
12 ธ.ค. 2568 – นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ “3 ข้อเสนอ แก้ปัญหาภัยคุกคามจากเขมร” โดยระบุว่า
การสู้รบระหว่างทหารไทยกับทหารกัมพูชาในรอบนี้ ถือว่าเป็นครั้งที่ 2 หลังจากครั้งแรกมีการสู้รบกัน ตั้งแต่วันที่ 24 ถึงวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 จนมีการเซ็นสัญญาหยุดยิงกันในวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 เวลาเที่ยงคืน ซึ่งการหยุดยิงครั้งนั้นก็ต้องยอมรับความจริงว่า เป็นการหยุดยิงตามเงื่อนไขที่ประธานาธิบดีโดนัล ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา กดดันโดยนำเรื่องกำแพงภาษีเข้ามาต่อรอง แต่การหยุดยิงไม่ได้สะเด็ดน้ำ ยังคาใจ เพราะยังไม่ได้ข้อยุติในเรื่องการหยุดยิงกัน
จนล่าสุดมีการเกิดเหตุปะทะขึ้นมาอีก จากเหตุทหารกัมพูชายิงทหารไทย ที่ฐานปฎิบัติการภูผาเหล็ก จนเป็นสาเหตุของการสู้กันครั้งที่2 และยังไม่แน่ใจว่าจะยุติการสู้รบอีกเมื่อไหร่ รวมทั้งยังไม่ทราบว่า การสู้รบครั้งนี้เป็นการครั้งสุดท้ายหรือไม่ จะมีการสู้รบกันอีกในโอกาสต่อไปหรือไม่
เพื่อเป็นการแก้ปัญหาภัยคุกคามที่กัมพูชามีต่อประเทศไทย จึงใคร่เสนอแนวความคิดดำเนินการกับประเทศกัมพูชาใน 3 ข้อ หรือจะเรียกว่าบันได 3 ขั้น หรือ 3 ระยะ คือระยะต้น ระยะกลาง และระยะยาว
1.ระยะแรกในเมื่อเกิดการสู้รบกัน ฝ่ายกองทัพไทยควรจะดำเนินการปราบปราม หรือจัดการกับกองทัพกัมพูชาให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพื่อทำลายสภาพความเป็นกองทัพของกัมพูชาให้สิ้นซาก และเกาะระยะยาว การที่กองทัพกัมพูชาใช้อาวุธร้ายแรงเพิ่มขึ้น มีการยิงเครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง หรือBM 21 การใช้โดรนพลีชีพ และการใช้เครื่องยิงระยะไกล หรือที่เรียกว่า PHL-03 ซึ่งถือว่าเป็นการคุกคามประเทศไทย และไทยสามารถใช้สิทธิป้องกันตัวเอง ตอบโต้อย่างมีสัดส่วน และเป็นการทำลายล้างฐานที่มั่นทางการทหาร ซึ่งเป็นกติกาสากล และหากทหารกัมพูชาคุกคามโดยใช้อาวุธที่ร้ายแรงต่อประเทศไทย โดยเฉพาะPHL-03 เป็นเครื่องยิงระยะไกล สามารถยิงได้ไกลถึง 130 กิโลเมตร ทหารไทยควรจะตอบโต้ทหารกัมพูชาถึงกรุงพนมเปญ และต้องจัดการกับผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกองทัพกัมพูชาด้วย
2.จะต้องปราบแก๊งสแกมเมอร์ให้สิ้นซาก เพราะแก๊งสแกมเมอร์เป็นท่อน้ำเลี้ยงหรือเส้นทางการเงินให้กับรัฐบาลกัมพูชา รายได้ของประเทศกัมพูชา 60% มาจากรายได้ของสแกมเมอร์ วันนี้ทหารไทยทำลายตึกอาคารแก๊งสแกมเมอร์ และบ่อนคาสิโนคงไม่เพียงพอ ต้องจัดการในการฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาลอาญาระหว่างประเทศหรือICC และมีแนวร่วมจากประเทศทั่วโลกที่ต้องการที่จะปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา และใช้โอกาสนี้เป็นวาระแห่งโลก เพื่อจัดทำลายแก๊งสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นท่อน้ำเลี้ยงสำคัญให้กับกองทัพกัมพูชาและรัฐบาลกัมพูชา
3.การแก้ปัญหาระยะยาว ประเทศกัมพูชาอยู่ภายใต้อิทธิพลการปกครองของระบอบฮุนเซนมาเป็นเวลา 40 ปี ทุกประเทศจะต้องจับมือกัน ร่วมมือกันทำลายล้างล้มระบอบฮุนเซน ซึ่งสภาพตอนนี้อยู่ในสภาพที่ง่อนแง่น ไม่มีเสถียรภาพ ความเชื่อมั่นและความศรัทธาของประชาชนกัมพูชาต่อระบอบฮุนเซนลดน้อยถอยลง ระบอบฮุนเซนจึงปลุกกระแสชาตินิยม โดยการรุกรานประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อหวังเรียกเรตติ้งความนิยมทางการเมืองคืนมา รัฐบาลไทยต้องใช้เงื่อนไขนี้ สนับสนุนแทรกแซงกิจการภายในของกัมพูชา ล้มระบอบฮุนเซน เพื่อเปลี่ยนแปลงศูนย์กลางอำนาจใหม่ ซึ่งเชื่อว่าถ้ามีผู้นำทางการเมืองชุดใหม่ สามารถจัดการ หรือประสานงาน หรือคอนโทรลผู้นำประเทศของกัมพูชาได้
การแก้ปัญหาการคุกคามของกัมพูชาต่อประเทศไทย ถ้าหากใช้บันได 3 ขั้น เป็นการแก้ปัญหาในระยะต้น ระยะกลาง และระยะยาว ถ้าทำได้ จะเป็นการแก้ปัญหาภัยคุกคามประเทศไทยแบบยั่งยืน
จึงอยากเสนอมายังทุกภาคส่วนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้นำไปพิจารณาและดำเนินการตามที่เห็นสมควร.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ทร.ชี้ไทย-เขมรส่อรอบ3
วุฒิสภาจัดเสวนา เกาะกูดสู่ความมั่นคงชายแดน ทหารดีใจ สว.ประสานอนุมัติงบสร้างถนนบนเกาะกูด ใช้ขนปืนใหญ่ข่มกัมพูชา "บิ๊ก ทร." ชี้ในฐานะมุมมองนักการทหารเชื่อว่ามีโอกาสปะทะแนวชายแดนรอบใหม่ เพราะเขมรค่อนข้างสูญเสียเยอะ มีการเสริมเขี้ยวเล็บวันใดวันหนึ่งอาจจะฮึดขึ้นมาอีกรอบ
ทหารเรือจับตาชายแดนตราด ชี้มีโอกาสปะทุอีกรอบ ลั่นพร้อมโต้กลับ
“ผบ.กก.รฝ.1” เผยสถานการณ์ชายแดนยังต้องเฝ้าระวัง ประเมินฝ่ายตรงข้ามอยู่ระหว่างเสริมขีดความสามารถ และมีโอกาสที่สถานการณ์จะปะทุขึ้นอีก ย้ำกองทัพเรื
'อนุทิน' ลั่นรัฐบาลปราบสแกมเมอร์บ้าระห่ำ ยึดทรัพย์ไม่เกรงใจใคร
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ออกส่งหนังสือถึงรัฐบาลสหรัฐฯขอให้ตรวจสอบและพิจารณาคว่ำบาตร 28 รายชื่อ ที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีรายชื่อของนายวรภัค ธันยาวงษ์
'อนุทิน' ลุยทวงภาษีพิเศษสหรัฐฯ ชี้ 'วรภัค' โดนสอบสแกมเมอร์ ไม่เกี่ยวรัฐบาลนี้
“อนุทิน” จ่อทวงสัญญา “ทรัมป์” คิดภาษีพิเศษทำตามแถลงการณ์ร่วม บอกเห็นแล้ว ชื่อ “วรภัค” โผ่ 1 ใน 28 ลิสต์จ่อคว่ำบาตร
'วรภัค' โต้เอี่ยวสแกมเมอร์ พร้อมยื่นหลักฐานแจงสหรัฐฯ ยันไม่ได้ถูกคว่ำบาตร
นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า "จากกรณีที่มีการเผยแพร่ข่าวว่า ชื่อของผมปรากฏอยู่ในหนังสือของประธานคณะกรรมาธิการ บางคณะของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งส่งถึงกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงการคลังสหรัฐฯ นั้น" .
'กรณ์' จี้ถาม ก.ล.ต. เหตุใดต้องรอสหรัฐฯ เปิดฉากตรวจสอบอดีต รมต. ยุคอนุทิน
นายกรณ์ จาติกวณิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า โพสต์ที่แล้ว ผมพูดถึงเอกสารจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ที่ประเทศไทยควรติดตาม วันนี้ขอลงรายละเอียดครับ จดหมายลงวันที่ 15 กันยายน 2026 ลงนามโดย Brian Mast ประธาน

