ผู้ต้องหา 6 คนที่เคยก่อความวุ่นวายในห้องพิจารณาคดีของศาลฮ่องกง พบว่าตนเองถูกจับกุมฐานยุยงปลุกปั่นเมื่อวันพุธ เพราะเจ้าหน้าที่ทางการท้องถิ่นยังคงใช้กฎหมายในยุคอาณานิคมเพื่อต่อต้านการวิจารณ์

แฟ้มภาพ ผู้สนับสนุนสหภาพเพื่อประชาธิปไตยกับหน้ากากรูปแกะ นอกศาลเกาลูนตะวันตกในฮ่องกง เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2564 ถูกตั้งข้อหายุยงปลุกปั่นจากการจัดพิมพ์หนังสือสำหรับเด็กซึ่งถูกกล่าวหาว่าพยายามอธิบายการเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยโดยใช้ภาพประกอบรูปแกะ (Photo by ISAAC LAWRENCE / AFP)
เอเอฟพีรายงานตามคำแถลงของเจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกงเมื่อวันพุธที่ 6 เมษายน 2565 กล่าวว่า ผู้ต้องหาชาย 4 คนและหญิง 2 คน อายุระหว่าง 32 - 67 ปี ถูกจับกุมในข้อหากระทำผิดช่วงการพิจารณาคดีในศาล ระหว่างเดือนธันวาคม 2564 ถึง มกราคม 2565
การพิจารณาคดีในศาลได้รับการควบคุมภายใต้กฎหมายการหมิ่นประมาท แต่เมื่อมีการละเมิดเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจมักเลือกที่จะใช้กฎหมายการยุยงปลุกปั่นแทน ซึ่งเป็นข้อหาที่ถือเป็นความผิดด้านความมั่นคงของชาติ
ผู้ต้องหา "จงใจก่อความวุ่นวาย" ขณะเข้าร่วมการพิจารณาคดี และ "เล็งเกิดผลอันร้ายแรงต่อศักดิ์ศรีของเขตอำนาจศาลและการดำเนินการของศาล" เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวในการแถลงข่าว แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดว่าพฤติกรรมหรือการกระทำใดที่ถือว่าเป็นการยุยงปลุกปั่น
ศาลฮ่องกงกลายเป็นสถานที่ชุมนุมสำหรับผู้สนับสนุนประชาธิปไตย เนื่องจากทางการดำเนินคดีกับนักเคลื่อนไหวและผู้ประท้วงหลายพันคน หลังจากการประท้วงทั่วเมืองในปี 2562
การพิจารณาคดีส่วนใหญ่เปิดให้สาธารณชนเข้าร่วมรับฟังได้ และผู้สนับสนุนประชาธิปไตยมักปรบมือหรือตะโกนให้กำลังใจจำเลยที่อยู่บนคอกพิจารณา ผู้พิพากษาฮ่องกงเคยตำหนิผู้เข้าร่วมรับฟังเกี่ยวกับพฤติกรรมดังกล่าว และเตือนว่าพวกเขาอาจกระทำการดูหมิ่นศาล แต่ก็ยังไม่มีเคยมีผู้ใดถูกจับกุมอย่างเป็นทางการ จนกระทั่งวันพุธ
ตำรวจกล่าวว่าพวกเขาได้ยึดบันทึกที่แสดงให้เห็นว่าบรรดาผู้ต้องหา "สมคบคิดกัน" เพื่อก่อกวนในศาล หลังจากเข้าค้นที่พักอาศัยของพวกเขา โดยผู้ที่ถูกจับกุมมีทั้งนักข่าวพลเมือง และอดีตผู้นำของสมาพันธ์สหภาพแรงงานแห่งฮ่องกง (เอชเคซีทียู) ตามรายงานของสื่อท้องถิ่น ซึ่ง เอชเคซีทียู เป็นหนึ่งในกลุ่มประชาสังคมและสำนักข่าวท้องถิ่นที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล และปิดตัวลงหลังจากกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติถูกบังคับใช้โดยรัฐบาลจีนในปี 2563 เพื่อควบคุมความวุ่นวาย และภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัยไปแล้วกว่า 170 คน มีทั้ง สส.ฝ่ายค้าน, นักเคลื่อนไหว, นักข่าว และนักศึกษา
ระยะหลังทางการฮ่องกงใช้ข้อหายุยงปลุกปั่นกับประชาชนมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเป็นกฎหมายที่สืบทอดมาตั้งแต่ยุคอาณานิคมและไม่ได้บังคับใช้ก่อนหน้านี้มานานหลายทศวรรษ แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มีการตั้งข้อหายุยงปลุกปั่นกับกลุ่มผู้สนับสนุนสหภาพเพื่อประชาธิปไตยที่ผลิตหนังสือเด็กออกมาล้อเลียนระบอบการปกครอง, นักข่าวจากสำนักข่าวเพื่อประชาธิปไตย และประชาชนที่วิจารณ์การบริหารประเทศล้มเหลวในกรณีการระบาดใหญ่โคโรนาไวรัสของรัฐบาล.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
‘กสิกร’ออกหุ้นกู้อายุ10ปี มูลค่า800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ธนาคารกสิกรไทยออกหุ้นกู้ด้อยสิทธิ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนโครงสร้างเงินกองทุนของธนาคารอย่างมีประสิทธิภาพและสนับสนุนการเติบโตในระยะยาวสอดคล้องกับแผนธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้สภาวะแวดล้อมทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ลั่นคดีฮั้วสว. ผลคดีอาจเปลี่ยนเกมอำนาจ แต่เกมอำนาจต้องไม่เป็นตัวตัดสินคดี
นักวิชาการชี้ไม่ว่าผลจะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อใคร ประชาชนควรได้คำอธิบายที่ตรวจสอบได้ว่า เหตุใดบุคคลหนึ่งจึงต้องรับผิด และเหตุใดอีกบุคคลหนึ่งจึงไม่ต้องรับผิด
'อดีตผู้พิพากษาอาวุโส' ยก 3 เหตุผลสำคัญ 'ถ้าผมเป็น กกต. จะลงมติคดีฮั้วสว.อย่างไร'
วัส ติงสมิตร สะท้อนมุมมองคดีฮั้วสว. 229 ราย ตามผลการสอบสวนของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 กำลังเป็นจุดวัดใจครั้งสำคัญของกกต.
'ยิ่งชีพ' ดีเดย์กกต.สั่งฟ้อง 229 ราย ชี้ชะตาประตูสู่รัฐธรรมนูญใหม่
'ยิ่งชีพ' ปราศรัยใหญ่ ยื่นคำขาด 'กกต.' สั่งฟ้อง 229 คดีฮั้ว สว. ชี้ชะตาประตูสู่รัฐธรรมนูญใหม่ ลั่น ถ้าเป่าทิ้ง แม้คนเดียว ขู่แฉข้อมูลเพียบ
'เท้ง' ฝากถึงอนุทิน ของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุด ล้างมลทินโกงสว. ส่งคดีให้ศาลตัดสิน
'เท้ง' ฝากถึง 'อนุทิน' ของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุด คือ แสดงจุดยืนส่งคดีฮั้ว สว. 229 คน ให้ศาลตัดสิน ล้างข้อครหา บอก ไม่อยากให้มอง ไปแค่พรรคใดพรรคหนึ่ง ทุกคนมีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ชวน ปชช. ออกมาแสดงพลัง ในเวลาไม่กี่ชั่วโมงสุดท้าย ให้องค์กรอิสระทําหน้าที่ตรงไปตรงมา
หนักแน่! ชี้คดีฮั้วสว. หาก 7 กกต.เอาผิดยกพวง 229 ชื่อ ไปได้ถึง 3 ศาล 'ฎีกา-รธน.-อาญา' ลามยุบพรรค
หนัก!คดีฮั้วสว.หาก7 กกต.เอาผิดยกพวง 229 ชื่อ ‘อดีตผู้พิพากษาหน.คณะในศาลฎีกา’ ชี้ไปได้ถึงสามศาล ทั้งศาลฎีกา-ศาลรธน.-ศาลอาญา ลามยุบพรรค เตือนหากยกคำร้องหมดก็เกินไป ศรัทธาดิ่งลงเหว เกิดวิกฤตองค์กรอิสระ

