“ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน ชำแหละ ปมแก้ไขกฎหมายท้องถิ่น กรณีผู้บริหารท้องถิ่น “ลดอายุ” และ “ไม่จำกัดวาระ” ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ผูกขาดอำนาจท้องถิ่น
1 พฤศจิกายน 2568 - สืบเนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบ ร่างแก้ไข พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และร่างกฎหมายเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเด็นปรับลดอายุขั้นต่ำสำหรับผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกท้องถิ่นโดยลดอายุจากเดิม 35 ปี มาเป็น 25 ปีและไม่จำกัดวาระในการดำรงตำแหน่งนั้น
“ดร.ณัฏฐ์” หรือ ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ได้ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะแล้วกล่าวว่า ร่างแก้ไข พรบ.ท้องถิ่น 4 ฉบับ ที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยแก้ไขหลายประเด็น โดยเฉพาะ เกณฑ์อายุ วุฒิการศึกษาและการจำกัดวาระดำรงตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น อบจ. เทศบาล และ อบต.
แม้จะอ้างเหตุผลในการแก้ไขเพิ่มเติมว่า เพื่อส่งเสริมการแข่งขันและเพิ่มความหลากหลายของผู้สมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นก็ตาม
แต่มีปัญหาว่า การผูกขาดอำนาจในการเมืองท้องถิ่นในเรื่องไม่จำกัดวาระการดำรงตำแหน่ง จะเป็นปัญหาในการต่อการยกระดับการพัฒนาการเมืองท้องถิ่น เป็นการสืบทอดอำนาจในตระกูลเดียวกันหรือไม่ ทำให้แชมป์เก่าผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกท้องถิ่นสะสมทุนได้เปรียบ
เพื่อใช้ทุนเทาการเลือกตั้งท้องถิ่นโดยการซื้อเสียงหนักยิ่งกว่าเดิมหรือไม่
ดร.ณัฏฐ์ กล่าวต่อว่า หากพิจารณาร่างกฎหมายท้องถิ่น 4 ฉบับ ประเด็นปลดล๊อกไม่จำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาล อบจ. ต้องพิจารณาถึงการผูกขาดอำนาจในท้องถิ่นและข้อเสียอื่นๆด้วย
“มิใช่เพียงประเด็นเอาใจผู้บริหารท้องถิ่นให้พรรคพวกของตนเองเพื่อสร้างฐานอำนาจท้องถิ่นหนุนการเมืองระดับชาติให้แก่พรรคการเมืองใด หรือเพื่อมิให้คนการเมืองท้องถิ่นเข้ามาแย่งชิงที่ฐานนั่งแข่งขันการเมืองระดับชาติ เพราะมีพื้นที่ให้ทำการเมือง เท่ากับถอยหลังลงคลอง ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ”
นักกฎหมายมหาชน กล่าวอีกว่าแม้ในร่างแก้ไขกฎหมายท้องถิ่นจะลดเกณฑ์ผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกท้องถิ่น จากเดิมอายุ 35 ปี มาเป็นขั้นต่ำ 25 ปี หากเป็นสมาชิกท้องถิ่น อาจใช้ฐานคิดของผู้สมัคร สส.ตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา 97(2) อาจสอดคล้องกัน
แต่ผู้บริหารท้องถิ่น มีฐานะเป็น “นายกเล็ก”หากเทียบเคียงคุณสมบัติรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรี จะต้องมีอายุไม่น้อยกว่า 35 ปี ตาม รัฐธรรมนูญมาตรา 160 (2)
เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพื่อให้ผู้บริหารองค์กรที่มีอำนาจสูงสุด มี “วุฒิภาวะที่เพียงพอ” มิใช่ วัยรุ่นสร้างตัว ย่อมก่อให้มีสถิติทุจริตการเมืองท้องถิ่นเพิ่มขึ้น
ในการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่ง โดยปรากฎตามรัฐธรรมนูญ 2550 นำมาบัญญัติเป็นข้อห้ามเป็นครั้งแรกของประเทศไทย จะเห็นได้จากนายกรัฐมนตรี จะดำรงแหน่งรวมกันแล้วเกิน 8 ปี มิได้ ไม่ว่าดำรงแหน่งติดต่อกันหรือไม่ก็ตาม
โดยรัฐธรรมนูญ .2560 มาตรา 158 วรรคสี่ ได้บัญญัติไว้ในเจตนารมณ์เช่นเดียวกัน
เหตุที่เป็นเช่นนี้ เพื่อป้องกันผูกขาดอำนาจ เป็นกลไกเพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลใดมีอำนาจมากเกินไปจนนำไปสู่การใช้อำนาจมิชอบ
ทั้งเพื่อส่งเสริมการหมุนเวียนอำนาจ โดยหลักการนี้ เชื่อว่า จะเป็นการเปลี่ยนแปลงผู้นำทางการเมืองทำให้มีการนำนโนบายใหม่ๆเข้ามา และเปิดโอกาสให้ผู้มีความสามารถและมุมมองใหม่เข้ามาบริหารประเทศ เป็นการสร้างระบบตรวจสอบและถ่วงดุล สะท้อนหลักการประชาธิปไตย การจำกัดวาระเป็นส่วนหนึ่งของหลักการประชาธิปไตยที่เชื่อว่า อำนาจควรมาจากประชาชนและการหมุนเวียนอำนาจเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย
ส่วนการเมืองท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ. เทศบาล หรือ อบต. รวมถึงท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา โดยมีแนวคิด การจำกัดวาระของผู้บริหารท้องถิ่น โดยเกิดขี้นครั้งแรก ในปี 2540 โดยผู้บริหารท้องถิ่น มีวาระ 4 ปี ดำรงตำแหน่งไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน
แม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ไม่ได้บัญญัติถึงการจำกัดวาระการดำรงตำแหน่งของผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกท้องถิ่นไว้ในรัฐธรรมนูญในหมวด 14 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาตรา 249 - 254 แต่โดยหลักไปเขียนไว้ในกฎหมายท้องถิ่นเฉพาะ
รัฐธรรมนูญ มาตรา 252 บัญญัติเพียงว่า ให้สมาชิกท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น มาจากการเลือกตั้ง ตามที่กฎหมายบัญญัติ
ดร.ณัฏฐ์ อธิบายว่าเจตนารมณ์กฎหมายท้องถิ่น เพื่อป้องกันการสืบทอดอำนาจ หรือการผูกขาดทรัพยากรท้องถิ่น ส่งเสริมการแข่งขันทางการเมืองในพื้นที่และเปิดโอกาสผู้นำรุ่นใหม่เข้าสู่การบริหารท้องถิ่น ไม่ต่างจากเจตนารมณ์ของการจำกัดวาระการเมืองระดับชาติ
การแก้ไขกฎหมายท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่นไม่จำกัดวาระ ลดเกณฑ์อายุผู้บริหารท้องถิ่น จึงเป็นแก้ไขกฎหมายย้อนยุค ถอยหลังลงคลอง ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง แต่เพื่อเอาใจนักการเมืองท้องถิ่นเพื่อผลประโยชน์ในการเลือกตั้งระดับชาติเฉพาะกิจเท่านั้น.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อ.อุ๋ย' ซัดแนวคิด 'ข้าราชการทำ รัฐมนตรีไม่เกี่ยว' สวนทางหลักกฎหมายมหาชน
'อ.อุ๋ย' ซัดแนวคิด 'ข้าราชการทำ รัฐมนตรีไม่เกี่ยว' สวนทางหลักกฎหมายมหาชน ปม 'ไชยชนก' ชี้แจงโครงการ TH-AI ชี้แม้กม.ห้ามรมต.ก้าวก่ายข้าราชการ แต่มีหน้าที่กำกับดูแลให้การดำเนินการเป็นไปตามกฎหมาย หลักธรรมาภิบาล และคุ้มครองประโยชน์สาธารณะ
ผู้บริหารท้องถิ่นรอเฮ ลุ้นคลอดกฎหมาย ปลดล็อกห้ามนั่งเกิน2วาระ8ปี
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ไม่ว่าจะเป็นระดับองค์การบริหารส่วนจังหวัด-เทศบาล-องค์การบริหารส่วนตำบล เป็นอีกหนึ่งกลไกภาครัฐในการพัฒนาพื้นที่และดูแลแก้ไขปัญหาประชาชนที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ขณะเดียวกันก็มี “กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น” คอยกำกับดูแลอีกทางหนึ่ง
'ดร.ณัฏฐ์' ชี้กับดักแก้ รธน. ต้องผ่านด่าน สว. 67 เสียง
นักกฎหมายมหาชนชื่อดังวิเคราะห์ แม้ประชามติรอบแรกมีผู้เห็นชอบกว่า 21.2 ล้านเสียง แต่การแก้รัฐธรรมนูญเพื่อนำไปสู่ฉบับใหม่ยังติด “กฎเหล็ก 2 ชั้น” ตามมาตรา 256 ต้องได้เสียง สว. ไม่น้อยกว่า 67 คนทั้งวาระ 1 และวาระ 3 มองโอกาสผ่านร่างแทบเป็นศูนย์หากรวบรวมเสียงวุฒิสภาไม่ได้
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ข้อเสนอใช้ 'ครม.' แทน 'คณะองคมนตรี' ขัดหลักความเป็นกลางทางการเมือง
“ดร.ณัฏฐ์” ชี้ชัดแนวคิด “ปิยบุตร” ใช้ “คณะรัฐมนตรี” แทน “คณะองคมนตรี” เป็นการลดทอนพระราชอำนาจพระมหากษัตริย์ ขัดต่อหลักความเป็นกลางทางการเมือง
'มัลลิกา' เปิดตัวชิง 'ผู้ว่าฯกทม.' ชู มนุษย์ผู้ทันกาลเวลาผู้นำมหานครแห่งอนาคต ลุยฟื้น สข.
‘มัลลิกา’ เผยตัดสินใจลงสมัครผู้ว่าฯหทม. เหตุต้องการเข้ามาแก้ปัญหาฝุ่นPM 2.5 ใช้ AI แก้ปัญหาเมือง - ตั้งเป้าสร้าง กทม.ให้ทัดเทียมเมืองใหญ่มหาอำนาจ จ่อฟื้น สข.
ดร.ณัฏฐ์ ชี้ชัด พรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เข้าข่ายฉุกเฉินตาม รธน.
“ดร.ณัฏฐ์” ระบุรัฐบาล “อนุทิน” มีอำนาจออก พรก.กู้เงินแก้วิกฤติพลังงาน เหตุเข้าข่ายภัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจและกรณีเร่งด่วนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 172 ย้ำศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจวินิจฉัยภายใน 60 วัน หากฝ่ายค้านรวบรวมรายชื่อ สส.ยื่นตรวจสอบความชอบด้วยกฎหมายของ พรก.ดังกล่าว

