
หลังจากเหตุการณ์การสู้รบระหว่างยูเครน-รัสเซีย ยืดเยื้อมาเกือบ 2 สัปดาห์ ทำให้ทั่วโลกต้องเผชิญหน้ากับปรากฏการณ์ที่เป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต คือ วิกฤตไวรัสโควิด-19 วิกฤตเงินเฟ้อ และวิกฤตสงครามยูเครน-รัสเซีย ได้ส่งผลกระทบราคาพลังงานโลก
คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะเพิ่มสูงขึ้น อาจจะเห็นตัวเลขราคาน้ำมันโลกที่ 120 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ปัจจุบันน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 106.58 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เบรนต์ 118.11 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และเวสต์เทกซัส 110.07 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล น้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตสินค้าและขนส่ง ก็จะทำให้ราคาสินค้าและค่าขนส่งยิ่งแพงขึ้น กระทบทั้งค่าครองชีพและภาคการส่งออก รวมทั้งสภาวะเงินเฟ้อที่มาพร้อมกับเงินฝืดจะส่งผลต่อเศรษฐกิจทั้งในระดับครอบครัวและมหภาค
ก่อนหน้านี้ นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ภาคเอกชนและหอการค้าไทยได้ติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนอย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินว่าจะส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น โดยทุก 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลจะทำให้ราคาน้ำมันในไทยปรับขึ้น 50 สตางค์ต่อลิตร หากเกิดสงคราม คาดว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้นถึง 120 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล หรือจะกระทบต่อราคาน้ำมันในประเทศถึง 6 บาทต่อลิตร
จากตัวเลขคาดการณ์ที่ออกมาย่อมส่งผลกระทบต่อความเดือดร้อนของประชาชนอย่างแน่นอน สะท้อนได้จากเรื่องของเงินเฟ้อ ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ของกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือน ก.พ.2565 เท่ากับ 104.10 เทียบกับ ม.ค.2565 เพิ่มขึ้น 1.06% เทียบกับเดือน ก.พ.2564 เพิ่มขึ้น 5.28% สูงสุดในรอบ 13 ปี นับจากปี 2551
ส่วนเงินเฟ้อรวม 2 เดือนปี 2565 (ม.ค.-ก.พ.) เพิ่มขึ้น 4.25% และเงินเฟ้อพื้นฐาน ที่หักอาหารสดและพลังงานที่มีความผันผวนด้านราคาออก ดัชนีอยู่ที่ 102.20 เพิ่มขึ้น 1.20% เมื่อเทียบกับเดือน ม.ค.2565 และเพิ่มขึ้น 1.80% เมื่อเทียบกับเดือน ก.พ.2564 และรวม 2 เดือนเพิ่มขึ้น 1.16%
เห็นได้ชัดว่า ตัวเลขเงินเฟ้อนั้นเพิ่มสูงถึง 5% ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ปกติ เพราะยิ่งมีเงินเฟ้อมาก หมายความว่าค่าของเงินจะลดลง หรือในอีกทีทางหนึ่งก็คือ จะกลายเป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชนมากขึ้น โดยเงินเฟ้อจะไปกระทบต่อชีวิตของคนชั้นกลางและคนรากหญ้าที่หาเช้ากินค่ำ
และเงินเฟ้อในครั้งนี้ไม่สามารถใช้กลไกดอกเบี้ยมาจัดการได้ เพราะไม่ได้เป็นเงินเฟ้อที่มาจากเศรษฐกิจเติบโต ดังนั้นสิ่งที่ตามมาจากการประเมินในครั้งนี้ พอสินค้าแพงและคนไม่มีกำลังจะซื้อ ก็จะเริ่มวางแผนควบคุมค่าใช้จ่าย และนำไปสู่ภาวะเงินฝืดตามมา ซึ่งก็จะถือเป็นวิกฤตทางเศรษฐกิจรูปแบบหนึ่งที่สามารถจะเกิดขึ้นได้
ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดภาวะวิกฤตซ้ำซ้อน ในเมื่อรัฐไม่สามารถที่จะควบคุมราคาน้ำมันในตลาดโลกได้ สิ่งที่รัฐบาลพอจะทำได้คือ การดูแลราคาสินค้าไม่ให้ฉวยโอกาสขึ้นราคา รวมถึงการจะต้องดำเนินนโยบายเพิ่มกำลังซื้ออีกครั้ง แต่จะต้องโฟกัสให้กลุ่มคนมีเงินนำเงินออกมาใช้ ลำพังแค่คนละครึ่งก็ช่วยได้เฉพาะกลุ่มคนชั้นกลางและล่างเท่านั้น
ขณะเดียวกันก็อาจจะต้องพิจารณากู้เงินเพิ่มเติมขึ้นมาอีกเพื่อมาใช้ประคองธุรกิจ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกแนวทางที่รัฐบาลพอจะดำเนินการได้ แม้จะต้องเจอกับปัญหาหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้นก็ตาม
ส่วนราคาน้ำมันที่คาดว่าจะผันผวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็อาจจะใช้การสนับสนุนที่เฉพาะจุดกับคนที่ทำธุรกิจขนส่งมากขึ้น ไม่ใช่ให้แบบเหมารวม ซึ่งจะช่วยโฟกัสและไม่เป็นภาระงบประมาณมากเกินไป
ทั้งหมดคงจะต้องติดตามการแก้ปัญหาของรัฐบาลอีกครั้งว่าจะจัดการอย่างไร.
ลลิตเทพ ทรัพย์เมือง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เมื่อรักษ์โลกคือทางรอด
ผ่านพ้นไปหมาดๆ กับ “วันสิ่งแวดล้อมโลก” (World Environment Day) 5 มิถุนายน หลายคนอาจคุ้นเคยกับภาพการรณรงค์ปิดไฟ ปลูกป่า หรือลดการใช้ถุงพลาสติก
เข้มความปลอดภัยรถไฟฟ้า
ความปลอดภัยของระบบรถไฟฟ้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในการใช้บริการขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะ สถานีเชื่อมต่อ หรือ Interchange Station
โลกเปลี่ยนต้องปรับตัว
สงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล ได้สร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลก และยังทำให้การค้าโลกในยุคปัจจุบันกำลังเผชิญกับการพลิกโฉมครั้งใหญ่ ขับเคลื่อนด้วยภูมิรัฐศาสตร์ที่แบ่งขั้ว เทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด และวิกฤตสิ่งแวดล้อม
โอกาสใหม่ของแรงงานSilver Age 50+
ในวันที่สังคมไทยก้าวเข้าสู่ยุคผู้สูงวัยอย่างเต็มตัว “การดูแล" กำลังกลายเป็นหนึ่งในบริการที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ท่ามกลางตัวเลือกที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คำถามที่ยังค้างอยู่ในใจของลูกหลานจำนวนไม่น้อยคือ “คนที่มาดูแล...คือใคร?” “ไว้ใจได้แค่ไหน?” เพราะการดูแลผู้สูงวัย ไม่ใช่เพียง “บริการ” แต่คือ “ความสบายใจ” ของทั้งครอบครัว
‘บ้านผู้สูงวัย’กับโจทย์สังคมไทย
เมื่อประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างเต็มรูปแบบ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “ผู้สูงอายุจะมีชีวิตยืนยาวขึ้นอย่างไร” แต่คือ จะใช้ชีวิตอย่างไรในวันที่ต้องพึ่งพาตนเองมากขึ้น ท่ามกลางโครงสร้างครอบครัวที่เปลี่ยนไป
ประชุมกพอ.นัดแรกยังดันอีอีซีต่อ
ถ้าไม่ตามข่าวเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด หลายคนอาจจะคิดว่าโครงการ EEC (เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก) เงียบหายไปหรือเปล่า? แต่ล่าสุดเขามีการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญอีกครั้งในปีนี้

