นักวิชาการซัด พ.ร.บ.ราง คือการขายสมบัติของชาติ!

23 เม.ย.2569 - นายกมล กมลตระกูล นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “จะสูบรีดประชาชน รีดเลือดเอากับปูไปถึงไหนกัน” ระบุว่า วาทกรรมของรัฐที่ใช้ได้ผลทุกยุคทุกสมัย ในการขายสมบัติของชาติ คือเพื่อประสิทธิภาพ และบริการที่ดีขึ้น แต่ในมุมกลับ ถ้ารัฐบาลบริหารเองแล้วไร้ประสิทธิภาพ มีการฉ้อโกงรั่วไหล ทำไมจึงไม่คิดเปลี่ยนรัฐบาลจนกว่าจะได้รัฐบาลที่มีประสิทธิภาพในการบริหารสาธารณูปโภคและสาธารณูปการและไม่คอร์รัปชันอย่างประเทศสิงค์โปร์ เวียดนาม จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ

พ.ร.บ.รางที่ผ่านสภาไปแล้ว คือการขายสมบัติของชาติ(สาธารณะสมบัติ) เพราะนั่นคือสิทธิและเส้นทางเดิน ที่ดิน คล้ายกับคลื่นความถี่ เส้นทางสร้างทางด่วน ทางพิเศษ ปตท. การไฟฟ้า ที่ให้เอกชนประมูลไป แล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไร เพราะเนื่องจากทรัพย์สินและบริการข้างต้น มีลักษณะเป็น "ภาวะผูกขาดโดยธรรมชาติ" (Natural Monopoly) คือ บริการหรือเส้นทางนั้น ผู้ใช้ ผู้เดินทางและผู้โดยสารแทบไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากใช้บริการเจ้าเดียว

ผลคือ ประชาชนรับกรรมจากภาวะจำยอม ที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ถ้าประชาชนไม่ตื่นรู้ให้เท่าทันก็ต้องก้มหน้ารับกรรมกันไป

ตัวอย่างการแปรรูปการรถไฟของประเทศอังกฤษ ให้บทเรียนได้ดีว่า บริการแย่ลง ราคาแพงขึ้น ประชาชนเดือดร้อน

ตัวเลขโดยประมาณ: การวิเคราะห์ข้อมูลระยะยาวพบว่า ในบางเส้นทาง (โดยเฉพาะตั๋วประเภท Walk-up หรือตั๋วซื้อหน้างาน) ราคาปรับตัวสูงขึ้นมากกว่า 200% - 300% ในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา (เทียบกับอัตราเงินเฟ้อทั่วไป)
การแปรรูป British Rail เป็นบทเรียนสำคัญว่า "การมีผู้เล่นหลายราย (Competition) ไม่ได้นำไปสู่การแข่งขันด้านราคาเสมอไป" ในธุรกิจรถไฟ เนื่องจากมีลักษณะเป็น "ธรรมชาติของภาวะผูกขาด" (Natural Monopoly) คือในหนึ่งเส้นทาง ผู้โดยสารแทบไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากใช้บริการเจ้าเดียว

ความล้มเหลวเชิงโครงสร้างนี้ส่งผลให้ปัจจุบันอังกฤษกำลังดำเนินการปฏิรูปใหญ่ผ่าน "Great British Railways" (GBR) ซึ่งเป็นการพยายามนำเอาการวางแผน การบริหารจัดการตั๋ว และโครงสร้างพื้นฐานกลับมาอยู่ใต้การกำกับดูแลของรัฐในลักษณะรวมศูนย์มากขึ้น เพื่อลดปัญหาความกระจัดกระจายและสร้างความเป็นเอกภาพของบริการ (Unified Service) ซึ่งเป็นจุดที่ย้อนกลับมาสู่แนวคิดเดิมก่อนการแปรรูป แต่ผสมผสานกับประสิทธิภาพด้านการจัดการที่ได้เรียนรู้มา

การพึ่งพางบประมาณอุดหนุน: น่าสนใจว่าแม้จะแปรรูปไปแล้ว แต่รัฐบาลอังกฤษยังต้องจ่ายเงินอุดหนุน (Subsidies) ในระดับที่สูงกว่ายุคที่เป็นรัฐวิสาหกิจเสียอีก เพื่อพยุงระบบที่เอกชนไม่สามารถทำกำไรในเส้นทางที่ห่างไกลได้

หลักการของระบบรถไฟฟ้า กทม. ก็ไม่ต่างกัน ผลลัพธ์ก็ออกมาไม่ต่างกัน

ควรจะดูและเอาเยี่ยงอย่างการบริหารระบบรถสาธารณะของจีนเป็นต้นแบบ ครับ

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักกฎหมายชี้ 'กกต.' พังเจตนารมณ์กฎหมายเสี่ยงสูงเจอ 157

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ เมื่อมติ กกต. 14 กันยายน 2569 ในคดีฮั้ว สว. ปี 2567 เดินสวนทางกับบทบัญญัติของกฎหมายและบรรทัดฐานเดิม

เอาแล้ว! ยื่นยุบพรรคประชาชนรับเงินไม่ชอบจาก 'ไอซ์ รักชนก'

'ทันกวินท์' บุก กกต. ยื่นยุบพรรคประชาชน หลังรับเงินไม่ชอบจาก 'ไอซ์ รักชนก' พร้อมจี้ ป.ป.ช. เช็กบิลเส้นทางเงินหลังพบพิรุธบริจาคพรรค 2 แสน แต่แจ้งมีหนี้ 2 ล้าน และแจ้งยอดบริจาค ป.ป.ช. แค่ 3.6 หมื่น