'ดร.กอบศักดิ์' เปิดสาเหตุหลัก 'เจรจาสันติภาพ' ถึงล้มเหลว

13 เม.ย. 2569 – ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า สาเหตุหลักที่ทำให้การเจรจาล้มเหลว … นิวเคลียร์ !!!

จากมุมของท่าน President Trump อิหร่านไม่ยอมเลิกที่จะมีอาวุธนิวเคลียร์ !!!

ท่านประธานาธิบดีเล่าถึงการประชุมว่า

The meeting with Iran began early in the morning, and lasted throughout the night — Close to 20 hours. I could go into great detail, and talk about much that has been gotten but, there is only one thing that matters — IRAN IS UNWILLING TO GIVE UP ITS NUCLEAR AMBITIONS!

In many ways, the points that were agreed to are better than us continuing our Military Operations to conclusion, but all of those points don’t matter compared to allowing Nuclear Power to be in the hands of such volatile, difficult, unpredictable people.

My three Representatives, as all of this time went by, became, not surprisingly, very friendly and respectful of Iran’s Representatives, Mohammad-Bagher Ghalibaf, Abbas Araghchi, and Ali Bagheri, but that doesn’t matter because they were very unyielding as to the single most important issue and, as I have always said, right from the beginning, and many years ago, IRAN WILL NEVER HAVE A NUCLEAR WEAPON!

การเจรจากับอิหร่านเริ่มตั้งแต่เช้าตรู่ และยาวไปตลอดทั้งคืน — เกือบ 20 ชั่วโมงเต็ม! ผมสามารถเล่ารายละเอียดได้มากมาย ข้อตกลงหลายอย่างก็ดีมาก — ดีพอๆ กับการที่เราจะเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่อ แต่มีเรื่องเดียวที่สำคัญที่สุด — เรื่องเดียวเท่านั้น อิหร่าน “ไม่ยอม” ล้มเลิกความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์!

ไม่ว่าข้อตกลงอื่นจะดีแค่ไหน ก็ “ไม่มีความหมาย” หากพลังนิวเคลียร์ตกไปอยู่ในมือของคนที่ไม่เสถียร ยากจะคาดเดา และอันตรายแบบนี้ ตัวแทนของผมทั้งสามคน ตลอดเวลาที่ผ่านมา ก็มีความสัมพันธ์ที่ดี ให้เกียรติฝ่ายอิหร่าน — ทั้ง Mohammad-Bagher Ghalibaf Abbas Araghchi และ Ali Bagheri

แต่สุดท้าย “มันไม่สำคัญ”เพราะในประเด็นที่สำคัญที่สุด — พวกเขา “ไม่ยอมขยับเลย” และผมพูดมาตลอด ตั้งแต่แรก — หลายปีมาแล้ว:อิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ — ไม่มีวัน! หากเป็นเช่นนี้ หากอิหร่านไม่ขยับเรื่องนี้ ก็ยากจะเจรจากันได้ และไม่จำเป็นที่จะกลับมาเจรจาอีก

เพราะระหว่างที่ท่าน JD Vance ประชุมกับอิหร่าน นักข่าวถามท่านประธานาธิบดีว่า อยากได้อะไรจากการเจรจา อะไรคือเป้าหมายในการเจรจา ท่าน President Trump ตอบทันที อิหร่านต้องไม่มีอาวุธนิวเคลียร์

99% ของสิ่งที่สหรัฐไปเจรจา คือเรื่องนี้ !!! ส่วนเรื่องอื่นๆ คุยกันได้หมด

ซึ่งจากที่เล่ามา ได้มีการหารือหลายเรื่อง สหรัฐได้หลายอย่างที่เป็นข้อตกลงที่ดีมากจากอิหร่าน แต่ไม่ได้เรื่องนิวเคลียร์ !!!

จึงไม่น่าแปลกใจ สุดท้าย ทีมต้องกลับบ้านมือเปล่า หลังประชุมมาราธอน 21 ชม. ไม่มีประโยชน์ที่จะยื้อต่อ ก็เพราะอิหร่านเลือกที่จะไม่ยอม ไม่ถอย ในเรื่องเดียว ที่สำคัญสุดกับท่าน Trump

ส่วนโลก ก็จะเดินเข้าสู่ทางของการเผชิญหน้า หลังจากนี้ !!!

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลดล็อกภาพจำ "นิวเคลียร์" จากเทคโนโลยีไกลตัว สู่สิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวัน

ช่วงนี้หลายคนอาจได้ยินชื่อ SMR หรือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (Small Modular Reactor) กันบ่อยขึ้น เพราะเป็นหนึ่งในทางเลือกพลังงานแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์

ความขัดแย้งล่าสุดได้เขย่าวงการถกเถียงเรื่องโทษประหารชีวิตในสหรัฐอเมริกา

การประหารชีวิตหญิงคนหนึ่งในรัฐเทนเนสซีที่ผิดพลาด และข้อถกเถียงเกี่ยวกับการถ่ายทอดสดการประหารชีวิตด้วยการยิงเป้า ได้นำประเด็นถกเถียงเรื่องโทษประหารชีวิตในสหรัฐฯ กลับมาสู่สาธารณชนอีกครั้ง

ทรัมป์ เปิดกว้างสำหรับการเจรจาสามฝ่าย กับปูตินและสี จิ้นผิง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แสดงท่าทีเปิดกว้างต่อการประชุมสุดยอดสามฝ่าย กับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

ยูเครนกล่าวหาสหรัฐฯ ให้ความช่วยเหลือรัสเซีย หลังขีปนาวุธโจมตีเคียฟ

เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ยูเครนกล่าวหาว่าสหรัฐอเมริกาให้ความช่วยเหลือรัสเซียโดยการไม่แจ้งเตือนถึงการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่จะเกิดขึ้น และบั่นทอนการตอบโต้ทางทหารของเคียฟผ่านการเปลี่ยนแปลงระบบ Starlink ที่ใช้ในสนามรบ

ตุรเกียและปากีสถาน ประกาศส่งกำลังทหารไปช่วยซาอุดีอาระเบีย

จากเหตุการณ์โจมตีซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มติดอาวุธฮูตีในเยเมน ทำให้ตุรเกียและปากีสถานตัดสินใจส่งกองกำลังไปสนับสนุนราชอาณาจักร โดยทั้งสามประเทศตกลงที่จะ “เริ่มดำเนินการตามข้อตกลงป้องกันร่วมกันโดยทันที”

ผู้เชี่ยวชาญของยูเอ็น ประณามการเนรเทศผู้อพยพของสหรัฐฯ ไปยังประเทศที่สาม

ผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติวิจารณ์สหรัฐฯ อย่างรุนแรงเกี่ยวกับการเนรเทศผู้อพยพไปยังประเทศที่สาม การกระทำดังกล่าวทำให้เกิด “ก