09 เม.ย.2569 - นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ ““พิมพ์ผิด” หรือ “ทบทวนมติ” ? ส่องบรรทัดฐานกฤษฎีกา: เมื่อ ป.ป.ช. เพิ่มฐานความผิดวินัยย้อนหลัง!” ระบุว่า กลายเป็นประเด็นที่นักกฎหมายและข้าราชการท้องถิ่นต้องเงี่ยหูฟัง! เมื่อ คณะกรรมการกฤษฎีกา ออกมาวินิจฉัยกรณีสุดคลาสสิก (เรื่องเสร็จที่ 261/2569) ว่าด้วยเรื่อง "เอกสารตกหล่น" ขององค์กรอิสระอย่าง ป.ป.ช. จนต้องมีการแจ้งฐานความผิดเพิ่มย้อนหลัง ทั้งที่หน่วยงานต้นสังกัดสั่งตั้งกรรมการสอบวินัยในฐานความผิดเดิมที่ ป.ป.ช. แจ้งไปแล้ว!
จุดเริ่มต้นของปมปัญหา
เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ จ.สงขลา เมื่อข้าราชการ อบจ. และพนักงานเทศบาล ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดวินัยอย่างร้ายแรงในตอนแรกเพียง "ฐานเดียว" คือ จงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบของทางราชการ แต่เรื่องกลับไม่จบแค่นั้น! เมื่อคณะผู้ไต่สวนมาตรวจเจอภายหลังว่า "อ้าว! มติที่ส่งไปน่ะมันตกหล่น" เพราะจริงๆ แล้วในที่ประชุม ป.ป.ช. เขามีมติเอกฉันท์ให้ผิดเพิ่มอีก 2 ฐานหนักๆ คือ:
1.ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
2.ฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการ
คำถามคือ: "ทำแบบนี้ได้ด้วยหรือ?"
ในเมื่อมาตรา 54 (1) ของกฎหมาย ป.ป.ช. เขียนไว้ชัดว่า ถ้าวินิจฉัยเสร็จเด็ดขาดแล้ว จะยกขึ้นมาพิจารณาใหม่ไม่ได้ เว้นแต่จะมี "หลักฐานใหม่" ...แต่นี่ไม่มีหลักฐานใหม่เลย มีแค่บอกว่า "พิมพ์ตก"!
กฤษฎีกาฟันธง: "แก้ไขได้ เพราะไม่ใช่การเริ่มใหม่"
ที่ประชุมร่วมคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1 และ 2) ได้วางบรรทัดฐานไว้อย่างน่าสนใจ สรุปได้ดังนี้ครับ:
1.เจตนารมณ์เหนือตัวอักษร: มติในห้องประชุมจริงๆ นั้น "ครบถ้วน" มาตั้งแต่ต้นแล้ว การที่เอกสารออกมาไม่ครบเป็นเพียงความคลาดเคลื่อนทางธุรการ (Clerical Error) การแก้ไขจึงไม่ใช่การ "ทบทวนมติเดิม" แต่เป็นการทำให้ "เอกสารตรงกับความจริง"
2.เมื่ออาญาผิด วินัยก็ต้องล้อตาม: ศาลคดีทุจริตฯ ภาค 9 ได้พิพากษาลงโทษไปแล้วฐานทุจริต การจะให้วินัยเหลือเพียงแค่ "ผิดระเบียบ" (ฐานเดิมที่พิมพ์ตก) จึงขัดกับความเป็นจริงอย่างรุนแรง การแก้ไขให้มีฐาน "ทุจริต" จึงเป็นการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของระบบข้าราชการ
3.แนวทางปฏิบัติของผู้บังคับบัญชา: สำหรับหน่วยงานที่ตั้งกรรมการสอบสวนไปแล้ว กฤษฎีกาชี้ช่องว่าให้ "แก้ไขเพิ่มเติม" คำสั่งสอบสวนให้ครอบคลุมฐานความผิดใหม่ เพื่อให้การลงโทษเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
บทสรุปและข้อสังเกต
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า "ความถูกต้องเชิงเนื้อหาสาระ (Substance)" สำคัญกว่า "ความสมบูรณ์เชิงรูปแบบ (Form)" ในกรณีที่เป็นความผิดพลาดทางธุรการ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าคิดต่อคือ... ความคลาดเคลื่อนของหน่วยงานตรวจสอบที่ส่งผลให้กระบวนการล่าช้า หรือทำให้ผู้ถูกกล่าวหาต้องรับภาระในการสู้คดีเพิ่มขึ้นภายหลัง จะมีการเยียวยาหรือวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิด "การพิมพ์ตก" ในคดีสำคัญแบบนี้ได้อย่างไร?
"ความยุติธรรมที่ล่าช้า... บางครั้งก็คือความอยุติธรรม"
แต่มติกฤษฎีกาฉบับนี้ก็ได้ช่วยอุดช่องว่างไม่ให้ "คนทุจริต" หลุดรอดไปได้เพียงเพราะตัวอักษรที่ตกหล่น!
ทิ้งท้ายประเด็นสำคัญ: ฐานความผิดเดิม (จงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบ) กับฐานความผิดที่เพิ่มมา (ทุจริตต่อหน้าที่) มีผลต่างกันราวฟ้ากับเหว ไม่น่าเชื่อว่า ป.ป.ช. ซึ่งเป็นองค์กรที่มีนักกฎหมายและเจ้าหน้าที่จำนวนมาก จะมีการแจ้งมติที่ต่างกันมากผิดพลาดไปได้
จึงน่าจะมีการสอบสวนหาคน "จงใจพิมพ์ตก" หรือเป็นเพียงความผิดพลาดส่วนบุคคล (Human Error) เพื่อรักษาภาพลักษณ์ขององค์กรที่มีหน้าที่ปราบทุจริตให้มี "ความน่าเชื่อถือ" (Public Trust) ในสังคมที่ยึดมั่นหลัก “นิติรัฐ” (Rechtsstaat)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นักวิชาการอิสระ เปิดม่าน 'องคมนตรี' ส่องวิวัฒนาการสถาบันกษัตริย์ ผ่านมุมมองรัฐธรรมนูญ
องคมนตรี ไม่ได้เป็นเพียงองค์กรตามตัวบทกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นหน้าต่างสำคัญในการทำความเข้าใจพัฒนาการของรัฐธรรมนูญ
'อดีตผูัพิพากษา' เปิด 2 เคสกฎหมาย เมื่อรถไฟกับรถยนต์ชนกัน ใครประมาท
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ เมื่อรถไฟกับรถยนต์ชนกัน: ใครประมาท? เปิด 2 เคสกฎหมายที่คนขับรถและผู้โดยสารต้องรู้! มีเนื้อหาดังนี้
'อดีตผู้พิพากษาอาวุโส' เจาะลึกคำพิพากษาประวัติศาสตร์สูงวัยแต่ไฟยังแรง!
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา
นักวิชาการอิสระ สะท้อนรถไฟชนรถเมล์ ไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา บทเรียนความปลอดภัยชีวิตคนไทย
รถเมล์ถูกชน ไฟลุกท่วม ผู้คนเสียชีวิตและบาดเจ็บกลางกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศ ในพื้นที่ที่ผู้คนสัญจรหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของไทย คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า ใครผิด
'แสวง' ร่ายยาว กกต. จัดเลือกตั้งไม่ถูกใจประชาชน ลั่นต้องยึดหลักการ ทำตามใจฝ่ายไหนไม่ได้
"แสวง" ร่ายยาว กกต.รับรู้ประชาชนอยากปฏิรูป “องค์กรอิสระ” บอกทราบดี คนคาดหวังช่วงจัดการเลือกตั้ง แต่ต้องยึดหลักการมากกว่าถูกใจ ฉะ นักการเมืองทำอะไรก็อ้างประชาชน ชี้ องค์กรอิสระ ยึด “ประชาธิปไตยของชาติ” ตรวจสอบฝ่ายการเมืองที่แบ่งผลประโยชน์ไม่ลงตัว สะท้อนบทเรียน 3 รัฐธรรมนูญ ชี้ชัดปัญหาอยู่ที่คน กฎหมายเปลี่ยนแต่คนหน้าเดิม 100%
เอาแล้ว! อดีตผู้พิพากษาเจาะลึก พรก.กู้เงินบอก 2 แสนล้านเรื่องเปลี่ยนพลังงานเป็นจุดตาย
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา

