จรวด 'New Glenn' ของ Blue Origin ปล่อยลูกไฟขนาดมหึมาขึ้นสู่ท้องฟ้าขณะระเบิดระหว่างการทดสอบ ถือเป็นอีกหนึ่งความเสียหายต่อความทะเยอทะยานด้านอวกาศของมหาเศรษฐีเจฟฟ์ เบโซส

เปลวไฟขนาดใหญ่ของจรวด New Glenn ซึ่งระเบิดระหว่างการทดสอบบนแท่นปล่อยจรวด ที่สถานีอวกาศเคปคานาเวรัล รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม (Photo by NASASpaceflight.com / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569 กล่าวว่า จรวดนิวเกล็นน์ (New Glenn) ของบริษัทบลูออริจิน (Blue Origin) เกิดระเบิดระหว่างการทดสอบเมื่อวันพฤหัสบดี และปล่อยลูกไฟขนาดมหึมาขึ้นสู่ท้องฟ้า
ภาพวิดีโอแสดงให้เห็นจรวดสูงตระหง่านระเบิดเป็นเปลวไฟ ตามด้วยกลุ่มควันรูปเห็ด ขณะที่ผู้คนรอบข้างที่มาชมการปล่อยจรวดต่างอุทานว่า "โอ้ ไม่นะ!" และ "โอ้พระเจ้า!"
บริษัทอวกาศบลูออริจินของเจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้ง Amazon ระบุในแถลงการณ์สั้นๆ ที่โพสต์ลงโซเชียลมีเดียว่า จรวดประสบความผิดปกติระหว่างการทดสอบที่เคปคานาเวรัล ในรัฐฟลอริดาของสหรัฐอเมริกา และบุคลากรทั้งหมดได้รับการยืนยันความปลอดภัยแล้ว
เหตุระเบิดครั้งนี้เป็นความล้มเหลวครั้งล่าสุดของเบโซส ในการแข่งขันที่ดุเดือดระหว่างบริษัทเอกชนที่ผลักดันการสำรวจอวกาศ
"ยังเร็วเกินไปที่จะทราบสาเหตุที่แท้จริง แต่เรากำลังทำงานเพื่อค้นหาสาเหตุอยู่ ถือเป็นวันที่ยากลำบากมาก แต่เราจะสร้างใหม่และกลับไปทำการบินอีกครั้ง เพราะมันคุ้มค่า" เบโซสกล่าว
จรวด New Glenn ซึ่งมีความสูง 98 เมตร เป็นหัวใจสำคัญของความทะเยอทะยานด้านอวกาศของ Blue Origin โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งขันกับ SpaceX ของอีลอน มัสก์ ซึ่งกำลังพัฒนาจรวดที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อย่าง 'Starship'
มัสก์เองก็ร่วมแสดงความเสียใจ โดยเรียกอุบัติเหตุครั้งนี้ว่า "โชคร้ายอย่างยิ่ง"
ภัยพิบัติครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลังจากที่จรวด New Glenn ล้มเหลวในภารกิจส่งดาวเทียมสื่อสารขึ้นสู่วงโคจรที่ถูกต้อง ซึ่งนำไปสู่การสอบสวนในเวลาต่อมา
แม้ว่าบริษัทจะสามารถนำบูสเตอร์ของจรวดกลับมาใช้ใหม่และกู้คืนได้สำเร็จ แต่ภารกิจไร้คนขับนี้ก็ไม่ได้ส่งดาวเทียมจากบริษัท AST SpaceMobile ไปถึงเป้าหมาย
สำนักงานบริหารการบินแห่งสหรัฐอเมริกา (FAA) กล่าวตอบว่า ได้กำหนดให้ Blue Origin ดำเนินการสอบสวนอุบัติเหตุ ซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อต้นเดือน
"FAA ได้อนุมัติรายงาน NG-3 ของเราแล้ว และมีการดำเนินการแก้ไขแล้วเช่นกัน" Blue Origin แถลงเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยอธิบายว่า สภาพอากาศร้อนจัดทำให้เครื่องยนต์ตัวหนึ่งของจรวดไม่สามารถสร้างแรงขับได้เต็มที่ ส่งผลให้จรวดพลาดวงโคจรเป้าหมาย
ไมค์ ฮาริโดโปโลส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐจากรัฐฟลอริดา ซึ่งเขตเลือกตั้งของเขาครอบคลุมพื้นที่เคปคานาเวรัล กล่าวในแถลงการณ์ว่าเขาได้ติดต่อกับจาเร็ด ไอแซคแมน ผู้บริหารองค์การนาซา (NASA) เกี่ยวกับเหตุระเบิดดังกล่าว
"ผมรู้สึกขอบคุณที่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บ และขอขอบคุณเจ้าหน้าที่กู้ภัย, วิศวกร และทีมงานปล่อยจรวดที่ดำเนินการอย่างรวดเร็ว" ฮาริโดโปโลสกล่าว
ทั้งนี้ NASA และ Blue Origin ได้ร่วมมือกันพัฒนาเครื่องลงจอดบนดวงจันทร์สำหรับภารกิจอาร์เทมิส
ไอแซคแมนเผยว่า นาซาทราบเรื่องการระเบิดแล้ว
"การบินอวกาศนั้นโหดร้าย และการพัฒนาระบบปล่อยจรวดขนาดใหญ่แบบใหม่นั้นยากอย่างยิ่ง เราจะทำงานร่วมกับพันธมิตรของเราเพื่อสนับสนุนการตรวจสอบความผิดปกตินี้อย่างละเอียด, ประเมินผลกระทบต่อภารกิจในระยะสั้น และกลับไปปล่อยจรวดอีกครั้ง" เขาระบุ
นาซากำลังตั้งเป้าที่จะทดสอบการนัดพบกันในวงโคจรระหว่างยานอวกาศและยานลงจอดบนดวงจันทร์หนึ่งหรือสองลำในปี 2027 และดำเนินการลงจอดบนดวงจันทร์พร้อมลูกเรือก่อนสิ้นปี 2028
แต่ยังมีอีกหลายสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นก่อนหน้านั้น และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมได้แสดงความสงสัยซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า Blue Origin และ SpaceX จะสามารถบรรลุเป้าหมายได้ทันเวลาหรือไม่.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘อีลอน มัสก์’ แพ้คดีฟ้องร้อง OpenAI
อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน พ่ายแพ้ในคดีฟ้องร้องบริษัท OpenAI ผู้พัฒนา ChatGPT และแซม อัลท์แมน-ซีอีโอของบริษัท เมื่อวันจันทร์
‘อีลอน มัสก์’ เบี้ยวศาลที่ปารีส ในการพิจารณาคดีเกี่ยวกับภาพอนาจารเด็กบน X
อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน ไม่ไปปรากฏตัวในศาลฝรั่งเศสเพื่อเข้ารับการไต่สวนโดยสมัครใจ ในคดีเกี่ยวกับภาพอนาจารเด็กบนแพลตฟอร์ม X ของเขา แม้ว่าจะได้รับหมายเรียกแล้วก็ตาม

