นักวิชาการอิสระ สะท้อนรถไฟชนรถเมล์ ไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา บทเรียนความปลอดภัยชีวิตคนไทย

18 พ.ค.2569-วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง  “รถไฟชนรถเมล์” ไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา: บทเรียนใหญ่ของรัฐ ความปลอดภัย และชีวิตคนไทย เนื้อหาระบุว่า โศกนาฏกรรมรถไฟชนรถโดยสารประจำทางบริเวณจุดตัดทางรถไฟแยกอโศก–เพชรบุรี เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียง “อุบัติเหตุจราจร” อีกเหตุหนึ่งของประเทศไทย  หากแต่เป็นภาพสะท้อนอันเจ็บปวดของคำถามใหญ่เกี่ยวกับ “มาตรฐานความปลอดภัยสาธารณะ” ที่สังคมไทยควรถามอย่างจริงจังเสียที

รถเมล์ถูกชน ไฟลุกท่วม ผู้คนเสียชีวิตและบาดเจ็บกลางกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศ ในพื้นที่ที่ผู้คนสัญจรหนาแน่นที่สุดแห่งหนึ่งของไทย คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ใครผิด” .. แต่คือ .. “เหตุใดระบบทั้งหมดจึงปล่อยให้ความเสี่ยงเช่นนี้ดำรงอยู่ได้ ทั้งที่ทุกคนรู้ว่ามันอันตราย?”

จุดตัดทางรถไฟ: “ระเบิดเวลา” กลางเมือง

ข้อมูลจากผู้เห็นเหตุการณ์และรายงานข่าวหลายสำนักตรงกันว่า บริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่มีปัญหาจราจรสะสมอยู่แล้ว รถติดหนัก และมักมีรถค้างอยู่บนรางรถไฟเป็นประจำ

นี่คือประเด็นสำคัญอย่างยิ่ง! เพราะหากรัฐ “รู้” ว่าพื้นที่ใดเป็นจุดเสี่ยง แต่กลับไม่มีมาตรการแก้ไขที่เพียงพอ ความรับผิดชอบย่อมไม่ได้อยู่ที่บุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น หากแต่อาจหมายถึง “ความล้มเหลวเชิงระบบ”

ในประเทศที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยสาธารณะ จุดตัดทางรถไฟแบบเสมอระดับ (Level Crossing) ถือเป็นหนึ่งในจุดเสี่ยงสูงที่สุดของระบบคมนาคม เพราะเป็นพื้นที่ที่ “รถยนต์” และ “รถไฟ” ต้องตัดผ่านกันโดยตรง หลายประเทศจึงพยายามลดหรือยกเลิกจุดตัดประเภทนี้ ด้วยการสร้างสะพานข้าม อุโมงค์ลอด หรือระบบป้องกันอัตโนมัติขั้นสูง  แต่ประเทศไทยกลับยังมีจุดตัดลักษณะนี้อยู่จำนวนมาก… แม้ในใจกลางเมืองหลวง

“รถไฟมีสิทธิทาง” ไม่ได้แปลว่า “รถไฟมีสิทธิชน”

ในสังคมไทยมักมีความเข้าใจอย่างง่ายว่า เมื่อรถไฟมี “สิทธิทาง” (Right of Way) รถคันอื่นที่เข้าไปอยู่บนรางย่อมเป็นฝ่ายผิดเสมอ แต่ในทางกฎหมาย ความจริงซับซ้อนกว่านั้นมาก แม้รถไฟจะมีสิทธิทางเหนือรถยนต์ทั่วไป แต่ไม่ได้หมายความว่า: รถไฟชนอะไรก็ไม่ผิด พนักงานขับรถไฟไม่มีหน้าที่ระมัดระวัง  ระบบความปลอดภัยไม่จำเป็นต้องทำงาน หน่วยงานของรัฐไม่ต้องรับผิดชอบต่อความบกพร่องของระบบ หลักกฎหมายไทยทั้งทางแพ่งและอาญายังคงยึดหลักสำคัญว่า “ทุกฝ่ายมีหน้าที่ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแก่พฤติการณ์”

มุมมองทางกฎหมาย: ดุลยภาพแห่งความรับผิดชอบ (ป.พ.พ. มาตรา 442)

ในทางแพ่ง มีหลักกฎหมายสำคัญตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 442 (ประกอบมาตรา 223) ที่ระบุว่า หากผู้ต้องเสียหายมีส่วนผิดหรือประมาทด้วย ศาลจะพิจารณาว่าความเสียหายเกิดจากฝ่ายไหนเป็นผู้ก่อยิ่งหย่อนกว่ากันเพียงไร เพื่อหักทอนสัดส่วนการชดใช้ค่าเสียหาย

หากมองเผิน ๆ คนขับรถเมล์อาจดูเป็นฝ่ายผิดเต็ม ๆ แต่หากพิสูจน์ได้ว่าระบบไม้กั้นของรัฐขัดข้อง สัญญาณเตือนไม่ทำงาน หรือพนักงานขับรถไฟไม่ลดความเร็วในเขตชุมชน หรือไม่มีความพร้อมในการขับรถไฟ (เพราะเสพยาเสพติด เนื่องจากมีข่าวไม่เป็นทางการว่าตรวจพบฉี่สีม่วง) ทั้ง ขสมก. และ รฟท. ก็อาจตกอยู่ในฐานะ “ต่างประมาททั้งคู่” บรรทัดฐานจากคำพิพากษาศาลฎีกาชี้ไว้ชัดเจนว่า แม้จำเลยจะรับสารภาพในคดีอาญา แต่ในส่วนของค่าเสียหายทางแพ่ง หากพบว่าผู้เสียหายมีส่วนประมาทด้วย ศาลจะนำมาฟังประกอบเพื่อลดหย่อนค่าสินไหมทดแทนตามสัดส่วน แต่ไม่อาจยกคำร้องเพื่อปัดความรับผิดชอบทั้งหมดได้ (ฎีกาที่ 783/2565) หากทั้งสองฝ่ายต่างประมาทเลินเล่อพอ ๆ กัน เช่น ขับรถเร็วในเขตชุมชนแล้วชนโค ศาลก็อาจตัดสินให้ความเสียหายเป็นพับแก่กัน (ฎีกาที่ 6964/2561)

แต่อย่าลืมว่า… หลักการหักทอนค่าเสียหายตามมาตรา 442 นี้ จะนำมาใช้บังคับกับผู้โดยสารผู้บริสุทธิ์บนรถเมล์ไม่ได้เด็ดขาด เพราะพวกเขาไม่มีส่วนประมาทใด ๆ ด้วยเลย ย่อมต้องได้รับการเยียวยาเต็มจำนวน!

นี่คือหลักสำคัญของกฎหมายสมัยใหม่ ที่ไม่ได้มองเพียงว่า “ใครอยู่ผิดที่” แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า “ระบบทั้งหมดได้ทำทุกอย่างแล้วหรือยัง เพื่อป้องกันไม่ให้ความผิดพลาดของมนุษย์กลายเป็นความตาย”

คนขับรถเมล์ผิดจริงหรือ? หรือระบบกำลังผลักให้คนตัดสินใจเสี่ยง

แน่นอนว่าโดยหลักจราจร ไม่มีใครควรหยุดรถคร่อมทางรถไฟ แต่ในอีกด้านหนึ่ง เราต้องถามด้วยว่า สภาพการจราจรบริเวณนั้นกำลัง “บีบบังคับ” ให้ผู้ขับขี่ต้องเผชิญสถานการณ์เสี่ยงหรือไม่?

เมื่อรถติดสะสมยาวหลายแยก เมื่อสัญญาณไฟไม่สัมพันธ์กัน เมื่อพื้นที่ระบายรถไม่เพียงพอ ผู้ขับขี่จำนวนมากอาจตกอยู่ในภาวะ “เลือกไม่ได้”

นี่ไม่ใช่การแก้ตัวแทนผู้ขับรถเมล์ แต่คือการมองปัญหาอย่างซื่อสัตย์ว่า บางครั้ง “ความผิดพลาดของมนุษย์” (Human Error) เกิดขึ้นภายใต้ “ระบบที่ออกแบบไม่ปลอดภัย” และรัฐสมัยใหม่มีหน้าที่สำคัญ คือ ออกแบบระบบที่ “เผื่อความผิดพลาดของมนุษย์ไว้ล่วงหน้า” เพราะมนุษย์ผิดพลาดได้เสมอ แต่ระบบที่ดีต้องไม่ปล่อยให้ความผิดพลาดนั้นกลายเป็นโศกนาฏกรรมใหญ่

ประเทศไทยยังขาด “องค์กรสอบสวนอุบัติเหตุอิสระ”

อีกประเด็นที่น่าคิดอย่างยิ่ง คือ หลังเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในไทย เรามักเห็นภาพเดิมซ้ำ ๆ:  ตั้งกรรมการสอบ  รอผลตรวจ  ข่าวเงียบ  ไม่มีบทเรียนเชิงระบบ สังคมจึงเริ่มตั้งคำถามว่า ประเทศไทยควรมี “องค์กรสอบสวนอุบัติเหตุอิสระ” ได้หรือยัง? เหมือนในต่างประเทศ เช่น National Transportation Safety Board (NTSB) ของสหรัฐฯ หรือ Rail Accident Investigation Branch (RAIB) ของอังกฤษ ที่มีหน่วยงานวิชาการเฉพาะทาง ทำหน้าที่สืบสวนหาสาเหตุเชิงวิศวกรรมความปลอดภัยอย่างเป็นอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อกระทรวงหรือหน่วยงานผู้ถูกสอบสวน

เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงเพื่อ “หาคนผิดมาลงโทษ” แต่เพื่อค้นหาสาเหตุเชิงโครงสร้างและถอดบทเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ เพราะชีวิตประชาชนไม่ควรเป็นเพียงตัวเลขในสถิติข่าวรายวัน

“คนไทยต้องไม่ตายฟรี”

คำพูดนี้อาจฟังดูรุนแรง แต่โศกนาฏกรรมครั้งนี้กำลังเตือนสังคมไทยว่า ความสูญเสียจะไม่มีความหมายเลย หากทุกอย่างจบลงเพียงการโยนความผิดให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง โดยไม่แตะปัญหาเชิงโครงสร้าง  หากระบบอาณัติสัญญาณมีปัญหา = ต้องกล้าพูดความจริง หากการออกแบบจุดตัดอันตราย = ต้องกล้าแก้ไข  หากคนขับรถไฟหรือรถเมลมีความผิด หน่วยงานรัฐต้องมีมาตรการคุมเข้ม

เพราะสุดท้ายแล้ว “ความปลอดภัยสาธารณะ” ไม่ใช่เรื่องเทคนิคเฉพาะของวิศวกรหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่านั้น แต่คือเรื่อง “สิทธิขั้นพื้นฐานในการพ้นจากภัยอันตราย” ของประชาชนทุกคน ประชาชนควรมีสิทธิเดินทางโดยไม่ต้องลุ้นว่า วันนี้จะสามารถกลับไปเจอหน้าครอบครัวที่บ้านได้หรือไม่ และรัฐมีหน้าที่ทำให้สิทธินั้นเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่เพียงกล่าวคำเสียใจหรือจ่ายเงินเยียวยาหลังโศกนาฏกรรมผ่านไปแล้ว

โศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์ครั้งนี้ จึงไม่ควรถูกจดจำเพียงในฐานะ “ข่าวใหญ่” หน้าหนึ่งของวันหนึ่งในเดือนพฤษภาคม .. แต่ควรเป็นจุดเริ่มต้นของการตั้งคำถามครั้งสำคัญว่า ..“ประเทศไทยจะยังยอมให้ ‘ความเสี่ยงที่ทุกคนรู้’ กลายเป็น ‘ความตายที่ที่เกิดซ้ำซาก’ โดยไม่มีใครรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหานี้ต่อไปอีกหรือ?”

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'นายกสภาทนาย' เฉลยใครประมาท! เหตุรถไฟชนรถเมล์ พร้อมจัดทีมช่วยผู้เสียหาย

'ธนพล' นายกสภาทนายความตั้งข้อสังเกตใครประมาทเคสรถไฟชนรถเมล์ จัดทีมทนายเยี่ยมคนเจ็บ ดูสถานที่จริง รับช่วยเหลือเคสนี้ทุกคน รับเป็นตัวกลางเจรจรค่าเสียหายจาก 'รฟท.-ขสมก.'

'ไอติม' แนะรัฐป้องกันเหตุซ้ำรอยมักกะสัน ต้องวางระบบที่ดี ขจัด-ลงโทษพฤติกรรมคนไม่ดี

พริษฐ์ ชี้หากไม่ต้องการเหตุการณ์ที่มักกะสันเกิดขึ้นอีกในอนาคต รัฐมีหน้าที่วางระบบที่ดีที่ขจัด ลงโทษ จากพฤติกรรมที่ไม่ดีของคนไม่กี่คน

เปิดคำพิพากษาศาลฎีกา คดีจนท.คุมไม้กั้นรถไฟประมาท

เพจเฟซบุ๊ก "PRT : คลังสารสนเทศรัฐสภา" โพสต์ข้อความว่า คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 148/2538 ​ คดีนี้คือเจ้าหน้าที่การรถไฟมีหน้าที่ปิดแผงกั้นถนนก่อนให้รถไฟผ่าน

'ศุภมาส' ส่งสคบ.เดินเรื่องเยียวยาให้ครอบครัวผู้เสียหาย

นายกฯ มอบ "ศุภมาส" เยี่ยมเหยื่อรถไฟชนรถเมล์ แยกอโศก-ดินแดง พร้อมย้ำ สคบ. จัดทีมเฉพาะกิจ ผนึกหน่วยงานคุ้มครองสิทธิผู้บริโภคใช้บริการสาธารณะเต็มที่ทุกราย

ไอเดีย 'เต้' ทางลอดใต้ทางรถไฟบริเวณสี่แยก ตัดปัญหารถติดสะสม-อุบัติเหตุรุนแรง

มงคลกิตติ์ ประธานกลุ่มกรุงเทพบินได้ เสนอไอเดียแก้ปัญหารถไฟชนรถเมล์ หรือชนอะไรก็ตาม โดยทางลอดใต้ทางรถไฟบริเวณสี่แยก