สตรี

Tuesday, 29 January, 2013 - 00:00

"มิเรอร์" ก๊อปสุดท้าย "แบรนด์เนม" งานเฟคที่คนอยากไฮโซยอมจ่าย

  "ค่านิยม" "แฟชั่น" "ความชอบ" "หน้าตา" "แบรนด์เนม" และ "เงิน" ในกระเป๋าสตางค์ ใช่ว่าจะไปด้วยกันได้ทั้งหมด ...เมื่อสมการไขไม่ลงตัว ของ "เลียนแบบ" หรือ "งานก๊อบปี้" บรรดากระเป๋า แว่นตา เข็มขัด รองเท้า นาฬิกา จึงกลายเป็นทางเลือกสุดฮิตของเหล่าผู้นิยมของแบรนด์แสนแพง แต่กระเป๋าแห้งมาเนิ่นนาน
    เมื่อทุกอย่างบนโลกมีวิวัฒนาการเพื่อความอยู่รอดตามหลักคิดของชาร์ลส์ ดาร์วิน จึงไม่ต้องแปลกใจว่าข้อความตัวอย่าง 2-3 ประโยค เช่น "ก๊อป 100% เกรด A ราคากันเองทางนี้เลยจร้า" "งานก๊อปต่างประเทศเกรด AAA+ สนใจคลิกดูได้นะคะ" "งานพรีเมียมเหมือนของจริงทุกจุด พิสูจน์ได้ด้วยตัวเองวันนี้!!" จะกลายเป็นข้อความจูงใจเหล่าแฟชั่นนิสต้าเงินน้อยแบบเก๋ากึ้กสมัยพระเจ้าเหา เพราะช่วงเวลาราว 3-4 ปีที่ผ่านมา ของเลียนแบบได้วิวัฒน์พัฒนาตัวเองไปอีกขั้น ด้วยการเปลี่ยนทั้งสรรพนามและคุณภาพ!! เพื่อให้งานก๊อบปี้ยังคงขายได้ บนกระแสค่านิยมยอมเป็นหนี้บัตรเครดิต ไม่มีข้าวจะกิน แต่ขอซื้อของจริงหลีกเลี่ยงคำติฉินเมาธ์มอย
    งานก๊อบปี้ขั้นสุดท้ายที่เหมือนกับสะท้อน "กระจก" ออกมา หรือที่ที่เรียกสั้นๆ ว่า "งานมิเรอร์" (Mirror) จึงกลายเป็นคำติดหูของผู้นิยมใช้ของแบรนด์ก๊อบปี้ในทุกวันนี้ กับการการันตีว่า "เหมือนเป๊ะ" แบบแยกไม่ออก ถ้าไม่ใช่เซียนของยี่ห้อนั้นๆ มาส่องและฟันธง เพราะผลิตจากวัสดุเกรดเดียวกัน กระบวนการทำก็เหมือนกับต้นแบบแทบทุกอย่าง ยกเว้นก็แต่ราคาที่ถูกกว่า!! ...แม้จะไม่มากก็ตามที
    แม้ว่าความถูกจะไม่ถึงกับมากเหมือนของก๊อปเกรดเออย่างในอดีต แต่ก็ทำให้สาวแท้ สาวเทียม แม้แต่บุรุษที่นิยมของแบรนด์ ยินดีควักจ่ายไปตามๆ กัน เช่น กระเป๋าหลุยส์ วิตตอง แท้ใบละ 30,000 บาท งานก๊อปเกรด A ธรรมดาอาจได้ราคาอยู่ที่หลักพันต้นๆ หากเป็นงานมิเรอร์เกรดดีราคาจะสูงกว่าหลายเท่าตัว หรือประมาณเกือบหมื่นบาท จนถึงงานท็อป มิเรอร์ ราคาหมื่นปลายๆ ก็มี
    อะอะ ...ถึงแม้จะเป็น "มิเรอร์" แต่ก็แบ่งเป็นหลายเกรดนะจ๊ะ
    อย่าได้ดูถูกว่างานมิเรอร์นี้จะมีเกรดเดียว เพราะแหล่งที่มานั้นหลากหลาย ที่ฮอตๆ จะเป็นจีน ฮ่องกง และเกาหลี ที่รับทำงานมิเรอร์ก่อนส่งเข้าประเทศไทย ผ่านการสั่งออเดอร์ในเว็บไซต์ที่มีอยู่เกลื่อน ซึ่งข้อมูลจากแม่ค้าประจำเว็บไซต์ www.baggydoll.com อธิบายไว้ว่า
    เหมือนที่สุดคือ งานเกรด "ท็อป มิเรอร์" หรืองานกลุ่มไฮเอนด์ (Hi-end) ที่แกะมาจากของแท้เกือบทุกอณูแบบไม่มีผิดเพี้ยน เมื่อนำของจริงมาเทียบก็ยังดูไม่ค่อยออก ฉะนั้น ราคาของงานกลุ่มนี้จะสูงว่าเกรดเอส มิเรอร์ และเกรดมิเรอร์ธรรมดาพอสมควร และใช่ว่าของก๊อบปี้เกรดท็อป มิเรอร์ จะมีทุกแบรนด์ ส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปทางงานหนังทั้งใบอย่างแอร์เมส หรือเฉพาะรุ่นของบางแบรนด์ที่ขายดีอย่างหลุยส์ วิตตอง เนเวอร์ฟูล เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่แหล่งผลิตมาจากประเทศเกาหลี
    ส่วนงานเกรด "มิเรอร์" หรือบางคนก็เรียกกว่า "งานเอส" เป็นงานก๊อบปี้ที่เหมือนส่องออกมาจากของแท้ ไม่มีข้อแตกต่าง เพราะงานมิเรอร์จะทำจากหนังแท้ทั้งใบเช่นกัน หรือใช้วัสดุชนิดเดียวกันกับที่ของแท้ใช้ มาพร้อมกับถุงผ้า การ์ดการันตี ใบเสร็จ ซอง ถุงกระดาษแทบทุกรุ่นทุกยี่ห้อ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่มีงานก๊อบปี้ใดที่จะเหมือนของแท้ได้ 100% แม้มองด้วยตาผ่านๆ แล้วงานมิเรอร์ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเป็นของแท้หรืองานก๊อป แต่ถ้ามีของจริงมาวางเทียบและพิสูจน์ด้วยกูรู ถึงจะฟันธงได้ว่าคือของปลอม
    "งานก๊อบปี้ระดับมิเรอร์ จะแตกต่างจากงานระดับท็อป มิเรอร์ ด้านความหนาบางของหนัง สาย ข้อต่อ หรืออะไหล่ต่างๆ ของตัวงาน"
    เหมือนจะเป็นมิเรอร์ แต่ไม่ใช่!!
    มาต่อกันที่งานก๊อบปี้เกรด "ท็อป พรีเมียม" ที่มีคุณภาพสูงกว่างานพรีเมียมเล็กน้อย มักใช้อะไหล่เดียวกับงานมิเรอร์ และมีการเก็บรายละเอียดต่างๆ เช่น การตัดเย็บ ฝีเข็ม คุณภาพของหนังเทียมที่นำมาใช้ในการผลิตเทียบเท่ากับงานมิเรอร์ แต่ที่ไม่นิยมเรียกกันว่างานมิเรอร์ เพราะไม่ใช่งานที่ผลิตจากหนังแท้ 100% และมักนำเข้าจากฮ่องกง
    ท้ายสุดเป็นงานก๊อปเกรด "พรีเมียม" หรืองานก๊อปเกรด AAAAA ขณะที่บางคนบอกว่าเป็นงาน "มิเรอร์ จีน" ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะถนัดเรียก แต่แม่ค้าจากเว็บไซต์แบกกี้ดอลล์ระบุว่าคือเกรดเดียวกัน และส่วนมากส่งมาจากประเทศจีน
    "งานก๊อปเกรดนี้จะเป็นงานที่มีการวางตำแหน่งของลายหรือซีรีส์นัมเบอร์ใกล้เคียงกับของแท้ และใช้หนังแท้ในส่วนหูหิ้ว สายสะพาย กุ๊นขอบ ส่วนตัวกระเป๋ามีส่วนผสมระดับหนังแท้กับหนังสังเคราะห์จำพวกพียู และให้สัมผัสคล้ายคลึงหนังแท้ นอกจากนี้ งานส่วนมากมาพร้อมกับถุงผ้าและการ์ดการันตี"
    แล้วยี่ห้อใดบ้างที่มักโดนก๊อบปี้เป็นงานมิเรอร์?!??
    จากการสำรวจในเว็บไซต์ขายสินค้าแบรนด์เนมและพ่วงก๊อบปี้แบรนด์พบว่า หลุยส์ วิตตอง, ปราด้า, แอร์เมส, พอล สมิท, ชาแนล, กุชชี่, ดิออร์, เบอร์เบอรี่, โคช, อีฟส์ แซงต์ โลรองต์, แทค, โรเล็กซ์, คาเทียร์ และปาเต๊ะ ฟิลลิป จะเป็นแบรนด์อันดับต้นๆ ที่คนบ้าแบรนด์แต่เงินไม่ถึงนิยมหาซื้อของก๊อปมาใช้
    แบรนด์เนม "จำเป็น???" ขนาดต้องเสียเงินไม่น้อยสอยงานมิเรอร์
    เสียงสะท้อนจากห้องโต๊ะเครื่องแป้งจากเว็บไซต์ www.pantip.com แสดงทัศนะที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ของแบรนด์เนมไว้ดังนี้
     "ในแง่ผู้บริโภค การลงทุนกับกระเป๋าแบรนด์ดีๆ คือหมายถึงการลงทุนกับคุณภาพ แถมเวลาขัดสนหมุนไม่ทัน ขนาดเก็บไว้เป็นสิบๆ ปีอย่างน้อยก็ขายได้ไม่ต่ำกว่า 5 พันแหละ เชื่อว่าทุกคนมีปัญญาในการซื้อของแบรนด์เนม อยู่ที่การอดทนและอดออม ถ้าทำได้มันคือของขวัญที่พิเศษสามารถยืดอกพกได้อย่างมั่นใจ" ผู้โพสต์ที่แสดงตนว่าเป็นดีไซเนอร์นามว่า ล่องลอยในความฝัน กล่าวไว้ และบอกต่อด้วยว่า
    "ถ้ามองในด้านนักออกแบบ ต้องบอกว่ากว่าแบบหนึ่งลวดลายหนึ่งจะผลิตออกมาเป็นสินค้า ต้องใช้เวลาและมันสมองในการคิด ผู้บริโภคแทบจะไม่รู้เลยว่าต้องใช้เวลา และสูญเสียสิ่งใดไปบ้างในการดีไซน์งานสักชิ้น ฉะนั้น ดีไซเนอร์จึงภูมิใจที่เห็นคนใช้ของที่เขาออกแบบ มีผลตอบรับว่าชอบไม่ชอบก็รับได้ แต่จะเสียใจมากถ้าเห็นคนถือของก๊อบปี้ เพราะกำลังใจจะถดถอย"
    อีกหนึ่งเสียงของสาวทำงานวัย 27 "น้ำ" ให้ข้อคิดไว้ว่า ถ้าเป็นงานเกรดพรีเมียม การซื้อของก๊อบปี้อาจช่วยในเรื่องประหยัดสตางค์ แต่ถ้าเป็นงานมิเรอร์ หรือระดับท็อป มิเรอร์ ที่ราคาต่ำกว่าของจริงประมาณ 20-30% คิดว่าทนเก็บเงินแล้วซื้อในช็อปจะดีกว่า มั่นใจว่าได้ของแท้ ไม่ใช่แค่ของมิเรอร์แล้วมาอัพราคาว่าเป็นของจริง
    ไม่ใช่แค่งานแฟชั่นแบรนด์ดังที่ถูกก๊อบปี้ให้เป็นงานมิเรอร์ ทว่า เทคโนโลยีอย่างสมาร์ทโฟนก็กำลังถูกเลียนแบบด้วยเช่นกัน ล่าสุดในเครือข่ายเฟซบุ๊กก็มีให้เห็นกับงานมิเรอร์ ซัมซุงกาแล็คซี่ โน้ต ทู
    ...ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณๆ ว่าจะเป็นแฟชั่นนิสต้าแบบไหน??? ใช้ของถูกแต่ระแวงไม่เลิก งานไม่ได้คุณภาพพังเร็ว กับซื้อของจริงแล้วใช้อย่างภาคภูมิ ใช้ทน แถมตึ๊งแลกเงินใช้ยามขัดสนได้ด้วยนะ!!.