เพจ BIOTHAI ชูแนวคิดแก้ปัญหาเกษตรกรรม 'พิธา' เหนือกว่า 'ศุภจี'

10 มี.ค.2569-เพจ BIOTHAI โพสต์บทวิเคราะห์นโยบายด้านการเกษตรว่า พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และศุภจี สุธรรมพันธุ์ เป็นนักการเมืองต่างเส้นทาง 2 คนที่มีบทบาทโดดเด่น แม้มีแบคกราวด์แตกต่างกัน แต่ทั้งสองคนได้นำเสนอแนวความคิดเกี่ยวกับการแก้ปัญหาเกษตรกรรมที่น่าสนใจ สะท้อน 2 ขั้วของการหาทางออกเกษตรกรรมไทย

ภาคเกษตรของประเทศไทย สะท้อนความย้อนแย้งเชิงโครงสร้างที่สำคัญที่สุดของเศรษฐกิจไทย กล่าวคือ แม้ภาคเกษตรจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจเพียงประมาณ 6% ของ GDP แต่กลับมีแรงงานอยู่ในภาคนี้ถึงเกือบหนึ่งในสามของแรงงานทั้งประเทศ ความเหลื่อมล้ำนี้ทำให้เกษตรกรจำนวนมากติดอยู่ในวงจรเดิม คือ ผลผลิตราคาตก ต้นทุนสูง หนี้สินเพิ่มขึ้น อำนาจต่อรองต่ำ

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า จะทำอย่างไรให้ราคาพืชผลดีขึ้น แต่คือ ใครกำหนดกติกาของระบบอาหาร อันเป็นคือหัวใจของสิ่งที่เรียกว่า การเมืองเศรษฐกิจอาหาร (food politics) ในบริบทนี้ แนวคิดของนักการเมืองสองคนคือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ สะท้อนมุมมองต่อการแก้ปัญหาเกษตรไทยที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

  1. แนวคิดของพิธา: แก้ที่โครงสร้าง

แนวคิดของพิธาเริ่มต้นจากคำถามพื้นฐานว่า ทำไมเกษตรกรไทยถึงจน ทั้งที่ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม คำตอบที่เขาเสนอคือ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เกษตรกร แต่เกิดจาก โครงสร้างระบบเกษตร เขาอธิบายปัญหาเป็น “กระดุม 5 เม็ด” ได้แก่

  • ที่ดิน
  • หนี้สิน
  • ต้นทุนการผลิต
  • นวัตกรรม
  • การต่อยอดรายได้

แนวทางแก้ไขที่เสนอจึงเน้นการ ปฏิรูปโครงสร้าง เช่น ปฏิรูปที่ดิน ธนาคารที่ดิน การปลดหนี้เกษตรกร การลดต้นทุนปัจจัยการผลิต การเพิ่มมูลค่าผลผลิตผ่านการแปรรูป

ในมุมมองของการเมืองเศรษฐกิจอาหาร แนวคิดนี้พยายามแก้ปัญหาที่ต้นทางของระบบอาหาร คือ อำนาจการถือครองทรัพยากร เพราะหากเกษตรกรไม่มีที่ดิน ไม่มีทุน และต้องซื้อปัจจัยการผลิตจากบริษัทขนาดใหญ่ โอกาสที่จะหลุดจากความยากจนก็แทบไม่มี

  1. แนวคิดของศุภจี : แก้ที่ตลาด

ต่างจากแนวคิดของพิธา แนวคิดของศุภจีเริ่มต้นจากคำถามอีกแบบหนึ่ง คือจะทำอย่างไรให้สินค้าเกษตรขายได้ราคา แนวทางที่เสนอจึงเน้นการบริหารตลาด เช่น

  • การจัดการล้ง
  • การสร้างล้งกลาง
  • การขยายตลาดส่งออก
  • การทำ business matching
  • การใช้สินค้าเกษตรเป็นเครื่องมือในการเจรจาการค้า

แนวคิดนี้เชื่อว่า หากสามารถเพิ่มความต้องการสินค้าเกษตรและเปิดตลาดใหม่ ๆ ได้ รายได้ของเกษตรกรก็จะเพิ่มขึ้น ในทางหนึ่ง แนวคิดนี้สะท้อนบทบาทของรัฐในฐานะ ผู้จัดการตลาดสินค้าเกษตร ซึ่งอาจสามารถช่วยแก้ปัญหาราคาตกต่ำในระยะสั้นได้

  1. แต่คำถามสำคัญคือ “ใครควบคุมระบบอาหาร”

หากมองผ่านกรอบ food politics ปัญหาของระบบอาหารไม่ได้อยู่แค่ที่การผลิตหรือการค้า แต่เกี่ยวข้องกับ อำนาจในห่วงโซ่อาหาร ในหลายประเทศ บรรษัทขนาดใหญ่ควบคุมตั้งแต่

  • เมล็ดพันธุ์
  • ปุ๋ย อาหารสัตว์
  • การแปรรูป
  • การค้าปลีก

โครงสร้างนี้ทำให้เกษตรกรรายย่อยมีอำนาจต่อรองต่ำที่สุดในระบบ

ในบริบทนี้ แนวคิดของพิธาเข้าใกล้การแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างมากกว่า เพราะพยายามลดความเหลื่อมล้ำด้านทรัพยากร ขณะที่แนวคิดของศุภจีแม้จะช่วยแก้ปัญหาราคาตกต่ำได้ แต่ยังคงทำงานอยู่ภายในโครงสร้างตลาดเดิม

  1. อย่างไรก็ตาม ทั้งสองแนวคิดต่างมีข้อจำกัด แต่ต้องการการทำงานทั้งสองทาง

การปฏิรูปโครงสร้างแบบพิธาอาจต้องใช้เวลาและเผชิญแรงต้านทางการเมืองสูง ในขณะที่แนวทางบริหารตลาดแบบศุภจี แม้จะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ แต่หากไม่เปลี่ยนโครงสร้างการผลิตและการถือครองทรัพยากร ปัญหาก็อาจเกิดซ้ำอีก

กล่าวอีกอย่างหนึ่ง แนวคิดหนึ่งแก้รากของปัญหา อีกแนวคิดหนึ่งแก้อาการของปัญหา ซึ่งเกษตรไทยอาจต้องการทั้งสองแนวทาง หากพิจารณาอย่างเป็นธรรม แนวทางที่เหมาะสมที่สุดอาจไม่ใช่การเลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่คือการนำข้อเด่นของทั้งสองแนวคิดมารวมกัน
กล่าวคือ ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปฏิรูปโครงสร้างเกษตร ควบคู่กับการพัฒนาตลาดสินค้าเกษตร หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง แก้โครงสร้างในระยะยาวพร้อมกับแก้ตลาดในระยะสั้น

หากทำได้พร้อมกัน โอกาสที่เกษตรกรจะมีรายได้ที่มั่นคงก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

  1. อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นสำคัญอีกด้านหนึ่งที่ยังได้รับน้ำหนักน้อยในนโยบายของนักการเมืองไทยหลายคน นั่นคือ อำนาจของบรรษัทขนาดใหญ่ในระบบอาหาร เพราะปัจจุบันระบบอาหารไทยกำลังเผชิญกับการกระจุกตัวของอำนาจทางเศรษฐกิจ เช่น มีบรรษัทยักษ์ใหญ่ด้านเกษตรและอาหาร ที่ครอบครองทั้งเมล็ดพันธุ์ อาหารสัตว์ การผลิตอาหาร ค้าปลีก และผู้ส่งออกสินค้าเกษตร

โครงสร้างเช่นนี้ทำให้เกษตรกรจำนวนมากต้องอยู่ในฐานะผู้รับความเสี่ยง แต่ไม่ได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรม

ประเด็นเหล่านี้คือสิ่งที่เครือข่ายภาคประชาชนให้ความสนใจ ครอบคลุมเนื้อหาของสิ่งที่เรียกว่า อธิปไตยทางอาหาร (Food Sovereignty) สิทธิของเกษตรกรเหนือเมล็ดพันธุ์ การควบคุมทุนผูกขาดในระบบอาหาร และการสร้างความเป็นธรรมในห่วงโซ่อุปทานอาหาร

  1. การแก้ปัญหาเกษตรไทยไม่ใช่เพียงเรื่องของผลผลิตหรือราคา แต่คือเรื่องของอำนาจในระบบอาหาร

แนวคิดของพิธาและศุภจีสะท้อนสองแนวทางสำคัญของนโยบายเกษตรโลก แต่ในโลกที่ระบบอาหารกำลังถูกครอบงำโดยบรรษัทขนาดใหญ่ การปฏิรูปโครงสร้างอำนาจในห่วงโซ่อาหารยังคงเป็นโจทย์สำคัญที่ประเทศไทยต้องเผชิญ

หากนโยบายเกษตรในอนาคตสามารถผสานข้อดีของทั้งสองแนวคิด พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมในระบบอาหารมากขึ้น เกษตรกรไทยก็อาจมีโอกาสหลุดพ้นจากวงจรปัญหาเดิมที่ดำรงอยู่มานานหลายทศวรรษ

  1. นี่ยังไม่ได้พูดถึงปัญหาใหญ่ของยุคสมัย คือภัยคุกคามจากปัญหาสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งทำให้เกษตรรายย่อย ผู้บริโภค และที่จริงกระทบกับทุกคนบนผืนพิภพ ซึ่งทุกฝ่ายจะต้องร่วมกันหาคำตอบว่า ทำอย่างไรจะสร้างระบบเกษตรกรรมเชิงนิเวศและวิถีการบริโภคอย่างยั่งยืน ที่พรรคการเมืองและนักการเมืองยังไม่ได้กล่าวถึงมากนักอีกด้วย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ป.ป.ช. ขอขยายเวลายื่นศาลฎีกา ฟันอดีต 44 สส.ก้าวไกล

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการส่งคำร้องชี้มูลความผิดจริยธรรมร้ายแรงอดีต 44 สส.พรรคก้าวไกล กรณีเข้าชื่อแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ให้ศาลฎีกาพิจารณา ที่จะครบกำหนดระยะเวลา 30 วัน ในวันที่ 9 มี.ค.ว่า การร่างคำร้องเสร็จแล้ว แต่อยู่ระหว่างขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริง

เปิดเหตุผล 3 ข้อ ต้องหนุนหลัง 'ศุภจี' กวาดล้างนอมินี-มาเฟียล้งมะพร้าวให้สิ้นซาก

นักวิชาการอิสระ เผยแพร่บทความเรื่อง ศึกทุบโต๊ะล้งมะพร้าว ขุนพลหญิง "ศุภจี" ผ่าตัดมะเร็งร้าย ทวงคืนอธิปไตยเกษตรกรไทย ผ่านทางเฟซบุ๊กมีเนื้อหาดังนี้ อุตสาหกรรมมะพร้าวน้ำหอมไทยที่มีมูลค่าการส่งออกสูงเกือบ 10,000 ล้านบาทต่อปี

ศาลลงโทษหนัก! คุก 1 ปี 'นครชัย' อดีต สส.ส้ม มิให้เป็นเยี่ยงอย่าง

ศาลจำคุก 'นครชัย ขุนณรงค์' อดีต สส.ระยอง 1 ปี ไม่รอลงอาญา คดีเคยติดคุก ขาดคุณสมบัติ-เเจ้งความเท็จ ลงสมัครเลือกตั้งปี 66 ชี้มิให้เป็นเยี่ยงอย่างบุคคลอื่น ก่อนให้ประกันตัวระหว่างอุทธรณ์

'เท้ง' พร้อมลุยงานในสภา ผลักดันกม.-ควบคู่ตรวจสอบเลือกตั้ง เล็งยกเครื่อง 'กก.บห.ปชน.' เดือนเม.ย.นี้

‘เท้ง’ ลั่นพร้อมทำงานในสภาผลักดันกฎหมาย-ควบคู่ตรวจสอบเลือกตั้ง เผยยังไม่คุย ‘ประชาธิปัตย์-กล้าธรรม’ร่วมฝ่ายค้าน ยันไร้ปัญหาเหตุเคยร่วมงานพรรคต่างอุดมการณ์มาแล้ว รอที่ประชุม สส.เคาะส่งคนชิง‘ประธาน-รองประธานสภา’หรือไม่ จ่อหารือยกเครื่องกรรมการบริหารพรรคประชุมใหญ่ เม.ย.นี้

พรรคชนะเลือกตั้งกลายเป็นเผด็จการ! อนุสรณ์ส่วนต่อขยายของธนาธร

เป็นภาพที่น่าสนใจ เมื่อนักวิชาการระดับด็อกเตอร์ถอดเสื้อคลุมในห้องเรียน แล้วสวมเสื้อสีส้มลงสนามการเมืองเต็มตัว จนได้รับเลือกตั้งเป็น สส.กทม. พรรคประชาชน ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด