
24 ธ.ค.2568- นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เรื่อง จัดเลือกตั้ง พร้อมประชามติ ประหยัด 4,000 ล้านตรงไหน มีเนื้อหาดังนี้
ภราดร บวรศักดิ์ อนุทิน เคยให้สัมภาษณ์ว่า รัฐบาลตัดสินใจให้มีการออกเสียงประชามติ พร้อมในวันเลือกตั้ง โดยใช้อำนาจของ ครม. ตามมาตรา 11 วรรคท้าย ด้วยเหตุความจำเป็นทางงบประมาณ เพราะถ้าจัดแยกจะสิ้นเปลือง จัดรวมประหยัดไป 4,000 ล้านบาท
เมื่อวาน 23 ธันวาคม 2568 ครม. มีมติอนุมัติงบประมาณ 8,978 ล้านบาท เพื่อให้ กกต.ใช้ในการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติ คำถามที่ 1 ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
ปี 2566 กกต. ใข้เงินในการจัดการเลือกตั้ง 5,945 พันล้านบาท หากปีนี้ใช้เท่าเดิม เท่ากับมีค่าทำประชามติเพิ่ม 3,000 ล้านบาท
ที่เลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งเดียวกัน อาจมีเพิ่มเต๊นท์ เพิ่มโต๊ะ เพิ่มคูหา
กรรมการประจำหน่วยเดิม 9 คน เพิ่มอีก 5 คน เป็น 14 คน อัพค่าตอบแทนจาก 650 บาท เป็น 800 บาท
ใช้เขตเลือกตั้ง เป็นเขตการออกเสียงประชามติด้วยกรรมการการเลือกตั้งเขต ใช้คนเดียวกันรับ 2 งาน อัพค่าตอบแทน จากเดือนละ 13,000 เป็น 22,000 บาท
ผู้อำนวยการเขต ประธาน กกต.เขต อัพค่าตอบแทนจากเดือนละ 15,000 เป็น 25,000 บาท
ยังไม่รู้ว่า วันจริงจะอำนวยความสะดวกให้ประชาชนมากน้อยเพียงไร ขณะนี้มีแต่ประกาศใช้สิทธินอกเขตได้ แต่ล่วงหน้าไม่ได้ แปลว่า ผมทำงานเชียงใหม่ ทะเบียนบ้านอยู่ กทม. ผมจะใช้สิทธิทั้ง 2 อย่าง ต้องลงทะเบียน 2 ครั้ง และไปใช้สิทธิ 2 วัน คือ วันเลือกตั้ง สส. ล่วงหน้านอกเขต 1 ครั้ง ในวันที่ 1 ก.พ. 2569 และ วันลงประชามติ 8 ก.พ. 2569
หากไม่ไปใข้สิทธิอย่างใดอย่างหนึ่งและลืมแจ้งเหตุ จะถูกตัดสิทธิการเมือง 2 ปี
การให้มีประชามติคราวนี้สุดจะ ฉุกละหุก เพราะถึงวันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังไม่ลงนามประกาศในราชกิจจานุเบกษา
กำหนดวันออกเสียงประขามติให้ตรงกับวันเลือกตั้ง
เกรงว่ากว่าจะประกาศเป็นหลังปีใหม่ วันที่ 2 มกราคม 2569 เท่ากับเหลือ 38 วัน ก่อนการลงประชามติ แค่พิมพ์บัตร แค่หากรรมการ แค่ส่งบัตรไปต่างประเทศ ก็แทบไม่ทัน แล้วยังจะต้องให้ลงทะเบียนฝ่ายรณรงค์ ส่งเอกสารเผยแพร่ เปิดโอกาสอย่างเท่าเทียมในการแสดงความคิดเห็น จะเอาเวลาที่ไหนไปทำ
ทำประชามติครั้งนี้ 3,000 ล้าน ยังไม่จบ เพราะต้องทำครั้งที่ 2 และ 3 เป็นการตัดแยกอีกครั้งละ 4,000 ล้าน รวมเป็น 11,000 ล้านบาท ถามว่าประหยัด 4,000 ล้านตรงไหน
จุดยืนผมคือสนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญ แต่หากเล่นกันลวก ๆ แบบนี้ หากประชาชนเขาเห็นว่าสิ้นเปลือง ไร้สาระ เขาโหวตคว่ำ
ประหยัดจริงครับ อีก 8,000 ล้านไม่ต้องใช้ แล้วทุกอย่างไปนับหนึ่งใหม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สมชัย' ดักทางปปช.ต้องไม่ไต่สวน 'สิทธิโชติ' แซงคิว 'ฐิติเชฏฐ์'
'สมชัย' ชี้กลุ่มสว.ร้อง 'สิทธิโชติ' ผ่านปปช.เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่ต้องเข้าคิวต่อจากคำร้อง กกต.ท่านอื่น กรณีร้อง 'ฐิติเชฏฐ์' ตู้แช่ไวน์-นำเงิน3แสนให้ผู้ว่าฯสตง. จึงไม่ควรเร็วกว่า หรือ แซงขึ้นมาพิจารณาก่อน ไม่ต้องตื่นเต้นกับใครไปฟ้อง แต่ควรตื่นเต้นกับการดำเนินการของปปช.มากกว่า
'สมชัย' จับตา 'ประกันภัยพิบัติแห่งชาติ' เริ่มนับหนึ่ง 1 ต.ค. ใครจะได้ช่อดอกไม้ ใครจะถูกตัดหัว
'สมชัย' จับตา ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เริ่มนับหนึ่ง 1 ต.ค. ต้องลุ้นหน่วยงานที่รับผิดชอบ จะลงนามกับบริษัทประกันที่มีผู้สนใจประมาณ 10 ราย ทันหรือไม่ ใครจะได้รับช่อดอกไม้ ใครจะหัวขาด เหตุน้ำที่ท่วมแล้วแม้จะเกิดขึ้นก่อน 1 ต.ค. แต่หากยังท่วมขังก็มีข้อโต้แย้งว่าควรมีสิทธิได้รับเงินประกัน และที่กำลังจะท่วมอีกทั่วประเทศ ประมาณ 9แสน -1 ล้านครัวเรือน
'สมชัย' ถามหา ใครคือ กกต.อีก 2 เสียง ที่กลับมาลงมติ 4:3 สั่งฟ้อง สว. 26 ราย
'สมชัย' ถามหา ใครคือ กกต.อีก 2 เสียง ที่กลับมาลงมติ 4:3 สั่งฟ้อง สว. 26 ราย อาจมีเหตุผลว่า สว. 26 คน มีหลักฐานแน่นหนาจนยากที่จะฝืนลงมติ ขอเอาตัวรอด เลิกคิดถึงบุญคุณที่ต้องทดแทน ปล่อยมือจากกลุ่ม 5 คน มาลงคะแนนอีกฝั่ง
'สมชัย' เปิดรายงานอนุฯที่ 36 ตอน 7 สำนวนอ่อน ของกลุ่มนักการเมือง เริ่มมาจากขั้นไหน
'สมชัย' เปิดรายงานอนุฯที่ 36 ตอน 7 สำนวนอ่อน ของกลุ่มนักการเมือง เริ่มมาจากขั้นไหน ชี้พิจารณาสำนวนฝ่ายการเมือง 22 คน มี 'อนุทิน-เนวิน' เป็นผู้ถูกร้อง ข้องใจอนุ26 สอบสวนหยาบหรือ มาสรุปแบบหยาบ ของทีมเลขาชุด36
'สมชัย' เปิดเอกสารอนุฯ 36 วิธีการประชุมวินิจฉัย ทีมเลขาอ่านสำนวน ร้อยละ 95 ไม่มีการซักถาม
'สมชัย' เปิดเอกสารอนุฯ 36 ตอนที่ 2 วิธีการในการประชุมวินิจฉัย ทีมเลขา ผลัดกันอ่านสำนวนทีละคดี สรุปความเห็นคณะที่ 26 ร้อยละ 95 ไม่มีการซักถาม ประชุม 2ชั่วโมงครึ่ง เบี้ยประชุมแต่ละคน เฉลี่ย 2 หมื่นบาทต่อเดือน
'ศุภชัย' โต้ 'สมชัย' อย่าฟังความข้างเดียว ย้ำหลักการเดิมไม่หนุนเอาเอกสารที่ไม่ชอบด้วยกม.มาเปิด
'ศุภชัย' โต้ 'สมชัย' เปิดเปิดสารคณะอนุุฯชุด26 แล้ว วันนี้เปิดคณะ 36 ก็ยังยืนยันหลักการเดิม ไม่สนับสนุนนำเอกสารมาเปิด หากไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย้ำผู้มีอำนาจตามกฎหมายต้องพิจารณาพยานหลักฐานทั้งหมดอย่าให้สังคมเป็นศาลที่ตัดสินคดีจากสำนวนที่มีคนเลือกมาเปิดทีละชุด อย่าฟังความข้างเดียว

