'หมอวรงค์' มองภาพ 'เบนสมิธ' ร่วมวง 'ทักษิณ-ธรรมนัส' น่ามีผลต่อปท. มากกว่ารูปเก่า 'อนุทิน'

ภาพที่มีเบน สมิธกับทักษิณ และมีธรรมนัส น่าจะมีน้ำหนักสร้างผลกระทบต่อประเทศชาติมากกว่า เมื่อเทียบกับภาพเมื่อ 10 ปีที่แล้วของนายอนุทิน แต่สิ่งที่นายอนุทินต้องพิสูจน์ อาจจะมีบางสิ่งบางอย่างผ่านมาทางธรรมนัสก็ได้

6 ธ.ค.2568-นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ภาพพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “วรงค์ เดชกิจวิกรม – Warong Dechgitvigrom” เรื่อง “เปรียบเทียบภาพสองภาพ” ระบุว่า เปรียบเทียบภาพสองภาพ ที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อ ภาพที่โด่งดังในปัจจุบัน เป็นภาพของนายอนุทินที่ถ่ายพร้อมกับคนดังหลายๆคน โดยเฉพาะนายเบน สมิธ แต่ก็มีคำชี้แจงว่า เป็นภาพประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา หน้าโรงแรมแห่งหนึ่งที่สิงคโปร์ ขณะไปศึกษาดูงาน หลักสูตรป้องกันราชอาณาจักร

ในขณะนั้นต้องยอมรับว่า นายอนุทินยังไม่มีบารมีทางการเมืองมากเท่าการเป็นนายกรัฐมนตรีตอนนี้ แต่หลังจากนั้น นายอนุทินจะยังคง มีการพบปะกับนายเบน สมิธหรือไม่ หรือจะเอื้อประโยชน์อย่างอื่นตามมาหรือไม่ ไม่แน่ใจ?

ส่วนอีกภาพ เป็นภาพระหว่างนายเบน สมิธ นายทักษิณ และอีกคนที่หันหลัง สื่อบางสำนักสงสัยว่าอาจะเป็นร้อยเอกธรรมนัส ที่ร้านอาหาร Provence ในห้างเกษรพลาซ่า ภาพนี้เกิดขึ้น ประมาณเดือนเมษายน 2568 ที่ผ่านมา

การพูดคุยในภาพ ไม่มีใครทราบ เพราะเบน สมิธ เป็นทั้งนักธุรกิจ นักการเงิน  ใกล้ชิดฮุนเซนและตอนหลังถูกตีแผ่ว่า เกี่ยวข้องกับ แสกมเมอร์ในกัมพูชา ซึ่งมีรายชื่อ เป็น 1 ใน 43รายชื่อในร่างกฏหมาย ที่เกี่ยวข้องกับแสกมเมอร์ของอเมริกา ช่วงที่มีการพบปะนายทักษิณ นายเบน สมิธน่าจะพัวพันเรื่องนี้แล้ว (เพราะร่างกฏหมายในสหรัฐเสนอประมาณ กันยายน2568 และสื่อตีแผ่ ประมาณ ตุลาคม 2568 แต่พบกันประมาณ เมษายน2568)

ต้องยอมรับว่า ช่วงดังกล่าวในเดือนเมษายน 2568 นายทักษิณยังถือว่าเป็นผู้มีบารมีมาก ในการเมืองไทย เพราะลูกสาวคืออุ๊งอิ๊งยังเป็นนายกรัฐมนตรี และมีความพยายามที่จะผลักดันกาสิโนถูกกฏหมาย พนันออนไลน์ถูกกฏหมายอย่างเต็มที่ในประเทศไทย

ที่น่าแปลกใจ 2-3 เดือนหลังจากที่พบเบน สมิธ รัฐบาลอุ๊งอิ๊งมีมติเห็นชอบ ที่จะผลักดัน พ.ร.บ. ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน พ.ศ….ขึ้นมาอีกด้วย พรบ.ตัวนี้ อ้างว่าจะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางธุรกิจการเงิน แต่ถ้ามองกลับ ก็อาจจะเป็นแหล่งศูนย์กลางของเงินจาก แสกมเมอร์ ผ่านมาในประเทศไทยก็ได้

ถ้ามองย้อนกลับไป การเกิดกาสิโนถูกกฏหมาย พนันออนไลน์ถูกกฏหมาย และพ.ร.บ. ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน พ.ศ… อาจจะถูกเชื่อมโยงเป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ก็ได้  และอาจจะเชื่อมโยงกับเงินจากแสกมเมอร์ ซึ่งเรื่องนี้อาจมองว่า ทำเพื่อการพัฒนาประเทศ หรือทำเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ก็ได้ แล้วแต่จะมอง

ทุกคนมีสิทธิ์คิดวิเคราะห์ ในชุดความคิดนี้ ซึ่งเป็นไปได้หรือไม่ที่ เบน สมิธอาจจะแนะนำนายทักษิณ เพื่อสร้างธุรกิจทางการเงินนี้แบบครบวงจรการฟอกเงิน หรือนายทักษิณคิดเองแต่แค่หารือ หรืออาจจะไม่เกี่ยวข้องกันก็ได้ แต่โชคดีที่รัฐบาลอุ๊งอิ๊งต้องถอนกฏหมายกาสิโน เพราะประชาชนคัดค้านกันทั้งประเทศ ส่วนพ.ร.บ. ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน พ.ศ…ก็ต้องหยุดไป

ในความเห็นส่วนตัวของผม เปรียบเทียบ 2 ภาพนี้แล้ว ภาพที่มีเบน สมิธกับทักษิณ และมีธรรมนัส น่าจะมีน้ำหนักสร้างผลกระทบต่อประเทศชาติมากกว่า เมื่อเทียบกับภาพเมื่อ 10 ปีที่แล้วของนายอนุทิน แต่สิ่งที่นายอนุทินต้องพิสูจน์ อาจจะมีบางสิ่งบางอย่างผ่านมาทางธรรมนัสก็ได้ เพราะดูนายอนุทินเกรงใจธรรมนัสมากผิดปกติ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

โวบี้สแกมเมอร์ระหํ่า! กรณ์แฉชื่อพันทุนเทา

“อนุทิน” กร้าว ปราบสแกมเมอร์บ้าระห่ำ “สีหศักดิ์” ชี้ปม กมธ.สหรัฐฯ ตรวจสอบ  “วรภัค” เป็นเรื่องตัวบุคคล รบ.กวาดล้างทุนเทา อายัดทรัพย์ 2 หมื่นล้าน

'อนุทิน' ลั่นรัฐบาลปราบสแกมเมอร์บ้าระห่ำ ยึดทรัพย์ไม่เกรงใจใคร

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ออกส่งหนังสือถึงรัฐบาลสหรัฐฯขอให้ตรวจสอบและพิจารณาคว่ำบาตร 28 รายชื่อ ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีรายชื่อของนายวรภัค ธันยาวงษ์

'อนุทิน' ชี้จุดเริ่มมาจากการเมือง ลากภูมิใจไทยไปเอี่ยวคดีฮั้ว สว.

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเสียงวิพากษณ์วิจารณ์คดีฮั้วสว. ที่ยังคงมีต่อเนื่องว่า ตนยืนยันเหมือนเดิมรัฐบาลไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับการตัดสินใจหรือมติหรือการส่งดำเนินคดีใดๆก็ตาม

นายกฯ เข้าทำเนียบฯ 'สีหศักดิ์' นำทีม UNCLOS รายงานผลประชุมนัดแรก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล ภายหลังปฎิบัติภารกิจที่กระทรวงมหาดไทย โดยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ พร้อมด้วย

'อนุทิน' สั่งเร่งสรุปผลสอบวินัยขรก.เอี่ยวโกงท้องถิ่น ต้องจบภายใน 30 ก.ย. ไม่ขยายเวลาเด็ดขาด

มท.1 ลั่นโกงสอบท้องถิ่นน่าอเนจอนาถ บั่นทอนความเชื่อมั่นปชช. ฉะเรื่องสยอง- สะเทือนขวัญ พูดภาษาชาวบ้าน ‘โกงบนหัวผม-เผาบ้านเรา‘ ชี้ สังคมพิพากษาแล้ว โอด ‘เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้ลองนั่ง’ พร้อมฟาดยับไม่ต้องเกรงกลัวอิทธิพล ขรก.เอี่ยวต้องออกจากราชการ ขีดเส้นจบ 30 ก.ย. นี้ไม่มีขยายเวลา