานี้เป็นปัญหาของทรัมป์ และต้องใช้ทรัมป์ให้เป็นประโยชน์ เพราะในเมื่อทรัมป์เข้ามายุ่งกับสถานการณ์ #ชายแดนไทยกัมพูชา และรับเครดิตไปบอกว่าเขาเป็นคนทำให้เกิดสันติภาพ ดังนั้นเมื่อมีกัมพูชาละเมิดข้อตกลงและทำลายสันติภาพ ควรชี้ให้เห็นว่านี่คือการฉีกหน้าทรัมป์อย่างร้ายแรง การยุติสงคราม 8 สงครามที่ทรัมป์อ้างอาจไม่เกิดขึ้นแล้วถ้าทรัมป์ยังปล่อยให้กัมพูชาละเมิดข้อตกลงแบบนี้ และทรัมป์นั่นแหละจะกลายเป็นเสือกระดาษ เพื่อกระตุ้นให้ทรัมป์รู้สึกว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อกดดันกัมพูชา จะขู่ขึ้นภาษี 40% หรือจะคว่ำบาตรการขายอาวุธอะไรอีกครั้งก็ทำไป แต่ทรัมป์ต้องเข้ามาจัดการอะไรสักอย่างไม่ใช่เอาเครดิตแล้วหายไป
------------------
สุดท้าย ไทยต้องจริงจังในการดำเนินการตามอนุสัญญาออตตาวาให้มากกว่านี้ เพราะแม้ว่าการละเมิดอนุสัญญาออตตาวาจะไม่ส่งผลให้สามารถจับใครขึ้นศาลได้ แต่ควรจะมีเป้าหมายที่การให้ประเทศต่าง ๆ ยุติหรือพักการบริจาคให้กับกัมพูชาเพื่อเก็บกู้ทุ่นระเบิด
ดังนั้นการที่หลายประเทศยังบริจาคให้กัมพูชาอยู่จึงถือเป็นความล้มเหลวทางการทูตของไทย
เราควรเลิกการทูตแบบบุรุษไปรษณีย์ คือการเดินไปส่งเอกสารแล้วจบไม่ยอมทำอะไรต่อแบบที่ผ่านมา แต่ต้องเป็นการทูตที่มีกลยุทธ์ สร้างสถานการณ์ และสร้างสภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อไทย และต้องมีเป้าหมายให้ชัดเจน ไม่ใช่บอกว่าฉันขี้แจงแล้วนะแล้วจบไป
เรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศต้องปรับปรุงอย่างหนัก เพราะที่ผ่านมายังแสดงผลงานได้ไม่เป็นที่น่าพอใจของประชาชน
------------------
สุดท้ายคือเราอยากให้ประชาชนมีสติ ความโกรธแค้นเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ไม่ใช่ดำเนินการทุกอย่างบนพื้นฐานของอารมณ์
เราย้ำว่าชัยชนะทางทหารจะไม่มีความหมายใด ถ้าเราพ่ายแพ้ทางการทูต ยึดดินแดนคืนมาได้กี่ที่ อาจต้องคืนทั้งหมด
และการป้องกันการพ่ายแพ้ทางการทูต ก็คือการสร้างความชอบธรรมให้กับทุก ๆ การกระทำของไทย
และการสร้างความชอบธรรม ก็คือการอยู่ในกฎระเบียบของโลก เพราะในเมื่อเราเลือกที่จะเป็นกลาง เราก็ไม่มีลูกพี่ ถ้าเราไม่อยู่ในกฎระเบียบอีก ก็จะยิง่ไม่มีอะไรปกป้องตัวเราเอง
สุดท้าย กัมพูชาคือคนบ้า เป็นขยะของอาเซียน ไทยจะสู้กับคนบ้า ไม่ควรทำตัวบ้าเหมือนกัมพูชา เพราะมันจะกลายเป็นคนบ้าของคนตีกัน สติจะทำให้เราไม่บ้า แต่รับมือกับคนบ้า และหาพรรคพวกมาจัดการกับคนบ้าให้ได้
ดังนั้นคนไทยต้องมีสติครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ครม. เห็นชอบเปิดด่านสะเดาแห่งใหม่ ขานรับนายกฯ เตรียมเยือนมาเลเซีย โอกาสฉลองสัมพันธ์การทูตครบ 70 ปี
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีมีกำหนดเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 9 - 10 ก.ค. 2569 ตามคำเชิญของดาโต๊ะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โดยการเยือนของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้
แม่ทัพภาค 2 มอบเหรียญ 'ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ' เชิดชูทหารกล้าพิทักษ์อธิปไตย
พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 เดินทางลงพื้นที่บริเวณปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบวัตถุมงคลรุ่น “ยุทธบดินทร์-ศตวรรษ” จำนวน 20,000 เหรียญ (ชุดแรก) แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยของชาติ
ยายวัย 89 ปี พิชิตเส้นทางเนิน 350-ปราสาทตาควาย ก้มกราบด้วยความตื้นตันใจ
คุณยายวัย 89 ปี พิชิตเส้นทาง 350 ถึงปราสาทตาควาย ก้มกราบด้วยความตื้นตันใจ ท่ามกลางภาพแห่งศรัทธาและความสามัคคี
ชายแดนคึกคัก! นักท่องเที่ยวนับพันคน แห่ชม 'ปราสาทตาควาย-เนิน 350'
นักท่องเที่ยวทะลุพันคน แห่เยือน “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” เรียนรู้ประวัติศาสตร์ -สัมผัสธรรมชาติ -รำลึกวีรกรรมผู้กล้า วันแรกคึกคัก เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกเต็มกำลัง
ทภ.2 เปิดเส้นทาง 'ปราสาทตาควาย-เนิน 350' ชวนเที่ยวตามรอยประวัติศาสตร์ชายแดนสุรินทร์
กองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับจังหวัดสุรินทร์ ทดลองเปิดเส้นทางท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติ “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” ในพื้นที่อำเภอพนมดงรัก เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้เรื่องราวสำคัญของพื้นที่ชายแดน

