04 ธ.ค.2568 - รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการอิสระ และผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “อย่าจับแพะบูชายัญบนยอดปิรามิด” ระบุว่า
1.ในรอบหลายวันที่ผ่านมา ถ้าเราสังเกตกันให้ดี จะเห็นได้ว่ามีบางคน บางกลุ่ม หรือบางฝ่าย กำลังจับคนบางคนมาบูชายัญหรือทำให้เป็นแพะรับบาปจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่หาดใหญ่ จะโดยตั้งใจหรือไม่ หรือเป็นแค่การ "ระบาย" อารมณ์ความรู้สึก หรือต้องการจะ "ลอยตัว" เหนือความรับผิดชอบหรือไม่ก็ตาม ก็มีเสียงคัดค้านหรือเตือนกันเซ็งแซ่จากบางส่วนของสังคมว่าอย่ารีบร้อนหรือรวบรัดตัดความ
2.แต่เมื่อน้ำลด การถามหาความรับผิดชอบก็เกิดขึ้นเป็นธรรมดา ถ้าจะให้ดีก่อนชี้ว่าใครผิดใครถูก เราควรจะต้องทราบว่าอำนาจและความรับผิดชอบของผู้บริหารในระบบของไทยนั้น ซับช้อนซ่อนเงื่อนอยู่ในโครงสร้างอำนาจที่ทับซ้อนกันในระบบที่เรียกว่า "Multiple Superiors" ("ผู้บังคับบัญชาหลายคน" - ซึ่งเป็นแนวคิดเดิมของอาจารย์พิทยา บวรวัฒนาที่ล่วงลับไปแล้ว) นั้น มีอยู่จริงและยังเข้มแข็งอยู่มาก ซึ่งในที่สุดแล้ว เราก็อาจจะเอาผิดใครได้ไม่ง่าย
3.ในวิกฤตน้ำท่วมภาคใต้ในครั้งนี้ หากต้องการเห็นชัดขึ้นว่าใครจะต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง เราสามารถแบ่งอำนาจของผู้บริหารได้เป็น 3 กลุ่มหรือสามระดับในรูปแบบของ "ขนมชั้นทรงปิรามิด" คือ :
3.1) ชั้นล่างสุดหรือในระดับแรกของอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ คือ ส่วนท้องถิ่นและจังหวัด ซึ่งถือว่าใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด มีหน้าที่โดยตรง มีคนและงบประมาณของตนเอง และมีเครือข่ายภาคประชาชนในท้องถิ่นคอยสนับสนุนอยู่พอสมควร
ซึ่งผู้บริหารในระดับนี้ ไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งก็ตาม รวมทั้งข้าราชการประจำและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะต้องเตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติให้ดี ไม่บกพร่อง ไม่ประมาท และต้องมีความรู้ความชำนาญในพื้นที่ของตนเองเป็นอย่างดี ไม่ทะเลาเบาะแว้งแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกัน ตลอดจนเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความเดือดร้อนของประชาชนที่ฝากชีวิตและความหวังไว้กับตนในยามวิกฤต ซึ่งคงจะไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่งแต่เพียงคนเดียวเท่านั้น
3.2) ชั้นกลางหรือในระดับที่สองของอำนาจบริหารทรงปิรามิด คือ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ รวมทั้งคณะกรรมการแห่งชาติทั้งหลายในด้านน้ำ หน่วยงาน สำนักงาน องค์กร ทั้งที่เป็นอิสระ ขึ้นตรง หรืออยู่ในกำกับทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคทั้งหมด ซึ่งมีหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฏหมายที่จะต้องควบคุม ดูแล กำกับ และติดตามการทำงานของหน่วยงานของตนในท้องถิ่น โดยเฉพาะในการป้องกัน บรรเทา เยียวยา ฟื้นฟู สร้างเสริม "ความมั่นคงด้านน้ำ" (Water Security) ให้เป็นไปตามแผนงานที่มีอยู่อย่างมีประสิทธิภาพ
ซึ่งในระดับนี้ หากทำงานกันได้อย่างดีจริง ๆ ก็คงจะสามารถป้องกันหรือบรรเทาความสูญเสียจากภัยพิบัติลงได้มาก อีกทั้งคงสามารถเยียวยา ฟื้นฟู และช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยได้ดีกว่านี้หรือรวดเร็วกว่าที่เห็นในปัจจุบัน และปัญหาจริง ๆ ในส่วนนี้ ก็มากกว่าที่รายงานกันในทุกวันนี้
3.3) ในส่วนยอดหรือในชั้นสูงสุดของปิรามิดอำนาจนั้น (ซึ่งแยกออกจากอำนาจนิติบัญญัติและอำนาจตุลาการ) คือ คณะรัฐมนตรี ซึ่งต้องถือว่ามีอำนาจสูงสุดในการบริหารแล้ว โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าคณะผู้รับผิดชอบ ทั้งทางกฏหมาย ทางการเมือง รวมทั้งทางคุณธรรม จริยธรรมด้วย ซึ่งก็ต้องบริหารจัดการนโยบายต่าง ๆ ในเรื่องนี้ให้ดี มีประสิทธิภาพ มีธรรมาภิบาล และตามที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภาด้วย
แต่บนยอดสูงสุดของปิรามิดอำนาจนี้ ก็ยังมีอำนาจพิเศษอีกระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นระดับที่เข้มข้นที่สุดในระบบ (ยกเว้นอำนาจของคณะรัฐประหาร) โดยเป็นการรวบอำนาจบริหารของทุกชั้นเข้าไว้ด้วยกันที่ตัวนายกรัฐมนตรี (และ "คณะรัฐมนตรีชุดเล็กเฉพาะกิจ" ถ้ามี) แต่จะต้องผ่านการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ซึ่งทำให้สามารถรวบและใช้อำนาจอื่น ๆ ที่มีอยู่ในระบบทั้งหมดได้ในยามฉุกเฉินที่บ้านเมืองต้องเผชิญกับวิกฤตร้ายแรง โดยจะได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษในทางกฏหมายด้วย
ดังนั้น เมื่อมีการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ แล้ว ก็ต้องถือว่าไม่มีอะไรอีกแล้วที่จะเป็นอุปสรรคในระบบต่อการบริหารวิกฤตของนายกรัฐมนตรีและคณะในการคลี่คลายสถานการณ์ให้กับบ้านเมืองและประชาชน ซึ่งหากยังล่าช้าหรือไม่ทันการณ์อีก ก็จะไม่ใช่ปัญหาในเชิงระบบอีกต่อไป และหากว่าได้ช่วยท้องถิ่นและส่วนภูมิภาค ทำให้สถานการณ์คลี่คลายได้เร็วขึ้น ก็ควรจะได้รับคำชื่นชมในส่วนนี้ด้วย
4.ในความเป็นจริงนั้น ทั้งในยามปกติหรือในยามวิกฤต เราจะเห็นได้ว่าผู้บริหารในระดับต่างๆ ทำงานเป็นอิสระต่อกันเป็นส่วนใหญ่ เหตุเพราะต่างก็มีที่มา มีกฏหมายรองรับ หรือมีภารกิจเฉพาะของตนเองที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังมีหน่วยงานซ้ำซ้อนคล้าย ๆ กันเป็นจำนวนมาก เช่น มีหน่วยงานในเรื่องน้ำเกือบ 50 หน่วยงาน แม้ว่าจะมีสำนักงานกลาง (สทนช.) หรือคณะกรรมการแห่งชาติในเรื่องป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ (กปภ.ช) เป็นต้น
การมีหน่วยงานที่ซ้ำซ้อนเป็นจำนวนมากนี้ นอกจากทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณแล้ว ยังทำให้เกิดการเกี่ยงงานกันเอง หรือการโยนภาระหน้าที่ความรับผิดชอบให้กันละกันอย่างที่เห็นในปัจจุบัน
5.สรุป ถึงแม้ว่าจะมีความซับซ้อนในการบริหารราชการของไทยดังกล่าวจนทำให้ยากต่อการระบุว่าใครที่จะต้องรับผิดชอบต่อความสูญเสียที่เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นหรือที่สามารถหลีกเลี่ยงได้
แต่หากพิจารณาจากปิรามิดอำนาจสามชั้นข้างต้นแล้ว ก็ชัดเจนพอสมควรในเบื้องต้นว่า มีใครในระดับใดบ้าง ที่จะต้องรับผิดชอบต่อประชาชนในพื้นที่และต่อประเทศโดยรวม
แต่หากมีการจับแพะมารับบาปสำเร็จ หรือมีคนถูกบูชายัญแทน ก็คงจะไม่มีอะไรดีขึ้นเท่าไรในการเผชิญกับวิกฤตหรือภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปชป. ยื่นรัฐบาล เสนอแนวทางจัดการงบแก้น้ำท่วมภาคใต้ หลังนำ สส.ลงพื้นที่รับฟังประชาชน
ปชป. ยื่นหนังสือถึงนายกฯ ผ่าน "ภราดร" แนะแนวทางจัดการงบแก้น้ำท่วมภาคใต้ ให้งบขุดลอกคลอง ซ่อมแซมจุดรั่วซึม ก่อนน้ำมา ให้จังหวัดเป็นเจ้าภาพแจ้งเตือนศูนย์อพยพอย่างเป็นระบบ - ออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ
แตะเบรกการเมืองน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งเงินเยียวยา – ผ่อนปรนปล่อยสินเชื่อ
“อภิสิทธิ์”เร่งรบ.ตรวจสอบ ปชช.อุทธรณ์เยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ ผ่อนปรนสินเชื่อธุรกิจ แนะมอบหมาย ผวจ.เป็นเจ้าภาพแผนเผชิญเหตุ ชี้ไม่ควรเป็นพื้นที่ขัดแย้งทางการเมือง
ปชป.ลุยหาดใหญ่ ถกแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วม
“ปชป.” สัมมนาพรรคฯ ที่หาดใหญ่ ระดมความเห็นรับมือน้ำท่วมเชิญ ''นายกแป้น'' ถก แก้น้ำท่วม “อภิสิทธิ์”พร้อมรวมความเห็นสะท้อนรัฐบาล ห่วงเรื่องน้ำท่วมกลายเป็นการทะเลาะการเมือง ขณะที่”ชวน” ฉะ ปัญหาน้ำท่วมใต้เกิดจากการบริหารของมหาดไทย ย้ายผู้ปกครองเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ด้าน“ชัยชนะ”ชูโมเดลเมืองคอน ขุดคลองเลี่ยงเมืองแก้ปัญหา ภาคเอกชน โอด 6 เดือนหลังน้ำท่วม หมดโปรพักดอกเบี้ย-เงินต้น แต่เศรษฐกิจยังซบเซาเหมือนเป็นระเบิดเวลา วอนแบงก์ลดเกณฑ์ปล่อยสินเชื่อธุรกิจ
หนูโปรยยาหอม ทำ งานถวายหัว ป้องนํ้าท่วม‘ใต้’
นายกฯ นำทัพลงสงขลา ลั่นมาด้วยความกลัวทำไม่ได้ ยกตัวเองเป็นจำเลยที่หนึ่ง บอกไม่เคยทอดทิ้ง เร่งซ่อมคลอง ร.1 เสร็จก่อนสิ้นปี ยาหอมพร้อมทำงานถวายหัว “ภราดร”
'จูรี' ตอก 'ภราดร' ฟังแต่คนใกล้ตัว เลยไม่รู้งบแก้น้ำท่วม 99 ล้าน ไม่ลงหาดใหญ่ แต่ไปอยู่ในพื้นที่หัวคะแนนพรรคน้ำเงิน
นายจูรี นุ่มแก้ว สส.สงขลา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อัดคลิปโต้กรณีที่นายภราดร ปริศนานันทกุลรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาให้ข้อมูลเรื่องงบงบประมาณในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ว่า ตนอยากบอกว่าอย่าฟังข้อมูลการรายงานจากคนใกล้ตัวเท่านัน เพราะ ประเด็นที่ตนตั้งข้อสังเกตุคือ งบฯ 99 ล้านบาทที่ภาคเอกชนขอเป็นโครงการเร่งด่วนป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ปรากฏว่าไม่มีในส่วนของเทศบาลนครหาดใหญ่
'อนุทิน' บอกชาวสงขลา ด่าได้เลยไม่มีปัญหา ลั่นทำงานถวายหัว ขอ สส.ยกจังหวัด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ลงพื้นที่พบปะประชาชน โดยนายกฯ กล่าวว่า เมื่อเช้าไปเปิดถนนเชื่อมด่านศุลกากรสะเดา จ.สงขลาแห่งใหม่ กับด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเกดะฮ์ ของมาเลเซีย

