23 เม.ย.2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เมื่อเทคโนโลยีท้าทายรัฐธรรมนูญ: เจาะลึก "พยานผู้เชี่ยวชาญ" ในศาลรัฐธรรมนูญ” ระบุว่า จากข่าวเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องสำคัญเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้งติดรหัส Barcode และ QR Code ในการเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งถูกตั้งคำถามว่าอาจทำให้การเลือกตั้ง "ไม่เป็นไปโดยลับ" โดยศาลมีคำสั่งที่น่าสนใจคือ การสั่งให้พยานผู้เชี่ยวชาญจัดทำความเห็นยื่นต่อศาลภายใน 15 วัน เพื่อประกอบการวินิจฉัย
คำสั่งนี้เองที่นำไปสู่ประเด็นข้อกฎหมายที่น่าสนใจว่า ในระบบไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญนั้น "พยานผู้เชี่ยวชาญ" มีบทบาทอย่างไร? ทำไมบางกรณีพยานต้องมาศาล แต่บางกรณีกลับส่งเพียงเอกสารได้?
พ.ร.ป. วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561 มีการแยกรูปแบบไว้ดังนี้ครับ:
1. พยานที่ต้องมาศาล (มาตรา 64)
มักเป็นกรณีที่ "คู่กรณีอ้าง" หรือศาลเห็นสมควรเพื่อให้มีการซักถามเพื่อหาข้อยุติในประเด็นที่ยังขัดแย้งกัน
• กระบวนการ: ศาลสั่งให้จัดทำ "บันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นล่วงหน้า" ส่งให้ศาลก่อนล่วงหน้า
7 วัน เพื่อให้คู่กรณีฝ่ายอื่นได้มีโอกาสศึกษาและเตรียมข้อโต้แย้ง
• หน้าที่ในวันนัด: พยาน "ต้อง" เดินทางมาศาล เพื่อรับรองบันทึกถ้อยคำนั้นด้วยตนเอง และต้องตอบข้อซักถามเพิ่มเติมทั้งจากศาลและคู่กรณีที่ศาลอนุญาต ทำให้เกิดการพิสูจน์ความถูกต้องผ่านการซักถามเพิ่มเติมในห้องพิจารณาคดี
2. พยานที่ส่งเพียงบันทึกความเห็น (มาตรา 65)
เป็นกรณีที่ "ศาลกำหนดเอง" เพื่อขอความเห็นเฉพาะทางจากผู้เชี่ยวชาญที่ศาลกำหนด
• กระบวนการ: พยานจัดทำความเห็นเป็นลายลักษณ์อักษรตามประเด็นที่ศาลสั่ง และส่งต่อศาลภายในระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 15 วันตามข่าว)
• หน้าที่ในวันนัด: พยาน "ไม่ต้องมาศาล"
• จุดสำคัญ: เมื่อศาลอนุญาตให้ไม่ต้องมาศาล จึงไม่มีการรับรองบันทึกถ้อยคำและ "ไม่มีการซักถามเพิ่มเติม" ศาลจะใช้เอกสารความเห็นนั้นเป็นหลักฐานในคดีโดยตรง ซึ่งช่วยให้กระบวนการรวดเร็วและพยานให้ความเห็นได้อย่างเป็นอิสระ
บทวิเคราะห์ทิ้งท้าย
ในคดีบัตรเลือกตั้ง 2569 นี้ การที่ศาลสั่งให้พยานผู้เชี่ยวชาญส่งความเห็นต่อศาล อาจเป็นเพราะศาลมองว่า คดีนี้เป็น “ข้อพิพาทเชิงเทคนิคสูง” (highly technical dispute) และต้องพึ่ง “ความรู้เฉพาะทาง” เข้ามาเป็นฐานข้อเท็จจริง
บทบาทของพวกเขาจึงไม่ใช่แค่การให้ถ้อยคำ แต่คือการ "แปลความหมาย" ของเทคโนโลยีที่ซับซ้อน ให้กลายเป็นข้อเท็จจริงที่ศาลสามารถตัดสินใจนำไปปรับใช้กับหลักกฎหมายรัฐธรรมนูญได้อย่างถูกต้องครบถ้วนนั่นเองครับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อดีตผู้พิพากษา' ถอดรหัส ผู้สมัครสว. กรอกประวัติไม่ตรงความจริง เพิกถอนสิทธิ 10 ปีได้อย่างไร
'วัส ติงสมิตร' วิเคราะห์ ผู้สมัครสว. กรอกประวัติไม่ตรงความจริง ถึงขั้นเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง 10 ปีได้อย่างไร ถอดรหัสคดี 'นิ่มนวล' จบ ป.กศ. สูง แต่อ้าง 'ปริญญาตรี' ศาลชี้หลอกลวงให้ผู้สมัครคนอื่นเข้าใจผิดในคุณสมบัติถือเป็นการทุจริต เป็นแนวบรรทัดฐานใหม่ของศาลฎีกาฯ
เดือดแน่! จับตาเสวนา 'คดีฮั้ว ส.ว' ปรมาจารย์ด้านกฎหมายแท็กทีม ฮือฮา 'สิทธิโชติ' ร่วมด้วย
ราชบัณฑิตยสภา จัดเสวนา 'คดีฮั้ว ส.ว. : เรื่องจริงที่คนไทยทุกคนต้องรู้' 30 ก.ย.นี้ ฮือฮา 'สิทธิโชติ อินทรวิเศษ กกต.เสียงข้างน้อย' ร่วมด้วย ปรมาจารย์ด้านกฎหมายร่วมเสวนาอีกเพียบ ทั้ง 'จรัญ ภักดีธนากุล -วัส ติงสมิตร- วิชา มหาคุณ'
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสเจาะลึกคดีประวัติศาสตร์ฮั้วเลือก สว.
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
อดีตผู้พิพากษาอาวุโสชี้คดีฮั้ว สว.อาจอยู่ที่การให้ศาลค้นหาความจริง!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
นักกฎหมายชี้ 'กกต.' พังเจตนารมณ์กฎหมายเสี่ยงสูงเจอ 157
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ เมื่อมติ กกต. 14 กันยายน 2569 ในคดีฮั้ว สว. ปี 2567 เดินสวนทางกับบทบัญญัติของกฎหมายและบรรทัดฐานเดิม
ศาล รธน. ตีตกคำร้อง 'เจ๋ง ดอกจิก' ปม 'พีระพันธุ์' ตั้งนั่งคณะทำงาน
ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ไม่รับคำร้อง “เจ๋ง ดอกจิก” ขอวินิจฉัย “พีระพันธุ์” ปมแต่งตั้งเป็นคณะทำงาน

