
นักวิชาการคาด ศึกชิง สก. 50 ที่นั่ง ได้สภากทม.สี่สี ‘เขียว-ส้ม-ฟ้า-แดง’ มองพวกแอบอ้างโหนชัชชาติจบแล้ว ชี้คนกรุงฉลาด เลือกผู้ว่าฯ เมืองหลวง ต่างจากสนามการเมืองระดับชาติ
8 พ.ค. 2569 – ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมืองจากวิทยาลัยพัฒนามหานคร มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช วิเคราะห์สนามเลือกตั้ง สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ที่จะเปิดรับสมัครวันที่ 28 พ.ค. นี้ว่า ตอนนี้มีกลุ่มอิสระต่างๆ ที่จะส่งคนลงสมัครชิงเก้าอี้ สก. หลังพรรคเพื่อไทยไม่ยอมส่งคนลงในนามพรรคอย่างเป็นทางการ ทำให้เท่าที่เห็นตอนนี้มีกลุ่มอิสระที่พยายามอิงกระแสนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ร่วมสามกลุ่ม แต่คนในพรรคอย่าง น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ดูแลพื้นที่ กทม. ที่จะขอให้ผู้สมัคร สก. ลงในนามเพื่อไทยแม้พรรคจะไม่ได้ส่งลงอย่างเป็นทางการ กลุ่มนี้คือ กลุ่มที่หนึ่ง ที่เขาควรจะต้องอิงผู้ว่าฯ ชัชชาติ เพราะเคยร่วมมือกันทำงาน ชั่วโมงนี้ อิงกระแสผู้ว่าฯ ชัชชาติย่อมได้เปรียบ
กลุ่มที่ 2 คือกลุ่ม ดร.จอห์น (สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา สก. เขตลาดกระบัง อดีตประธานสภา กทม. ที่เรียกว่า กลุ่ม Better Bangkok ที่อันนี้พังไปแล้ว เพราะไปเอารูปภาพผู้ว่าฯ ชัชชาติ มาขึ้นกับตัวเขาและทีมของเขา จนผู้ว่าฯชัชชาติต้องโพสต์เฟซบุ๊กว่า ไม่ใช่ทีมเดียวกัน โดยต่อมา ดร.จอห์น ก็ออกมายอมรับว่า สรุปแล้วไม่ใช่ทีมผู้ว่าฯ ชัชชาติ และบอกว่าตัวเองคิดน้อยไปหน่อยที่เอาภาพผู้ว่าฯกทม.มาขึ้นด้วย ในทางการเมืองก็ถือว่าจบแล้ว
และกลุ่มที่สาม ที่กำลังเด่นขึ้นมาในพื้นที่สื่อ คือกลุ่มคนทำงาน ที่ใช้ชื่อเรียกว่า สก.พันธุ์ใหม่ โดยใช้เฉดสีเขียว ซึ่งหลังนายชัชชาติประกาศว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มbetter bangkok ปรากฏว่าในเฟซบุ๊กของนายชัชชาติ ไม่ได้อ้างอิงถึงกลุ่มคนทำงาน-สก.พันธุ์ใหม่ คือไม่ได้บอกว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้ แค่บอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มbetter bangkok แสดงว่ากลุ่ม สก.พันธุ์ใหม่ มีโอกาสที่เชื่อมโยงที่จะเกี่ยวข้องกับผู้ว่าฯ ชัชชาติ หากสมมติว่านายชัชชาติสมัครรับเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง แล้วเขาประกาศตัวว่ามีกลุ่มเพื่อนของเขามาลงสมัครในนามกลุ่ม สก.พันธุ์ใหม่ กลุ่มคนทำงานก็จะมีคะแนนเพิ่มขึ้นมาพอสมควร
“เพราะฉะนั้นหน้าตาของ สก. หลังการเลือกตั้งจะเป็นลักษณะของการผสมสี 50 เขต กทม. โดย สก. 50 คน ในสภากรุงเทพมหานคร จะประกอบไปด้วย สีฟ้า สีส้ม สีเขียว ในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับผู้ว่าฯชัชชาติ ที่เรียกว่ากลุ่มอิสระ สก.พันธุ์ใหม่คนทำงาน โดยจะมีสีแดง เข้ามาแจมบ้าง ที่เป็นพวก สก.สีแดง ที่มาจากพื้นที่ กทม. รอบนอกฝั่งตะวันออก ก็จะทำให้สภากรุงเทพมหานคร มีการผสมกันของสี่สีคือ ส้ม ฟ้า เขียว แดง” ผศ.ดร.เชษฐา ระบุ
ผศ.ดร.เชษฐา ยังกล่าวถึงการที่พรรคเพื่อไทย ไม่ยอมส่งคนลงสมัคร สก. อย่างเป็นทางการเหมือนตอนเลือกตั้งปี 2565 ว่า น่าจะเกิดจากสองประเด็นหลักคือ หนึ่ง ตอนเลือกตั้งใหญ่ปี 2566 เพื่อไทยได้สส.ทั้งประเทศ 141 คน โดยได้ สส.กทม. มาหนึ่งคน แต่มาปี 2569 เพื่อไทยได้ สส.ทั้งประเทศ 74 คน ขาดไปครึ่งหนึ่งและไม่ได้สส. กทม.แม้แต่คนเดียว เพื่อไทยจึงรู้แล้วว่า กระแสพรรคในกรุงเทพฯ ไปลำบาก และที่สำคัญ การเลือกตั้ง กทม. จะเกิดขึ้นเดือนหน้า ที่เพิ่งผ่านการเลือกตั้งใหญ่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์มาไม่นาน ห่างกันแค่สามเดือนกว่า เพื่อไทยจึงไม่สามารถปั้นกระแสใน กทม. ได้ทัน
“เขาจึงคิดว่าหากส่งคนสมัคร สก. ในนามเพื่อไทยอย่างเป็นทงการช้ำแน่ และการแพ้ในสนามใหญ่อย่างกทม.จะทำให้เพื่อไทยยิ่งเสียภาพลักษณ์ในการฟื้นพรรค เพราะต้องการสร้างคะแนนจากการมีคนของพรรคไปเป็นรัฐมนตรีในห้ากระทรวงก่อน คือต้องการให้มีภาพบวกกับพรรคด้านเดียวไปเลย จึงต้องตัด กทม. ทิ้ง เพื่อจะได้ไม่ให้สื่อมาเล่นข่าวความล้มเหลวของเพื่อไทยใน กทม. จึงไม่ต้องการให้สนาม กทม. ที่ลงยังไงก็แพ้ มาทำให้เพื่อไทยต้องบอบช้ำจนสูญเสียฐานเสียงอีกรอบ ส่วนข้อที่สอง อย่างที่คนบอกกันคือเมื่อรู้ว่าส่งไปก็ไม่ชนะก็ไม่อยากเสียเงิน ไม่อยากจ่ายก็เลยไม่ส่งคนลงสมัคร สก.” ผศ.ดร.เชษฐา ระบุ
เมื่อถามว่า ส่วนใหญ่สนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ เรื่องกระแแสมีความสำคัญ และคนกรุงเทพฯ มักตัดสินใจกันในช่วงโค้งสุดท้าย อาจจะสองหรือสามวันสุดท้าย เรื่องกระแสมีส่วนสำคัญกับการเลือกตั้งครั้งนี้หรือไม่ ผศ.ดร.เชษฐา ให้ความเห็นว่า เรื่องนี้มีอยู่ 2 ประเด็น ประเด็นแรกเรื่องการอิงกระแสเป็นเรื่องจริง โดยเฉพาะระดับชาติ อิงกระแสแน่นอน เพราะว่าเนื่องจากเป็นการเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้นำหลักของประเทศ แต่ในระดับ กทม. ที่เป็นสนามเลือกตั้งท้องถิ่น เห็นมาเกือบ 30 ปี ที่จะพบว่า ผลการเลือกตั้งท้องถิ่นสนาม กทม. จะสวนทางกับผลการเลือกตั้ง สส. นั่นหมายถึงว่า คนกรุงเทพเป็นคนฉลาด รู้จักที่จะแยกสนาม หากเป็นสนามใหญ่ เลือกนายกก็กระแสเต็มเหนี่ยว ส่วนสนามย่อย ก็เลือกโดยผสมระหว่างกระแส เพราะเป็นการเมืองที่ใหญ่รองจาก สส. แต่ก็ยังอิงกระแสอยู่ แต่เขาจะดูเรื่องว่าจะเอาใครด้วยที่จะมาดูแลบ้านเขา เนื่องจากว่าผู้ว่าฯ กทม. ทำหน้าที่ในการดูแลพื้นที่กรุงเทพจริงๆ
“จะสังเกตว่าที่ผ่านมาเห็นบางทีนายกรัฐมนตรีมาจากพรรคการเมืองหนึ่ง ส่วนผู้ว่าฯ กทม. มาจากอีกพรรคการเมืองหนึ่ง แต่รอบนี้ ภูมิใจไทย ที่หัวหน้าพรรคเป็นนายกฯ ไม่ได้ส่งผู้ว่าฯ กทม. พอไม่ได้ส่งผู้ว่าฯ หมายความว่าตัวของผู้ว่าฯ กทม.ก็มีสิทธิ์ที่จะมาจากหลากหลายได้ ไม่ว่าจะสังกัดพรรคที่เป็นฝ่ายค้านหรือจะเป็นผู้ว่าฯ อิสระคนเดิมคือ ดร.ชัชชาติ เลยคิดว่า กทม. แม้อิงกระแสจริง แต่สุดท้ายคนกรุงเทพฉลาด เขารู้ว่าการเลือกผู้ว่าฯ กับเลือกนายกฯ มันต่างกัน เขาจะเลือกคนที่ต้องมาดูแลเขาได้ด้วย ตรงนี้ที่เป็นจุดตัดสิน 2 มิติ ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนวันลงคะแนนเสียง” นักวิชาการผู้นี้ ระบุ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ปชน. มีมติส่งศาลรธน. ตีความ พรก.กู้เงิน 'เท้ง' อ้อมแอ้มไม่อยากขยายขอบเขตอำนาจศาล
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน แถลงข่าวถึงจุดยืนของพรรคประชาชนต่อกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติ ออกพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่า ที่ประชุมพรรคประชาชนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งมีการหารือกันอย่างรอบคอบแล้วเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลทำนั้น
แล้วกัน! ‘เท้ง’ อ้างเรื่องภายใน ปัดให้รายละเอียดลงโทษ สส.ปากพล่อย
'เท้ง ณัฐพงษ์' แจงลงโทษวินัย 'ภัณฑิล' แล้ว ปม 'อภิปรายซัดกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน เอี่ยวยาเสพติด' ปัดลงรายละเอียด เหตุ เป็นเรื่องภายในพรรค
นักวิชาการ มธ. แนะวิธีเช็กบ้าน รับมือพายุระลอกใหม่ ชงรัฐปล่อยกู้ฉุกเฉินปรับปรุงที่อยู่อาศัย
นักวิชาการธรรมศาสตร์ เสนอรัฐบาลใช้ “วิศวกรรมป้องกัน” รับมือพายุฤดูร้อน แนะปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหนุนประชาชนปรับปรุงอาคาร-บ้านเรือน พร้อมแนะวิธีตรวจสอบจุดเสี่ยง“หลังคา-รางน้ำ
ภัณฑิลหนาว! เรืองไกรร้อง ป.ป.ช.สอบฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม
เรืองไกร ร้อง ป.ป.ช. สอบ 'สส.ภัณฑิล' อภิปราย ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรม หรือไม่
'กรณ์' ชี้ชัดข่าวดี 'อนุทิน' ปลื้มมูดี้ส์มองไทยน่าลงทุน เท่ากับยืนยัน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน มิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ
นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายกฯอนุทิน เผยข่าวดีบริษัทจัดอันดับเครดิต มูดี้ส์ฯ ปรับมุมมองเศรษฐกิจไทยจากเชิงลบเป็นมีเสถียรภาพและน่าลงทุน โดยนายกรณ์ ระบุว่า ผมถือว่านี่เป็นข่าวดีของประเทศครับ
นักวิชาการฟันธงคนกรุงได้เห็น 'ชัชชาติ' เป็นผู้ว่าฯ ที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพีอีก 4 ปีแน่
นักวิชาการเชื่อ 'ชัชชาติ' ไร้คู่แข่งนำม้วนเดียวจบ แต่จะได้คะแนนน้อยกว่าปี 65 ฟันเปรี้ยง 'ดร.โจ้-พรรคส้ม' เปิดตัวมาสองวัน กระแสไม่ปัง ส่วน ปชป.เชื่อไล่กวดไม่ทัน หลังเห็นชัดไม่พร้อม แต่จะได้ สก.มากขึ้น

