ปลัด ทส.สั่งทุกกรมแสกนหาภารกิจเสี่ยงทุจริต! ลั่นไม่ปกป้องคนผิด

ปลัด ก.ทรัพย์ฯ สั่งทุกกรมแสกนหาภารกิจเสี่ยงทุจริต หลังเรียกบิ๊กข้าราชการถกผลโพล กกร.เมื่อวาน เดินหน้าอุดรูรั่ว วางมาตรฐาน SOP ลดความกังวลใจ ลั่นไม่ปกป้องคนผิด

20 พ.ค.2569 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้เป็นประธานการประชุมหารือผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนกับความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการของภาครัฐ เมื่อวันที่ 19 ที่ผ่านมาว่า การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมกับทุกหน่วย ไม่ใช่เฉพาะกรมควบคุมมลพิษ ในส่วนของผู้บริหาร รองปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการ และอธิบดีทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะ 3-4 กรม เพราะเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก จริงๆ แล้วปัญหาการคอร์รัปชันได้ยินมาตลอด รัฐบาลทุกยุคให้ความสำคัญ ตั้งแต่การปฏิรูประบบราชการ หรือมีการตั้งองค์กรอิสระขึ้นมา หลายหน่วยงานคือ เรื่องการสร้างข้าราชการโปร่งใส ตนคิดว่า ประเทศไทยมีการทำงานเรื่องนี้อย่างเต็มที่ มีการปรับการทำงานอนุมัติที่รวดเร็ว มีกระบวนการและคู่มือการปฏิบัติงาน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางกรมควบคุมมลพิษได้มีการขอข้อมูลจาก กกร. นางรวีวรรณ ยอมรับว่า ใช่ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. นายสุชาติได้มอบหมายให้ตนเชิญทาง กกร.มาร่วมหารือด้วย แต่คาดว่า ส่งหนังสือเชิญไปแบบกระชั้นชิด จึงไม่ได้มีการมาร่วมประชุมด้วย ไม่ได้มีการส่งผู้แทนมา แต่เราได้มีการประชุมหารือ เพราะเราอยากไปข้างหน้า เช่น หากมีข้อมูลอะไร หรือฟังก์ชันไหนของหน่วยงาน หรือภารกิจไหนของหน่วยงานที่เป็นปัญหาเราจะได้แก้ไข หลักการของกระทรวง ทส.ไม่ปกป้องคนผิดอยู่แล้ว เราต้องการแก้ไขและอุดรูรั่ว เช่น โรงงานนี้ไม่ดี มีปัญหา แต่ไม่ได้บอกจุดมาว่าต้องแก้ที่ไหน เป็นส่วนของเครื่องจักรหรือที่คน เราต้องใช้เวลาค่อนข้างมาก

นางรวีวรรณ กล่าวว่า ถ้าเราหวังผลรวดเร็วว่า ต้องการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจังต้องเอาข้อมูลที่ได้ทำการสำรวจมาแล้ว แต่เรายังไม่เห็น ซึ่งมีการคำนวณตัวเลขที่ค่อนข้างละเอียดมาก ซึ่งสื่อคงเห็นกันแล้วว่า ไม่ใช่ตัวเลขกลมๆ เป็นตัวเลขที่คำนวณถึงหลักหน่วย เราต้องการเห็นข้อมูลตรงนี้ ไม่ได้เอามาทะเลาะกัน แต่ต้องการเอาข้อมูลเหล่านี้มาแก้ไขในสิ่งที่เราอยากเห็น แต่ไม่ได้อยากเห็นข้อมูลว่าใครเป็นคนให้ เราเข้าใจ แต่ต้องใส่ข้อมูลวิเคราะห์มานิดหนึ่ง เราเป็นองค์กรที่มีส่วนกลางเป็นผู้กำหนดนโยบายและส่วนพื้นที่ด้วย หน้างานค่อนข้างเยอะ ทั้งการควบคุมมลพิษหรือจะเป็นเรื่องขยะ น้ำเสีย จึงอยากจะรู้ว่า ถ้าต้องการแก้ไขปัญหาให้รวดเร็ว อุดรอยรั่วในเรื่องการคอร์รัปชันที่เป็นปัญหาของชาติ จะต้องทำอย่างไรเพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างสร้างสรรค์ด้วยกัน เราอยากทำงานกับ กกร. ถึงแม้ว่า เป็นการเชิญแต่ กกร.ไม่ได้มา แต่จากวันนี้มีการตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวง ทส.กับ กกร. ซึ่งเป็นนโยบายของนายสุชาติ ให้ทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง คิดว่า เป็นเรื่องดีของประเทศที่จะก้าวไปด้วยกัน

นางรวีวรรณ กล่าวว่า ต้องถามว่า ในแบบสอบถามได้เขียนหรือไม่ว่า แต่ละกรมประชาชนเข้าใจหรือไม่ว่า คืออะไร และคนที่ทำแบบสอบถามเข้าใจหรือไม่ เพราะต้องให้ความเป็นธรรมอย่างกรมทรัพยากรธรณี ที่เป็นหน่วยวิชาการจริงๆ ดังนั้น ที่ถามว่า เรานับหนึ่งเมื่อไหร่ เรานับหนึ่งอยู่แล้ว และนับมานานแล้ว เพราะมีศูนย์ต่อต้านทุจริตทุกหน่วย มองว่า เรื่องนี้ดี เราจะอัพเกรดตามข้อสั่งการของนายสุชาติ ให้สำนักงานปลัด ทส.เป็นหน่วยงานสั่งผ่านศูนย์ปฏิบัติการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนและจัดการให้รวดเร็ว ซึ่งมีหลักการทำงานอยู่แล้ว สอบข้อเท็จจริง ให้ความเป็นธรรมเจ้าหน้าที่ เป็นหลักการที่รัฐบาลได้วางไว้อยู่แล้ว เอามาเชื่อมโยงกับหน่วยงานเพื่อเปิดช่องตรง เพราะส่วนกลางรับข้อมูลภายนอก คิดว่า เป็นเรื่องสำคัญ เรื่องที่ กกร.หยิบมา ถือเป็นหนึ่งเสียงที่เราให้ความสำคัญมาก ในโซเชียลกระทรวง ทส.ดูตลอดว่า มีอะไรบ้าง ถือว่า เป็นงานที่ต้องทำจริงจัง

ปลัดกระทรวง ทส. กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกกรมไปหาความเสี่ยงที่กรมคิดว่า เป็นงานที่มีความเสี่ยงมากที่สุด เพราะตอนนี้ยังไม่ทราบว่า เป็นงานไหน อย่างไรก็ตาม อธิบดีแต่ละกรมต้องทราบเนื้องานอยู่แล้วทุกจุด ถึงแม้จะไม่ใช่หน่วยงานอนุญาต อาจจะเป็นเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ หรือเป็นงานอื่นหรือไม่ ท่านต้องหยิบยกขึ้นมา เพราะหัวใจของผู้บริหารต้องรู้อยู่แล้วว่า งานไหนมีความเสี่ยงมากที่สุด หยิบ 1-2 งานเพื่อทำขั้นตอนการปฏิบัติงานมาตรฐาน หรือ SOP ว่าจะสามารถรั่วไหลตรงไหนได้บ้าง หรือต้องมีส่วนไหนใช้ดุลยพินิจ คิดว่า เป็นเรื่องสำคัญ หลักการที่คุยกันในที่ประชุมคือ ให้มีความโปร่งใส ลดการใช้ดุลยพินิจ ต้องประกาศคู่มือปฏิบัติงาน ระบุระยะเวลาให้ชัดเจน อันไหนลดขั้นตอนได้ ตนคิดว่า ถ้ายกตัวอย่าง 4 กรมของกระทรวงที่อยู่ในผลโพล แต่ไม่ได้นิ่งนอนใจในส่วนของกรมอื่นๆ ให้ดำเนินการเช่นเดียวกันในเรื่องของตัวระบบและเรื่องของคนด้วย

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“รมว.สุชาติ” สั่งล่าตัวมือดีตัด “นางพญาเสือโคร่ง” บ้านม้งดอยปุย 15 ต้น! ผนึกตำรวจ-ฝ่ายปกครอง เร่งขยายผลดำเนินคดี

23 ตุลาคม 2569 – นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เร่งติดตามกรณีลักลอบตัดต้นนางพญาเสือโคร่งและไม้ยืนต้นอื่น ๆ รวม 15 ต้น

“สุชาติ” ขอบคุณทุกภาคส่วนเร่งเก็บขยะทะเลเกาะสมุย 2 วัน กำจัดแล้วกว่า 20 ตัน เร่งจัดการขยะตกค้างอย่างเป็นระบบ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวขอบคุณและชื่นชมเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

“สุชาติ” เปิดเผยข่าวดี! พบ “รอยตีนไดโนเสาร์กินเนื้อ” อายุ 120 ล้านปี ครั้งแรกในอุดรธานี ชื่นชมประชาชนแจ้งเบาะแส นำสู่การค้นพบหลักฐานสำคัญทางธรณีวิทยา

วันนี้ (22 ตุลาคม 2569) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยการค้นพบรอยตีนไดโนเสาร์กลุ่มกินเนื้อ อายุประมาณ 120 ล้านปี ในพื้นที่อำเภอบ้านผือ

“สุชาติ” ดันไทยผนึกนิวซีแลนด์ ขับเคลื่อนตลาดคาร์บอนเอเชียแปซิฟิก มุ่งเชื่อมกลไกคาร์บอนเครดิต หนุนเป้าหมาย Net Zero

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศด้านตลาดคาร์บอน มอบหมายกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (สส.)

“สุชาติ” สั่งกรมป่าไม้เร่งตรวจสอบข้อร้องเรียนสร้างวิลล่าบนเกาะพะงัน พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเอกสารสิทธิและใบอนุญาตก่อสร้าง

วันที่ 20 ตุลาคม 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้กรมทรัพยากรธรณีดำเนินการเข้าตรวจสอบพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าวและประเมินความเป็นไปได้ในการจำแนกว่าเป็นรอยตีนไดโนเสาร์หรือร่องรอยที่เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติประเภทอื่น โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติภูหินจอมธาตุ-ภูพระบาท (เตรียมการ)

“รมว.สุชาติ” สั่งกรมป่าไม้เข้มงวดตรวจสอบพื้นที่ป่าจังหวัดตาก หลังพบการปรับพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต ยึดรถแบคโฮ–ไม้ของกลาง เร่งรวบรวมหลักฐานขยายผลตามกฎหมาย

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้