เดโมแครตกวาดที่นั่งเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ เอาชนะทรัมป์อย่างขาดลอย

พรรคเดโมแครตเข้าควบคุมสภาคองเกรสของสหรัฐฯได้แล้ว ด้วยชัยชนะจากการเลือกตั้งกลางเทอมที่ทำให้ครอบครองเสียงข้างมากทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลให้โดนัลด์ ทรัมป์ ตกอยู่ในสถานการณ์บีบคั้นทางการบริหารตลอด 2 ปีสุดท้ายของเขา

โจชัว ทูเร็ก ผู้สมัครรับเลือกตั้งวุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครต ฉลองชัยชนะในงานเลี้ยงคืนวันเลือกตั้งกลางเทอม ณ อาคารและพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ไอโอวา ในเมืองเดสโมอินส์ รัฐไอโอวา เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน โดยพื้นที่นี้เดิมเคยเป็นของพรรครีพับลิกันมาตั้งแต่ปี 2008 (Photo by Kamil Krzaczynski / AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ระบุว่า พรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ และส่งผลให้มีที่นั่งในฐานะเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นการเข้าควบคุมสภาคองเกรสอย่างเบ็ดเสร็จและจะสร้างความยากลำบากใหักับรัฐบาลพรรครีพับลิกันภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

ชัยชนะอย่างถล่มทลายของพรรคเดโมแครตจะทำให้ฝ่ายค้านมีอำนาจในการขัดขวางกฎหมาย, เปิดการสอบสวนอย่างกว้างขวางต่อรัฐบาล และขัดขวางการแต่งตั้งผู้พิพากษาและเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาล

ผลการเลือกตั้งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจอย่างมากต่อค่าครองชีพ, ภาษี และสงครามของทรัมป์กับอิหร่าน ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและเพิ่มความไม่พอใจต่อผู้นำประเทศที่ไม่เป็นที่นิยมอยู่แล้ว

หลังทราบผล ทรัมป์แสดงท่าทีประนีประนอมแม้เคยตั้งคำถามเกี่ยวกับการเลือกตั้ง โดยบอกกับสื่อว่าเขายินดีอย่างยิ่งที่จะยอมรับผลการเลือกตั้ง

"ผมคิดว่าพรรคเดโมแครตทำได้ดี ผมคิดอย่างนั้นจริงๆ พวกเขาต่อสู้กันอย่างหนัก" ชายวัย 80 ปีกล่าว ซึ่งเป็นการชมเชยฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่างไม่ค่อยเกิดขึ้นบ่อยนัก

แต่เขาพยายามที่จะแยกตัวเองออกจากผลงานที่ย่ำแย่ของพรรครีพับลิกัน โดยกล่าวเสริมว่า "ผมไม่ได้มองว่าชัยชนะของพรรคเดโมครตคือการโจมตีสิ่งที่ผมทำมา"

เขายอมรับว่าความขัดแย้งกับอิหร่านมีส่วนทำให้พ่ายแพ้ ในขณะเดียวกันก็ปกป้องการรณรงค์ทางทหาร และเขาเสนอแนะว่าพรรคคู่แข่งสามารถหาจุดร่วมกันได้ในประเด็นการอพยพซึ่งเป็นหนึ่งในประเด็นที่สร้างความแตกแยกมากที่สุดในวาระประธานาธิบดีของเขา

พรรคเดโมแครตพลิกชนะในพื้นที่ที่พรรครีพับลิกันครอบครองมานาน โดยประสบความสำเร็จทั้งในรัฐเซาท์แคโรไลนา, นอร์ทแคโรไลนา, ไอโอวา, แคนซัส, โอไฮโอ, เท็กซัส และเมน

ในรัฐเมน ทรอย แจ็กสัน อดีตคนตัดไม้ สามารถเอาชนะซูซาน คอลลินส์ วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันซึ่งดำรงตำแหน่งมาอย่างยาวนาน ทำให้พรรคเดโมแครตชิงสัดส่วนวุฒิสภาเพิ่มอีก 1 ที่นั่งได้จากพรรครีพับลิกัน

ในรัฐแคนซัส อดัม แฮมิลตัน นักบวชเมธอดิสต์ กลายเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครตคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสู่วุฒิสภาจากรัฐที่สนับสนุนอนุรักษนิยมมาโดยตลอดนับตั้งแต่ปี 1932 ขณะที่รัฐไอโอวาเองก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้เลือกวุฒิสมาชิกจากพรรคเดโมแครตมาตั้งแต่ปี 2008

เจมส์ ทาลาริโก จากพรรคเดโมแครตในรัฐเท็กซัส ประกาศว่าเขาล้มยักษ์ได้และคว้าที่นั่งในวุฒิสภา ขณะที่จีนา ฮิโนโฮซา โค่นเกร็ก แอบบอตต์ ผู้ว่าการรัฐจากพรรครีพับลิกัน ถือเป็นการยุติการปกครองของพรรครีพับลิกันที่ยาวนานหลายทศวรรษ

นอกจากนี้ พรรคเดโมแครตยังรักษาที่นั่งสำคัญในวุฒิสภาของตนเองไว้ได้ด้วย รวมถึงที่นั่งในรัฐจอร์เจียและนิวแฮมป์เชียร์

ความยิ่งใหญ่ของชัยชนะเพิ่มขึ้นอีกเมื่ออับดุล เอล-ซาเยด เอาชนะไมค์ โรเจอร์ส อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรครีพับลิกันในรัฐมิชิแกน ทำให้เขาเป็นชาวมุสลิมคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสู่สภาสูงของรัฐสภา

เอล-ซาเยดได้รับชัยชนะแม้มีเหตุการณ์พลิกผันในนาทีสุดท้ายของการหาเสียง เมื่อเฮลีย์ สตีเวนส์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งขั้นต้นของพรรคเดโมแครตให้กับเอล-ซาเยด ออกมาสนับสนุนโรเจอร์สในนาทีสุดท้าย

ชัยชนะของพรรคเดโมแครตในการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรครั้งนี้ ส่งผลให้ได้ที่นั่งเพิ่มขึ้นในรัฐเพนซิลเวเนีย, เคนตักกี, แอริโซนา นอร์ทแคโรไลนา, วิสคอนซิน และนิวเจอร์ซีย์ รวมถึงเขตเลือกตั้งที่ทรัมป์เคยชนะอย่างสบายๆ ในปี 2024

ในการเลือกตั้งสำคัญที่หลายคนจับตามอง เจ.ดี. ฟอร์ด จากพรรคเดโมแครต โค่นวิกตอเรีย สปาร์ตซ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกันในรัฐอินเดียนา คว้าชัยชนะในเขตเลือกตั้งที่ทรัมป์เคยชนะด้วยคะแนนเสียงถึง 17 คะแนนเมื่อ 2 ปีก่อน

พรรคเดโมแครตยังชนะการเลือกตั้งผู้ว่าการรัฐจอร์เจียโดยเคียชา แลนซ์ บอททอมส์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองแอตแลนตา ทำให้เธอกลายเป็นผู้ว่าการรัฐหญิงผิวดำคนแรกในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

พรรครีพับลิกันได้ชัยชนะปลอบใจบ้างในรัฐฟลอริดา ที่ไบรอน โดนัลด์ส ผู้ได้รับการสนับสนุนจากทรัมป์ กลายเป็นผู้ว่าการรัฐผิวดำคนแรกของรัฐ และแอชลีย์ มูดี รักษาที่นั่งในวุฒิสภาไว้ได้ แต่ก็หนักหนาสาหัสในการเอาชนะคู่แข่งจากพรรคเดโมแครตที่แข็งแกร่งอย่างน่าประหลาดใจ

การที่พรรคเดโมแครตควบคุมสภาคองเกรสได้จะทำให้พรรคสามารถดำเนินการสอบสวนสงครามอิหร่าน, การบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง และข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต ในขณะเดียวกันก็สามารถขัดขวางวาระการทำงานและการแต่งตั้งตำแหน่งสำคัญของทรัมป์ได้

โรเบิร์ต การ์เซีย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครตซึ่งคาดว่าจะได้เป็นผู้นำคณะกรรมการกำกับดูแลของสภาผู้แทนราษฎร ได้เตือนพรรครีพับลิกันผ่านโซเชียลมีเดียว่า "เตรียมหาทนายความไว้ได้เลย"

ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร อาจกลายเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรผิวดำคนแรก เมื่อสภาคองเกรสชุดใหม่เปิดประชุมในเดือนมกราคม

แม้มีการกล่าวถ้อยคำประนีประนอม แต่ทรัมป์ก็ยังยืนยันในโซเชียลมีเดียว่าพรรครีพับลิกันจะชนะอย่างถล่มทลายแน่นอนหากเขาลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยตัวเอง โดยตลอดการหาเสียงเขาจะเรียกร้องให้ผู้สนับสนุนแสร้งทำเป็นว่าตัวเขาอยู่ในรายชื่อผู้สมัครด้วย

เขายังย้ำคำขู่ที่จะใช้สิทธิยับยั้งกฎหมายที่พรรคเดโมแครตอนุมัติ โดยโพสต์ภาพหมวกเบสบอลสีแดงที่มีข้อความว่า "วีโต้" บนโซเชียลมีเดีย.

(Photo source - TRUTH SOCIAL @realDonaldTrump)

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

หัวหน้าผู้เจรจาของอิหร่านกล่าวว่าชาวอเมริกันลงคะแนนเสียง 'ไม่เห็นด้วยกับสงคราม'

โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ หัวหน้าผู้เจรจาของอิหร่านในการเจรจากับสหรัฐอเมริกา กล่าวเมื่อวันพุธว่า ชาวอเมริกันลงคะแนนเสียง "ไม่เอาสงคราม" หลังจากพรรคเดโมแครตเอาชนะพรรครีพับลิกันอย่างขาดลอยในการเลือกตั้งกลางเทอม