
รัฐบาลทหารเมียนมาประหารชีวิตนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยต่อต้านรัฐประหาร 4 คน ผู้ที่โดนประหารรวมถึงอดีต ส.ส.ของพรรคอองซาน ซูจี และเป็นนักร้องเพลงฮิปฮอปต่อต้านรัฐบาลเผด็จการ เป็นการลงโทษประหารชีวิตครั้งแรกในเมียนมาในรอบหลายสิบปี เรียกเสียงประณามจากกลุ่มสิทธิมนุษยชน
สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 25 กรกฎาคม 2565 รัฐบาลทหารเมียนมาประหารชีวิตนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย 4 คน ที่โดนศาลตัดสินโทษประหารชีวิตก่อนหน้านี้ในการพิจารณาคดีแบบปิดเมื่อเดือนมกราคมและเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งนานาชาติต่างเรียกร้องให้ทางการเมียนมายกเว้นโทษประหารชีวิตพวกเขา
หนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลท์ออฟเมียนมา กระบอกเสียงของทางการเมียนมาระบุว่า นักโทษที่โดนประหารชีวิตทั้ง 4 คน มีความผิดฐานเป็นผู้นำในการก่อการร้ายที่โหดเหี้ยมและไร้มนุษยธรรม การประหารชีวิตดำเนินการตามระเบียบของเรือนจำอินเส่งในนครย่างกุ้ง แต่ไม่ได้ระบุว่าประหารชีวิตไปเมื่อไรหรือด้วยวิธีใด
ก่อนหน้านี้ศาลของรัฐบาลทหารเมียนมาตัดสินประหารชีวิตนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารหลายสิบคน ซึ่งเป็นการปราบปรามผู้เห็นต่างหลังจากเข้ายึดอำนาจรัฐบาลพลเรือน เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ปีที่แล้ว
นักเคลื่อนไหวที่โดนประหารชีวิตทั้ง 4 คน รวมถึงพิว เซยา ตอ วัย 41 ปี อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของอองซาน ซูจี เขาถูกจับกุมเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา และศาลตัดสินโทษประหารชีวิตเมื่อเดือนมกราคม จากความผิดตามกฎหมายต่อต้านการก่อการร้าย
พิวถูกกล่าวหาเป็นคนบงการให้โจมตีเจ้าหน้าที่รัฐบาลทหารเมียนมาหลายครั้ง รวมถึงเหตุลอบยิงขบวนรถไฟโดยสารในนครย่างกุ้งเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ซึ่งทำให้ตำรวจเสียชีวิต 5 นาย เขาเป็นผู้บุกเบิกเพลงฮิปฮอปในเมียนมา และร้องเพลงต่อต้านรัฐบาล ได้รับการเลือกตั้งเป็น ส.ส.ของพรรคเอ็นแอลดีเมื่อปี 2558
นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยอีกรายที่โดนประหารชีวิตคือ จ่อ มิน ตู วัย 53 ปี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “จิมมี” เขาถูกศาลทหารตัดสินประหารชีวิต
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ครอบครัวของชายทั้ง 2 คนที่โดนประหารชีวิต หลังจากทราบข่าวการประหารชีวิต มารวมตัวอยู่ด้านนอกเรือนจำอินเส่งในนครย่างกุ้ง ด้วยความหวังว่าจะนำร่างของพวกเขากลับไป
ส่วนนักเคลื่อนไหวอีก 2 คนที่โดนประหารชีวิตคือ ลา มโย ออง และออง ตูรา ซอ ทั้ง 2 คนถูกกล่าวหาว่าฆ่าผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นสายให้รัฐบาลทหารในย่างกุ้ง
ฮิวแมนไรต์วอตช์ประณามการประหารชีวิตครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมอย่างที่สุด
แอมเนสตีอินเตอร์เนชั่นแนลระบุว่า การประหารชีวิตนักเคลื่อนไหวครั้งนี้ของรัฐบาลทหารเมียนมา เป็นการเพิ่มความโหดเหี้ยมในการปราบปรามประชาชนของรัฐ และเตือนว่ามีนักโทษที่ศาลของรัฐบาลทหารตัดสินโทษประหาร อยู่อีกราว 100 คน
ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติกล่าวก่อนหน้านี้ว่า ถ้ามีการประหารชีวิตนักเคลื่อนไหวเกิดขึ้น จะเป็นการประหารชีวิตครั้งแรกในเมียนมาตั้งแต่ปี 2531.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไทยถึงทางสองแพร่ง! บี้ผู้นำเลือกปราบโกงชาติ หรือยอมจำนน
นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและการปราบปรามทุจริต (GAF) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ประเทศไทยถึงทางสองแพร่ง ปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันหรือยอมจำนน?
กระทุ้ง 'อนุทิน' ต้องปราบโกงจริงถึงขั้นประหารชีวิต รับรองคอร์รัปหมดแน่
นายสมชาย แสวงการ รองประธานมูลนิธิส่งเสริมการป้องกันและการปราบปรามการทุจริต และอดีตสมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า คณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.)
แอมเนสตี้เผยยอดประหารชีวิตพุ่งสูงสุดรอบ 44 ปี
แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เผยสถิติการประหารชีวิตทั่วโลกปี 2568 เพิ่มขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มเก็บข้อมูลเมื่อปี 2524 พบมีการประหารอย่างน้อย 2,707 คน ใน 17 ประเทศ ขณะเดียวกัน 145 ประเทศทั่วโลกได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตแล้วทั้งทางกฎหมายและในทางปฏิบัติ
ศาลพิพากษาประหาร 'แอม ไซยาไนด์' ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุกตลอดชีวิต
ศาลอาญาพิพากษา ประหารชีวิต "แอม ไซยาไนด์" วางยาฆ่าผู้กองนุ้ย ก่อนจะลดโทษ 1 ใน 3 เหลือจำคุกตลอดชีวิต ชี้ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี
ประหาร 'แอม ไซยาไนด์' ฆ่าสารวัตรปู ก่อนลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต
คดีที่สอง 'แอม ไซยาไนด์' ศาลพิพากษาประหารชีวิต ก่อนลดโทษเหลือคุกตลอดชีวิต วางยาฆ่า 'สารวัตปู' ชี้เจตนาฆ่าโดยไตรตรองไว้ก่อน ครอบครัวเหยื่อขอบคุณศาล แม้อยากให้ลงโทษประหารเหมือนคดีแรก
ประหารชีวิต 'เชษฐ์ ปาดัง' กับพวกรวม 7 คน คดีจ้างฆ่าคนสนิทแป้งนาโหนด
ศาลอ่านคำพิพากษาประหารชีวิต นายธีระพงศ์ หรือเอ็ม สงเคราะห์ กับพวกรวม7 คน ในความผิดฐานจ้างวานฆ่านายประศาล คงนุ่น หรือ หมีขาว ป่าบอน อายุ 54 ปี คนสนิท ของ นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ "เสี่ยแป้ง นาโหนด" จนเสียชีวิตริมถนนในหมู่บ้านสายทุ่งนา บ้านห้วยปลิง ม.4 ต.หนองธง อ.ป่าบอน จ.พัทลุง เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2567 ที่ผ่านมา

