
19 พฤษภาคม 2569 – สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟฯ (สร.รฟท.) ออกแถลงการณ์ ยืนยันข้อเท็จจริง เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องต่อสังคม กรณีพนักงานขับรถไฟและใบอนุญาตผู้ปฏิบัติหน้าที่
แถลงการณ์ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.)
เรื่อง: ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่ของพนักงานขับรถไฟ
และการคุ้มครองตามบทเฉพาะกาลแห่ง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568
ตามที่เกิดอุบัติเหตุอันน่าสลดใจ กรณีขบวนรถสินค้าที่ 2126 ชนกับรถโดยสารประจำทางสาย 206 บริเวณจุดตัดทางรถไฟถนนอโศก-ดินแดง เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมากนั้น
สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย (สร.รฟท.) ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้สูญเสียและผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่าน โดยในส่วนของข้อเท็จจริงและสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุในครั้งนี้ อยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบและสอบสวนอย่างละเอียดของคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่มีบางประเด็นที่เป็นข่าวคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงสหภาพแรงงานฯ ขอชี้แจงให้ประชาชนทราบดังนี้
ตามที่อธิบดีกรมการขนส่งทางรางได้มีการให้ข่าว เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 ต่อสื่อมวลชน อย่างไรก็ดีโดยระบุในทำนองว่า “พนักงานขับรถไฟขบวนที่เกิดเหตุ ยังไม่ได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่จากกรมการขนส่งทางราง และได้สั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่” ซึ่งการให้ข้อมูลดังกล่าว โดยขาดการอธิบายบริบทและข้อเท็จจริงที่ครบถ้วน ได้สร้างความสับสนต่อระบบการทำงานของพนักงานขับรถไฟและทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดไปอย่างกว้างขวางว่า พนักงานขับรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีใบอนุญาตหรือขาดคุณสมบัติในการขับรถไฟอย่างผิดกฎหมาย
สร.รฟท. ในฐานะตัวแทนของผู้ปฏิบัติงานการรถไฟฯ จึงมีความจำเป็นต้องแถลงชี้แจงข้อเท็จจริงตามหลักกฎหมายและแนวทางปฏิบัติ เพื่อคุ้มครองศักดิ์ศรีการทำงานและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่สาธารณชน ดังนี้:
๑.กรณีที่อธิบดีกรมการขนส่งทางราง ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ที่ขบวนรถต้องใส่ห้ามล้อก่อนถึงจุดที่หยุดระยะ 2 กิโลเมตร นั้น ไม่ถูกต้อง การจะหยุดขบวนรถได้อย่างมีประสิทธิภาพจะประกอบด้วย ความสมบูรณ์ของรถจักร อัตราหน่วยลากจูงของขบวนรถ วันดังกล่าวขบวนรถมีหน่วยลากจูง ๕๗๘ หน่วย ความเร็วไม่เกินพิกัด ๔๐ กม./ชม. ระยะทางสามารถหยุดขบวนรถได้ตามปกติประมาณ ๒๐๐ เมตร ไม่ใช่ ๒ กิโลเมตร
๒.ก่อนที่จะมีการตราพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 บังคับใช้นั้น พนักงานขับรถของการรถไฟแห่งประเทศไทยทุกคน ได้รับการกลั่นกรอง การฝึกอบรม การทดสอบ และการแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่พนักงานขับรถอย่างถูกต้องตามกฎหมายโดย เป็นไปตามข้อบังคับของการรถไฟแห่งประเทศไทย
ฉบับที่ 3.1 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 25 (3) แห่งพระราชบัญญัติการรถไฟแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2494 บุคลากรทุกคนจึงผ่านกระบวนการคัดกรองที่มีมาตรฐานและมีกฎหมายรองรับสถานะการทำงานมาโดยตลอดโดย ฐานอำนาจและมาตรฐานเดิมในการปฏิบัติหน้าที่ก่อนมีการจัดตั้งกรมการขนส่งทางราง
๓.แม้ว่าพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 จะได้รับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 แต่ในบทเฉพาะกาล มาตรา 156 ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ได้บัญญัติรองรับและคุ้มครองสิทธิของพนักงานขับรถไฟเดิมไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้พลางก่อนในระหว่างช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ระบบใบอนุญาตใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดภาวะสูญญากาศและกระทบต่อการบริการเดินรถสาธารณะเป็นการคุ้มครองสิทธิตามบทเฉพาะกาล มาตรา 156
๔.ในปัจจุบัน การรถไฟแห่งประเทศไทยไม่ได้ละเลยหรือเพิกเฉยต่อกฎหมายใหม่ แต่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนของมาตรา 156 อย่างต่อเนื่อง โดยได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเป็นผู้ประจำหน้าที่ต่ออธิบดีกรมการขนส่งทางรางแล้วจำนวนทั้งสิ้น 951 ราย ซึ่งในจำนวนนี้ การรถไฟฯ ได้รับใบอนุญาตผู้ประจำหน้าที่มาแล้วจำนวนเพียง 208 ราย และหากให้เป็นไปตามความเห็นของอธิบดีการขนส่งทางราง พนักงานขับรถอีก 743 คน ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ต้องหยุดขบวนรถ 743 ขบวน ทั้งนี้ในความเป็นจริงพนักงานขับรถไฟที่เหลือรวมถึงพนักงานในขบวนรถที่เกิดเหตุได้ทำหน้าที่ขับรถไฟมานานก่อนมีการจัดตั้งกรมการขนส่งทางรางหลายปีมาแล้ว และอยู่ระหว่างกระบวนการเปลี่ยนผ่านตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด จึงถือเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่โดยชอบด้วยกฎข้อบังคับของการรถไฟฯ และกฎหมายทุกประการ ไม่ใช่เป็น “ผู้ขับรถไฟที่ไม่มีใบอนุญาต” ตามที่กรมการขนส่งทางราง ได้สื่อให้สังคมรับรู้ ซึ่งอาจทำให้สังคมเข้าใจคาดเคลื่อนได้
๕.ข้อเท็จจริงพนักงานขับรถไฟต้องมีอัตรากำลังทั้งสิ้น ๑,๒๕๘ คน แต่ปัจจุบันมีพนักงานขับรถเพียง ๙๕๑ คน ที่ต้องทำงานตลอดเวลาแทบจะไม่ได้หยุดพักผ่อนประจำสัปดาห์ ซึ่ง สร.รฟท. และการรถไฟฯ ได้เรียกร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมตลอดมา ให้เพิ่มอัตรากำลังให้เพียงพอต่อการทำงาน เพื่อประโยชน์ในการให้บริการประชาชน และเพื่อป้องกันความเหนื่อยล้าของพนักงาน ที่ต้องใช้ความสามารถพิเศษในการขับเคลื่อนรถจักรที่ใช้งานมาเป็นเวลานาน และเพื่อความปลอดภัยต่อประชาชน สหภาพแรงงานฯได้ตระหนักและได้เรียกร้องให้มีเรื่องการปรับปรุงด้านความปลอดภัยที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุดมาโดยตลอด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผบ.ตร. สั่งทุกพื้นที่บูรณาการหน่วยงานอื่น ป้องกันอุบัติเหตุจุดตัดทางรถไฟ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการด่วนไปยังผู้บัญชาการตำรวจนครบาล, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1-9 และ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในการดำเนินการและการปฏิบัติเพื่อป้องกันและลดโอกาส
'อดีตผูัพิพากษา' เปิด 2 เคสกฎหมาย เมื่อรถไฟกับรถยนต์ชนกัน ใครประมาท
นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ เมื่อรถไฟกับรถยนต์ชนกัน: ใครประมาท? เปิด 2 เคสกฎหมายที่คนขับรถและผู้โดยสารต้องรู้! มีเนื้อหาดังนี้
ผู้การนิติเวช เผยพิสูจน์ร่างเหยื่อรถไฟชนรถเมล์ได้แล้ว 7 ราย ส่วนศพที่ 8 ยังมีปัญหา
ผู้การฯ นิติเวช เผยพิสูจน์ร่างผู้เสียชีวิตได้แล้ว 7 ราย ส่งคืนให้ครอบครัวแล้ว 5 ราย ส่วนศพที่ 8 ยันเป็นเพศชายหลังผลตรวจไม่มีมดลูก เบื้องต้นมีเพื่อนของผู้สูญหาย ติดต่อเข้ามาแล้วสงสัยเพื่อนหายไปในช่วงเวลาเกิดเหตุ
'สิริพงศ์' ตอบกระทู้รถไฟชนรถเมล์ ชี้แก้ระยะยาวให้รถไฟวิ่งรางลอยฟ้า
“สิริพงศ์” ตอบกระทู้สดเหตุรถไฟชนรถเมล์ ยอมรับคนขับรถไฟประมาทขณะเกิดเหตุ สั่งเข้มงวดตรวจปูพรมตรวจสารเสพติดพนักงานระบบขนส่งทุกคน โต้ไม่ได้วัวหายล้อมคอก แต่ใช้วิธีสุ่มตรวจตลอด ส่วนมาตรการห้ามรถไฟวิ่งเข้ากทม.ชั้นใน พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน อาจให้รถไฟวิ่งรางลอยฟ้าทั้งหมด
หน่วยงานรถไฟชนรถเมล์ แจงยิบ กมธ. โดนโต้กลับ ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นปัญหาเชิงระบบ
หน่วยงานเกี่ยวข้อง 'รถไฟชนรถเมล์' ตบเท้าแจงยิบ กมธ.คมนาคม อธิบดีขนส่งทางราง โต้โซเชียลฯ ไล่ไปถาม Chat GPT หรือเด็กมัธยมดู ที่บอกว่าเบรกได้ใน 100-200 เมตร ทำได้จริงหรือไม่ ยกน้ำหนักหัวจักรหลายตัน ขนาดรถยนต์ก็ทำไม่ได้ ขณะที่ 'ตำรวจ' ยอมรับ เป็นข้อปฏิบัติแต่ไม่ได้มีมาตรฐาน การประสานระหว่าง 'จราจร-คนคุมไม้กั้น' ให้การบ้าน เพิ่มมาตรการจัด-จับ-ปรับ ผู้ฝ่าฝืน ด้าน 'นิกร' เดือด รับไม่ได้ชี้ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่เป็นปัญหาเชิงระบบเรื่องบุคคล ทวง สภา-รัฐบาลเคยให้ออเดอร์ไปแล้ว ติดกล้อง CCTV จี้ ติดไปแล้วกี่ตัว ถามมาตรฐานคัดกรองพนักงานขับรถ ซัด ถ้าตรวจฉี่ปีละครั้ง ไม่ต้องมีก็ได้

