"ดีเอสไอ" สอบปากคำมากกว่า 20 พยานคดีคุกวีไอพี พบข้อมูลเด็ด "ทนายชื่อดัง" เมืองปากน้ำ เอี่ยวทะเบียนเยี่ยมญาติผู้ต้องขังชาวจีนเพียบ ! ลักษณะคล้ายตัวกลางประสานงานเรื่องคดีความ และพบเส้นเงินรับโอนกันระหว่างทนายดัง-ผู้ต้องขังจีน และเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เเย้ม เร็ว ๆ นี้เตรียมสรุปสำนวนสืบสวนส่ง ป.ป.ช. ไต่สวนความผิดเจ้าหน้าที่รัฐ
6 ธันวาคม 2568 - จากกรณีเมื่อวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีความมั่นคง คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกรมราชทัณฑ์ ได้ร่วมกันเข้าไปด้านในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เพื่อสอบสวนปากคำข้อมูลเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ รวบรวมเก็บพยานเอกสารและพยานวัตถุ ก่อนเตรียมรับผลรายงานจากการตรวจพิสูจน์สารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อใช้ประกอบภายในสำนวนคดีทุจริตภายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
ขณะที่ปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้มีการเซ็นคำสั่งให้ข้าราชการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จำนวนรวม 6 ราย ออกจากราชการไว้ก่อน ประกอบด้วย นายมานพ ชมชื่น ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร, นายไตรพล สีเขียวแก่ เลขานุการผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร, ผู้อำนวยการส่วนควบคุมผู้ต้องขัง เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และ 3 เจ้าหน้าที่ผู้คุมเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. รายงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ระหว่างสัปดาห์นี้ พนักงานสืบสวนดีเอสไอได้ดำเนินการสอบปากคำพยาน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ไปแล้วมากกว่า 20 ราย ส่วนเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครที่มีรายชื่อถูกย้ายไปปฏิบัติหน้าที่ยังเรือนจำต่างจังหวัดนั้น ได้มีการสอบปากคำพยานเข้าสู่สำนวนไว้บางส่วนแล้ว ยอมรับว่ามีบางส่วนให้การเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ทำให้เห็นถึงบทบาทการเเบ่งหน้าที่กันทำของกลุ่มคน
ส่วนการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ดีเอสไอไล่ดูทั้งคนในและคนนอก โดยเฉพาะกรณีเป็นคนใกล้ชิดกับอดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกันจริงระหว่างกลุ่มคนจีนและเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร รวมถึงทนายความชื่อดังจากจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งพนักงานสืบสวนอยู่ระหว่างเรียกสอบปากคำ ดังนั้น การวิเคราะห์เส้นทางการเงินทั้งหมดของตัวละครในเรื่องนี้ จะฉายภาพให้เห็นถึงความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกันว่าสนับสนุนการทำอะไรกันบ้าง และเรื่องนี้จะถูกสรุปสำนวนสืบสวนส่งให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไป เพราะพบการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ และมีพลเรือนช่วยสนับสนุนการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ
นอกจากนี้พฤติการณ์ของทนายความชื่อดังในจังหวัดสมุทรปราการ ดีเอสไอสืบสวนพบข้อมูลว่า เจ้าตัวมีความเชื่อมโยงกับการประสานคดีความของผู้ต้องหาชาวจีนในเรือนจำฯ จำนวนมาก เช่น อยู่ในทะเบียนประวัติการเยี่ยมญาติของผู้ต้องขังชาวจีนมากหน้าหลายตา รวมถึงผู้ต้องขังชาวไทยปะปนเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงต้องเป็นทนายความรายนี้ที่ถูกเลือกให้เป็นผู้ประสานงานทางคดีความของผู้ต้องขังขาวจีนตลอด เสมือนรับหน้าที่เป็นตัวกลางประสานเรื่องคดีความให้ผู้ต้องขังชาวจีนโดยไม่ซ้ำราย
สำหรับการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกราชอาณาจักรไทยของอดีต ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร พบว่า ใน 1 ปี เดินทางไปเที่ยวยังประเทศหนึ่งบ่อยครั้ง บ่อยผิดปกติ และไม่มีการแจ้งลาปลัดกระทรวงยุติธรรม อีกทั้งเป็นพฤติกรรมที่ชื่นชอบเดินทางตั้งแต่ก่อนมาดำรงตำแหน่ง ผบ.เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งข้อมูลส่วนนี้จะช่วยใช้สนับสนุนการสอบสวนประเด็นเกี่ยวกับธุรกรรมการเงินได้ และเมื่อมีความคืบหน้าสำคัญ ดีเอสไอจะรายงานไปยังผู้บังคับบัญชารับทราบเพื่อนำเสนอข้อมูลสู่สาธารณะต่อไป เนื่องจากเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ทักษิณ' เข้าเกณฑ์ได้พักโทษ พ.ค.69 'ปอ ปิฎก' ตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยม
นายปิฎก สุขสวัสดิ์ หรือ ปอ สามี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร บุตรเขยของนายทักษิณ ชินวัตร ทำหน้าที่เป็นตัวแทนครอบครัวเข้าเยี่ยมนายทักษิณ
ดีเอสไอ บุกค้น 5 จุด โยงเครื่องสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ดูดข้อมูล 1.2 ล้านคน
รองอธิบดีดีเอสไอ เผยสัปดาห์หน้าเตรียมเชิญ "ธรรมนัส-นฤมล" สอบปากคำพยาน ปมโผล่ร่วมภาพสักขีพยานวันลงนาม MOU กระทรวงดีอีฯ-บริษัทเอกชนสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 27 มี.ค.67 ระบุ คดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัลดูดข้อมูลคนไทย
'รมว.ยธ' โยนถาม DSI สอบปม MOU บ.สแกนม่านตา หลังอดีตปลัดดีอีให้การฝ่ายการเมืองสั่ง
รมว.ยุติธรรม โยนถาม ดีเอสไอ หลังเรียก สอบปม MOU กระทรวงดีอี-บ.สิงคโปร์ สแกนม่านตา หลังอดีตปลัดดีอีให้การ ฝ่ายการเมืองสั่ง ยํ้า เรื่องนี้น่าเป็นห่วง เพราะกระทบ ปชช.หลายคน
'ไชยชนก' แย้ม 'DSI' มีข้อมูลโยง 2 นักการเมือง ปม MOU บ.สแกนม่านตา
'ไชยชนก' ชี้หน้าที่ 'ดีเอสไอ' สอบสวน หลังพบข้อมูลนักการเมือง 1-2 คน เอี่ยว MOU กระทรวงดีอี-บ.สิงคโปร์ สแกนม่านตา โยงฟอกเงินดิจิทัล
DSIประเดิมเชือด8ราย ส่งอัยการฟ้องคดีฮั้วสว.
"ดีเอสไอ" สรุปสำนวน "คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว." ให้อัยการคดีพิเศษเชือดล็อตแรก 8 ราย
เชือดล็อตแรก 8 ราย 'อั้งยี่-ฟอกเงิน' คดีฮั้ว สว. ดีเอสไอสรุปสำนวนส่งอัยการแล้ว
"ดีเอสไอ" สรุปสำนวน "คดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว." ให้อัยการคดีพิเศษเชือดล็อตแรก "8 ผู้ต้องหา" ประกอบด้วย 2 สว.ตัวจริง และ 6 เครือข่ายพรรคใหญ่ หลังสอบสวนนาน 9 เดือน เหตุคำชี้แจงแก้กล่าวหาไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานได้

