แคร์รี แลม เตรียมยุติบทบาทผู้นำฮ่องกงในเดือนมิถุนายน

แคร์รี แลม ผู้นำฮ่องกงคนปัจจุบันกำลังจะหมดวาระการดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการกลางปีนี้ และจะไม่สมัครลงรับตำแหน่งเป็นวาระที่ 2 เล็งกลับไปอยู่กับครอบครัวมากขึ้น ท่ามกลางเสียงตอบรับจากการตัดสินใจครั้งนี้ด้วยคะแนนผลสำรวจความนิยมต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์

แฟ้มภาพ แคร์รี แลม โบกมือหลังจากที่เธอชนะการเลือกตั้งผู้บริหารระดับสูงของฮ่องกงเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ก่อนประกาศวางมือเมื่อวันที่ 4 เมษายน และจะไม่สมัครรับดำรงตำแหน่งอีกต่อไป ปิดฉากการเป็นผู้นำหญิงคนแรกของฮ่องกง ก่อนมีการเลือกผู้นำคนใหม่ในเดือนหน้า (Photo by ANTHONY WALLACE / AFP)

เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานตามคำประกาศของนางแคร์รี แลม เมื่อวันจันทร์ที่ 4 เมษายน กล่าวว่า เธอเตรียมจะก้าวลงจากตำแหน่งผู้นำฮ่องกงในเดือนมิถุนายนนี้ สิ้นสุดระยะเวลาแห่งความแตกแยกจากประเด็นการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย และความล้มเหลวในการจัดการกับสถานการณ์โควิดจนทำให้ฮ่องกงติดหนึ่งในประเทศที่สาหัสจากการระบาดมากที่สุดในโลกและยังต้องแยกตัวโดดเดี่ยวจากนานาชาติจนถึงปัจจุบัน

“ฉันจะครบวาระห้าปีในฐานะหัวหน้าผู้บริหาร วันที่ 30 มิถุนายนนี้ และจะสิ้นสุดการทำงาน 42 ปีในรัฐบาลอย่างเป็นทางการ” แลมกล่าวกับผู้สื่อข่าว และยืนยันว่าเธอจะไม่เข้ารับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งวาระที่สองหากคณะกรรมการที่ประกอบด้วยชนชั้นสูงทางการเมืองของเมืองเลือกผู้นำคนใหม่ในเดือนหน้า

เธอกล่าวว่า ผู้นำของจีนเข้าใจและเคารพการตัดสินใจของเธอที่จะไม่ต่อวาระการทำงาน และเธอต้องการใช้เวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น

แคร์รี แลม เลี่ยงตอบคำถามเกี่ยวกับอนาคตของเธอมาตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา และในระหว่างการประกาศเมื่อวันจันทร์ เธอเปิดเผยว่าเธอได้แจ้งรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ถึงแผนการที่จะลาออกมานานกว่า 1 ปีแล้ว

ในฐานะข้าราชการอาชีพมาตลอดชีวิต แคร์รี แลม ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำหญิงคนแรกของฮ่องกงในปี 2560 โดยให้คำมั่นว่าจะขจัดความแตกแยกและรวมฮ่องกงเป็นหนึ่ง ไม่ยึดติดกับการเดินตามความต้องการของจีนแผ่นดินใหญ่ แต่อีกไม่นานเธอกำลังจะก้าวลงจากตำแหน่งด้วยคะแนนนิยมต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งสาเหตุใหญ่มาจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาลอย่างรุนแรงหลายครั้ง จนรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่ต้องเข้ามาควบคุมในเดือนมิถุนายนปี 2563  ส่งผลให้จีนมีอำนาจมากขึ้นกว่าเดิมในการกำหนดวิถีชีวิตในฮ่องกง รวมถึงสาเหตุจากความล้มเหลวในการจัดการปัญหาการระบาดของโควิดในเกาะแห่งนี้ ซึ่งประการหลังยังสร้างความไม่พอใจให้กับแผ่นดินใหญ่ที่สนับสนุนเธอมาตลอดด้วยเช่นกัน

แลมปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับว่าที่ผู้สมัครที่จะเข้ามาแทนที่เธอ และบอกว่าเธอยังไม่ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับแผนการต่อไปในอนาคต โดยผู้ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะสมัครเข้าชิงตำแหน่งผู้นำคนต่อไป ได้แก่ จอห์น ลี เลขาธิการใหญ่ซึ่งถือเป็นผู้นำเบอร์ 2 ของฮ่องกงในปัจจุบัน และ พอล ชาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังฮ่องกง

ผู้บริหารระดับสูงคนต่อไปจะทำการคัดเลือกในวันที่ 8 พฤษภาคม และจะเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 1 กรกฎาคม ซึ่งถือเป็นวันครบรอบ 25 ปีที่อังกฤษส่งมอบฮ่องกงคืนให้แก่จีน และนับตั้งแต่กลับสู่การปกครองของจีน ฮ่องกงมีผู้นำในการบริหารสูงสุดมาแล้ว 4 คน ซึ่งล้วนแต่พยายามดิ้นรนอย่างหนักเพื่อสร้างสมดุลระหว่างการสร้างระบอบประชาธิปไตยและความเป็นเสรีนิยมของประชากรในเกาะกับอิทธิพลการปกครองเงาของรัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.เสรี หวดผู้นำต้อง รู้ลึก-รู้รอบ-รู้ไกล อย่าโชว์โง่พูดพล่อยๆ

ดร.เสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการด้านการตลาดและการสื่อสาร โพสต์เฟซบุ๊กว่า คนเราจะเป็นผู้นำที่ดีได้ ต้อง "รู้ลึก" (ในเรื่องที่ทำ) ต้อง "รู้รอบ

'มวยไทย'เผยแพร่ที่'ฮ่องกง' สำเร็จด้วยดี มั่นใจบรรจุ อลป.2032 ที่ออสเตรเลีย

ปิดฉากด้วยความสำเร็จยิ่งใหญ่ "มวยไทย" ยกทัพบูมต่อเนื่องที่ฮ่องกง ในศึก "อีสต์ เอเชี่ยน มวยไทย แชมเปี้ยนชิพ 2023" โดยมีนักกีฬา 9 ชาติในเอเชียตะวันออกร่วมชิงชัยกันอย่างคึกคัก สุดปลื้มรัฐบาลไทยหนุนเต็มที่ดัน "มวยไทย" แพร่กระจายไปสู่ทั่วทุกมุมโลก เชื่อมั่นทุกภาคส่วนช่วยผลักดันเข้าสู่โอลิมปิกเกมส์ 2032 ที่เมืองบริสเบน ประเทศออสเตรเลีย ได้สำเร็จ

'ภูมิธรรม' ปัดไม่รู้ 'ธนาธร' คุย 'ทักษิณ' ตอนนี้ป่วยอยู่ คนอื่นจึงไม่รู้ข้อเท็จจริง ไม่สามารถอธิบายได้

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิธรรมเวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกร

'ธนาธร' รับแล้วดอดพบ 'แม้ว' ที่ฮ่องกงช่วงจัดตั้งรัฐบาล หลังดาหน้าแถไม่ได้ไป

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ในรายการ “กรรมกรข่าว คุยนอกจอ” ที่มี สรยุทธ สุทัศนะจินดา และ ไบรท์ พิชญทัฬห์ จันทร์พุฒ เป็น

'ทรูวิชั่นส์' พาระทึกไปกับ 'คู่หูพายุเดือด' การพบกันของ 'เหลียงเฉาเหว่ย-กัวฟู่เฉิง'

เรียกได้ว่าเป็นการกลับมาพบกันในรอบหลายปีของ 2 ซูเปอร์สตาร์ชาวฮ่องกงขวัญใจคนทั่วโลกอย่าง “เหลียงเฉาเหว่ย” และพ่อจตุรเทพของวงการ “กัวฟู่เฉิง” ในภาพยนตร์แอ็คชั่นฟอร์มยักษ์ “Where The Wind Blows” (คู่หูพายุเดือด) ที่สร้างจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นของ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ