คณะรวมพลังฯ ออกแถลงการณ์ 6 ข้อ ไทยต้องประกาศจุดยืน ไม่ยอมรับการแทรกแซงจากมหาอำนาจ

11 ธันวาคม 2568 - คณะรวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย ออกแถลงการณ์ ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนคนไทยร่วมกันสดุดีทหารหาญทุกนายที่ต่อสู้อย่างเต็มที่ สละแม้ชีวิตตนเอง และชื่นชมให้กำลังใจทหารหาญทุกนาย ทุกเหล่าทัพ ที่สนธิกำลังต่อสู้ร่วมกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประเทศไทยไม่เพลี่ยงพล้ำในสมรภูมิสู้รบ

คณะรวมพลังแผ่นดิน ขอแสดงความชื่นชมให้กำลังใจ และพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาล ทหารทุกเหล่าทัพ หน่วยงานความมั่นคง และเจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยงาน ในการดำรงและปฏิบัติตามนโยบาย ยุทธศาสตร์ เป้าหมาย แต่ด้วยความรักประเทศไทยและความห่วงใยที่มีต่อสถานการณ์ จึงใคร่ขอเสนอความคิดเห็นต่อรัฐบาล กองทัพ หน่วยงานความมั่นคง และประชาชนคนไทย ด้วยความดังนี้

1.ให้รัฐบาล กองทัพ และเจ้าหน้าที่รัฐทุกฝ่าย ดำรงการปฏิบัติการทางทหารทุกกรณี ตามเงื่อนไขของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และให้มีการปฏิบัติการทางทหารในเรื่องอื่น ๆ ที่มีความจำเป็น ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และสิทธิในการป้องกันตนเองโดยชอบธรรม จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย ดังนี้

1.1 นำเอาแผ่นดินไทยทุกพื้นที่ที่ถูกกัมพูชาละเมิด รุกราน ยึดครอง กลับสู่เขตแดนอธิปไตยประเทศไทยอย่างสมบูรณ์ โดยยึดถือตามแผนที่ ๑ : ๕๐,๐๐๐

1.2 ปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนคนไทยในกัมพูชาที่ถูกหลอกลวง ถูกคุมขัง ทรมาน ถูกจับเป็นตัวประกัน ไม่ว่าจะเกิดจากการกระทำของแก๊งสแกมเมอร์ ทหาร เจ้าหน้าที่กัมพูชาอย่างเร่งด่วน

1.3 ทำลายฐานที่มั่นทางทหาร คลังอาวุธ สถานีปฏิบัติการทางเทคนิคและการสื่อสาร

1.4 ทำลายสถานที่ทำการบ่อนการพนัน สแกมเมอร์ หรือสถานที่ประกอบอาชญากรรมร้ายแรง ที่มีผลกระทบต่อประเทศไทยและนานาชาติ

1.5 ทำลายแนวสันเขื่อนกันคลื่นที่กัมพูชาเจตนาสร้างขึ้นเพื่อให้มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนทางทะเล ส่งผลกระทบต่อเขตแดนทางทะเลของไทย

1.6 นำหลักเขตที่ 73 กลับไปตั้งที่จุดเดิม

1.7 ทำให้กัมพูชาสิ้นสภาพขีดความสามารถทางการทหารไปอีกยาวนาน

1.8 ปฏิบัติการตัดสัญญาณ ระบบดาวเทียม ระบบอินเตอร์เน็ต ระบบสื่อสาร ระบบไฟฟ้า พลังงาน ระบบโลจิสติกส์ ที่ใช้ช่องทางอื่นใดที่มีปลายทางไปยังกัมพูชา

1.9 ตัดสัมพันธ์ทางการทูต

1.10 ยกเลิกบันทึกข้อตกลง MOU 43-44

2. หากมีข้อมูล พยานหลักฐานชัดเจนว่ากัมพูชากำลังจะโจมตี และเป็นภัยคุกคามที่กำลังจะเกิดขึ้น ให้รัฐบาลและกองทัพพิจารณาการโจมตีโดยอ้าง "สิทธิโจมตีเชิงป้องกันล่วงหน้า" โดยยึดถือหลักความจำเป็นและหลักสัดส่วนที่พิสูจน์ได้

3. แม้สุดท้ายจะจบลงที่โต๊ะเจรจา แต่การเจรจาตกลงที่ผ่านมา กัมพูชาไม่เคยเคารพยึดถือปฏิบัติตาม และสถานการณ์ขณะนี้ รัฐบาลไทยยังไม่ควรมีการเจรจาใด ๆ จนกว่าจะปฏิบัติการบรรลุเป้าหมายตาม ข้อ ๑. ประการสำคัญรัฐบาลและกองทัพต้องคำนึงถึงสัจธรรมที่ว่า “ไม่มีใครชนะที่โต๊ะเจรจา หากเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในสมรภูมิรบ”

4. ขอเรียกร้องรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงเพิ่มเติม ดังนี้

4.1 ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้ประกาศจุดยืนบนหลักกฎหมายระหว่างประเทศอย่างหนักแน่นว่า ไทยต้องยืนยันต่อสาธารณะว่า หนึ่ง ไทยพร้อมเจรจาเมื่อสถานการณ์มีความเหมาะสม สอง ไทยไม่ใช่ผู้รุกราน แต่เป็นผู้ถูกรุกราน และกำลังปฏิบัติการปกป้องอธิปไตยตามหลักกฎหมายสากล สาม ไทยไม่ยินยอมให้คู่กรณีหรือมหาอำนาจใดตีความข้อตกลงหรือประวัติศาสตร์ในลักษณะบิดเบือน และสี่ ประเทศไทยจะไม่ยอมให้ใครชี้นิ้วกำหนดอนาคตของไทยแทนคนไทย

4.2 ท่ามกลางความซับซ้อนของสถานการณ์ ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องประกาศจุดยืนที่ชัดเจน หนักแน่น และตั้งอยู่บนหลักสากล ว่าประเทศไทยจะไม่เป็นหมากของใคร ไม่เป็นเวทีของใคร และไม่เป็นตัวแปรให้ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ของชาติอื่นขยายตัวในภูมิภาคของเรา ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้เรียกร้องไปยังประชาคมโลกว่า ให้ทุกประเทศเคารพอธิปไตยของไทย ประเทศไทยไม่ยอมรับการแทรกแซงจากประเทศใด ไม่ว่าภายใต้ชื่อความช่วยเหลือ การไกล่เกลี่ย หรือการรักษาเสถียรภาพภูมิภาค

คณะรวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย เชื่อว่า "ความขัดแย้ง ไทย-กัมพูชา สามารถแก้ไขด้วยกลไกทวิภาคี ทั้งไม่ใช่เกมของมหาอำนาจ"

4.3 บูรณาการด้านข้อมูลข่าวสาร การเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งการชี้แจง การตอบโต้ การทูต อย่างรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ มีประสิทธิภาพ

4.4 ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงให้ตั้ง "แนวป้องกันพลเรือน" ที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง เพื่อกันไม่ให้กระสุนหรือแรงปะทะกระทบต่อพื้นที่อยู่อาศัย และเชื่อมระบบเตือนภัยให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง และช่วยเหลือดูแลเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว ทั่วถึง มีประสิทธิภาพ

5. ขอเรียกร้องไปยังประชาชนคนไทย ดังนี้

5.1 ขอให้ตรวจสอบข่าวอย่างรอบด้านก่อนเชื่อ เพื่อให้ไม่ตกเป็นเหยื่อสงครามข้อมูลจากต่างชาติหรือในประเทศ ที่ต้องการสื่อสารเพื่อสร้างความได้เปรียบในการเจรจาให้กับกัมพูชา หรือปั่นกระแสความเห็นสาธารณะให้ประชาชนคนไทยเกิดความแตกแยก

5.2 ขอประชาชนคนไทยให้ "รักชาติอย่างมีเหตุผล ไม่ปล่อยให้ความเกลียดชังนำทาง" คณะรวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย เชื่อว่า "ความรักชาติที่แท้จริงไม่ใช่การเกลียดชาติอื่น แต่เป็นการยืนหยัดเพื่อประเทศและประชาชนด้วยความคิดที่มีสติและความรับผิดชอบ"

6. ขอเรียกร้องไปยังนักการเมืองทุกคน ทุกระดับ ทุกพรรคการเมือง ให้ความร่วมมือกับรัฐบาล กองทัพ เจ้าหน้าที่รัฐ ประชาชนคนไทย ในการป้องกันอธิปไตยและทวงคืนเขตแดนอธิปไตยของไทย ไม่สร้างอุปสรรค ไม่สร้างสถานการณ์ ไม่สร้างวาทกรรม ไม่ยั่วยุสร้างความขัดแย้ง เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตน

สุดท้ายนี้ คณะรวมพลังแผ่นดิน ปกป้องอธิปไตย ขอยืนยันว่า "การปกป้องอธิปไตยตามกฎหมายสากล คือ พื้นฐานของสันติภาพที่ยั่งยืน ไม่ใช่การยกระดับความขัดแย้ง" และเราขอย้ำว่า "การคุ้มครองชีวิตประชาชน คือหัวใจของภารกิจความมั่นคงและหน้าที่ของกองทัพไทยต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง" เวลานี้คือเวลาที่ประเทศไทยต้องประกาศอย่างหนักแน่นว่า อธิปไตยไทยต้องไม่ถูกละเมิด ภัยคุกคามจากภายนอกต้องถูกยับยั้งอย่างเด็ดขาดและเหมาะสม รวมไปถึงชีวิตประชาชนชายแดนต้องปลอดภัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กองทัพบก ชี้คำพูด 'หวัง อี้' บอกกัมพูชาไม่อยากรบแล้ว ต้องใช้ข้อมูลการข่าวทหารเท่านั้น

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงข่าวผลการประชุมหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบกพล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. ได้กําชับติดตามสถานการณ์ชายแดนและเฝ้าระวัง ปฏิบัติภารกิจที่ดําเนินการอยู่ให้ต่อเนื่องไป เช่น ปรับปรุงที่มั่น ลาดตระเวน เก็บข้อมูลด้านการข่าวที่คิดว่ามีประโยชน์ในการดูแลรักษาพื้นที่ และได้เน้นย้ําในเรื่องความปลอดภัยของกําลังพล ให้ทุก ๆ หน่วยได้ให้ความสําคัญ

ประชุม RBC แค่ละคร! เขมรไม่สนใจข้อตกลงล่าสุดห้ามยั่วยุเข้าใกล้ฐานไทย

มีรายงานความเคลื่อนไหวสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ใกล้ช่องซำแต จ.ศรีสะเกษ โดยในคลิปปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ทหารไทยตั้งแถวตรวจตราอย่างเข้มงวดบริเวณหน้าแนวพื้นที่รับผิดชอบ

จีนปูด ‘เขมร’ ไม่อยากรบ ‘หนู-กห.’ ชิ่งคุยเปิดด่าน!

“อนุทิน” ยันไม่มีการหารือ “หวัง อี้” เรื่องเลิกเอ็มโอยู 2544 บอกเป็นเรื่องไทย-กัมพูชา จีนเผยเขมรไม่อยากสู้รบแล้ว นายกฯ รับความสัมพันธ์รื้อฟื้นได้ แต่ไม่ใช่ชั่วข้ามคืน “รมว.กห.”

นายกฯ เผยจีนยินดีเป็นตัวกลางแก้ขัดแย้งชายแดน พร้อมแจ้งท่าทีกัมพูชาไม่อยากสู้รบแล้ว

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย แถลงถึงผลการหารือกับ นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

เปิด 7 ข้อสรุป ผลประชุมกองเลขาฯ RBC ที่ด่านช่องสะงำ ไทยเตือนกัมพูชาอย่าเข้าใกล้แนวลวดหนาม

ไทย-กัมพูชา ถกกองเลขาฯ RBC ที่ด่านช่องสะงำ ระบุ มีเรื่องต้องคุยกันกว่า 80 ครั้ง เผย 7 ข้อสรุป ไทยเตือนทหารเขมร อย่าขยับกำลัง-มาตั้งฐานฯ ใกล้แนวลวดหนาม