เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา.. พระพุทธศาสนาของเรายึดหลัก สัจจนิยม (ความเชื่อในความจริง) โดยเฉพาะ หลักสัจจะ ๔ (อริยสัจ ๔) ที่เรียกว่า ความจริงอันประเสริฐ อย่างมีปัญญา (อภิญญา) ที่สามารถนำมาบูรณาการให้เกิดเป็นองค์ความรู้ เพื่อนำมาใช้ในชีวิตขั้นพื้นฐานได้ จะได้ขจัดความทุกข์ใจ.. ความกังวลใจ จากการเสพข่าวสารใน โลกดิจิทัล ที่ในปัจจุบันเกิดภาวะล้นจนเข้าสู่ มลภาวะสั่งสม.. ที่มีอันตรายต่อผู้เสพเกินขนาด ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะความเครียดสั่งสม นี่เรียกว่า.. Headline stress disorder ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต ไม่ว่ามีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์
จึงควรอย่างยิ่งต่อการนำ หลักสัจจะอันประเสริฐ ๔ ประการ มาใช้ ได้แก่
๑) ยึดหลัก กำหนดรู้ (ปริญญา) .. เพื่อมองให้เห็นตามความเป็นจริงของ ภาวะทุกข์ (ความไม่สบายใจ) อันเกิดจากความวิตกกังวลจากข่าวสารนั้นๆ.. ไม่ว่าจะเป็นข่าวจริงหรือข่าวลวง..
๒) พิจารณาให้เห็นความเป็นจริงของ เหตุแห่งความไม่สบายใจ .. ความทุกข์ใจ จากการเสพข่าวสารในยุคสมัยไอทีดังกล่าว ว่าแท้จริงเกิดจาก...
โลภจิต.. ความโลภในการเสพข่าวสาร
โทสจิต.. ความโกรธในการเสพข่าวสาร
โมหจิต.. ความมึนงง ลุ่มหลง ในการเสพข่าวสาร.. โดยเฉพาะจากข้อมูลอันเป็นเท็จ ไร้ประโยชน์ ไร้ความเหมาะควร.. ขัดแย้งกับธรรมะ ที่นำไปสู่การทำลาย ภูมิคุ้มกัน (จริยธรรม-คุณธรรม) ในชีวิตของความเป็นสัตว์ประเสริฐ
๓) การรู้จักเพ่งพิจารณา.. ด้วยสติประกอบความเพียรชอบ เพื่อมีความสำรวมในการรับรู้ ที่หมายถึง การมี สัมปชัญญะ จนสามารถรู้ทั่วถึง.. รู้เท่าทัน.. รู้ตามความเป็นจริง ตามหลัก สัจจนิยม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
๔) การทำให้เกิดปรากฏการณ์การละวาง ไม่ยึดติด.. ไม่เสพติดข่าวสารเกินขนาด ด้วยความรู้ที่ถูกต้องนั้น.. นับเป็นผลอันยิ่งที่พึงประสงค์ตามหลัก สัจจนิยม เพื่อการดำเนินชีวิต ที่กล่าวโดยสรุปว่า.. กำหนดรู้ให้เข้าใจ.. เข้าถึงความเป็นจริง.. และปล่อยวาง ไม่ยึดติด
การยึดหลักความจริงอันประเสริฐ ที่เรียก สัจจะ ๔ ดังกล่าว จะเกิดมีขึ้นได้นั้นในเฉพาะบุคคลที่ เจริญสติปัญญา.. นั่นหมายถึง การเข้าถึง สัจธรรมได้ด้วยปัญญา ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องมือที่แข็งแกร่งในการรับมือกับ กระแสสังคมดิจิทัล ที่เต็มไปด้วย ข่าวลวงและเสมือนจริง
การเข้าใจในความจริง ตามหลัก สัจจนิยม มิใช่หมายถึง การต่อต้านเทคโนโลยี แต่เป็นการพัฒนาคุณภาพจิตใจให้มีภูมิคุ้มกันในการเข้าไปใช้เทคโนโลยีด้วย การรู้เข้าใจ.. รู้เท่าทัน.. รู้ตรงความเป็นจริง ในการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือ เทคโนโลยี นั้นๆ.. เรียกว่า ใช้หลักการไตร่ตรอง ใคร่ครวญ (วิมังสา) ด้วยจิตที่จดจ่อ (จิตตะ) ประกอบความเพียรชอบในความพึงใจ (วิริยะ) ที่เป็นไปตาม หลักสัจจนิยม นั้น..
ดังข่าวสารที่ถูกปล่อยออกมาเป็นคลิปต่างๆ ในโลกดิจิทัล เพื่อสร้างสถานการณ์ในแต่ละห้วงเวลา ด้วยการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีที่สร้างข่าวลวงเสมือนจริงขึ้นได้ หรือแม้แต่การปล่อยข่าว แม้จริง มาเพื่อการบิดเบือนข่าวสารที่ปรากฏในสังคม.. ด้วยเจตนาต้องการฝังกลบข่าวด้วยข่าว.. ที่หวังประโยชน์แบบฉ้อฉล มีนัยแอบแฝง.. เพื่อการดึงกระแสสังคมไปสู่ทิศทางที่ประสงค์.. จึงเป็นเรื่องที่ควรศึกษาอย่างยิ่งต่อการเสพข่าวสารนั้นๆ ไม่ว่า จริง หรือไม่จริง หรือเสมือนจริง..
ทั้งนี้ เพื่อไม่หลงเข้าไปจับยึดในกระแสที่ถูกปล่อยออกมาอย่างมีเจตนา จนสูญเสียอิสรภาพทางความคิด.. ภูมิคุ้มกันจิตบกพร่อง.. กลายเป็นอัมพาตทางจิตวิญญาณ ที่ถูกพันธนาการด้วยกระแสข่าวสารในโลกดิจิทัล ที่หมู่ชนเสพคบจนเสพติด กลายเป็น นิสัย, อุปนิสัย และชะตาชีวิต (Destiny) อย่างยากจะหลีกเลี่ยง
การแก้ไขปัญหาดังกล่าวในวิถีพุทธ จึงเป็นเรื่องที่ควรเรียนรู้ ด้วยการยึดหลักว่า.. อย่าเพิ่งปลงใจเชื่อ.. หรืออย่าเพิ่งเชื่อในข่าวสารนั้นๆ แม้จะอ้างว่า.. ฟังตามกันมา.. ปฏิบัติสืบต่อกันมา.. เล่าลือกันมา.. มีหลักฐานจากเอกสารตำรับตำรา.. ตรงตามความคิดของตนเอง.. สามารถอนุมานตามเหตุการณ์ได้.. ตรงตามทฤษฎีของตน.. ผู้พูดน่าเชื่อถือ.. เป็นต้น.. โดยสรุปรวมลงที่ว่า.. หากจะเชื่อในเรื่องใดๆ จะต้องพิจารณาให้รู้ชัด ตรงตามความเป็นจริง ด้วยตนเองว่า.. สิ่งนั้นมีประโยชน์ หรือไม่มีประโยชน์.. เป็นกุศลหรืออกุศล.. ให้คุณหรือโทษ..
“อย่าเชื่อในทันที”.. จึงเป็นพฤติกรรมที่ต้องสั่งสมให้เป็นนิสัย.. อุปนิสัย และเป็นสันดาน.. ก่อนการปลงใจเชื่อด้วยการพิจารณาให้รู้ชัด ตรงตามความเป็นจริง ด้วยตนเอง.. ที่ต้องถูกต้องตรงตาม สัจธรรม.. โดยจะต้อง...
..ไม่แชร์ข้อมูล เพราะเห็นคนอื่นแชร์มาเยอะ โดยอย่าเพิ่งเชื่อยอดแชร์.. ยอดวิว.. เพราะเอไอมันสร้างก็ได้ หรือมีวิธีการเพิ่มยอดวิวของแต่ละสำนัก.. ของแต่ละบุคคล จนยากจะเชื่อว่าจริง...
..อย่าเชื่อเพราะเป็นข่าวฮิตติดเทรนด์... ดังที่กล่าวไปแล้วว่า ในโลกเสมือนจริง.. เอไอทำได้จนยากจะแยกแยะว่า.. เป็นเทรนด์ที่ถูกสร้างขึ้นมาหรือเกิดขึ้นเองตามปกติ..
..อย่าเชื่อในข่าวที่ไม่มีที่มาแน่ชัด.. ในเรื่องนี้ได้เคยตักเตือนคนที่ชอบมาเล่าเรื่องต่างๆ เสมอว่า.. ได้ตรวจสอบชัดเจนถึงที่ไปที่มาของข่าวสารนั้นหรือยัง.. อย่าพูดแต่คำว่า.. เขาว่ามา.. พระเจ้าว่ามา.. จนไม่ตรวจสอบว่า เขาคือใครที่ว่ามา.. พระเจ้าองค์ไหน เพราะจำนวนพระเจ้า.. ในสังคม เทวนิยม มีมากเหลือเกิน จนไม่รู้ว่าองค์ไหนเป็นองค์ไหน..
..อย่าเชื่อแม้มีลิงก์อ้างอิง ถ้าไม่ได้ตรวจสอบต้นตอ.. ไม่ทราบที่ไปที่มาอย่างชัดเจน.. อย่างที่เป็นข่าวแพร่หลายในสังคมดิจิทัล เป็นคลิปเสียงต่างๆ ที่พยายามเล่าเรื่องโยงใยให้สังคมปั่นป่วนเล่น ที่ล้วนถูกผลิตขึ้นในต่างแดน.. เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตรวจสอบ ที่เรียก เพจอวตาร ทั้งหลาย
..อย่าเชื่อตามความรู้สึกส่วนตัวว่า “น่าจะจริง”.. คำว่า น่าจะ.. น่าเป็น.. น่าใช่.. ต้องทิ้งไป เพราะแสดงว่า.. มันยัง ไม่ใช่.. เป็นเพียงการคาดเดาไปตามความรู้สึก.. ไร้เหตุผล จึงไม่ควรเชื่อแม้ความรู้สึกของตนเอง.. อย่าว่าแต่ความรู้สึกของชาวบ้านเลย ที่มักจะยึดติดไปตาม โลกจินตนาการ
..อย่าเชื่อเพราะฟังแล้วมีการใช้เหตุผลที่น่าฟัง.. ตรงตามใจของเรา.. ฉิบหายกันมาเยอะแล้ว เพราะคิดเอาเองว่าเป็นเหตุผลด้วยตรงใจ.. ตรงความคิดของตนเอง
..อย่าเชื่อเพราะคนที่พูดเป็น Net Idol.. เป็นคนดัง.. มีชื่อเสียง คนพวกนี้ย่อมปรุงแต่งการบอกกล่าวเล่าเรื่องได้เยี่ยมม ด้วยเป็นอาชีพของเขา.. การพูดจาจึงมี วาทศิลป์.. ครบองค์ประกอบการนำเสนอ.. เต็มไปด้วยความสามารถในการโน้มนำชักจูง..
..อย่าเชื่อเพราะเรานับถือ เคารพ.. ในบุคคล วัตถุ สิ่งของนั้นๆ.. ตราบที่ไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เข้าใจ ตรงตามธรรม..
พึงปลงใจเชื่อ เมื่อรู้ชัดตรงตามความเป็นจริงด้วยตนเอง ว่า สิ่งนี้มีประโยชน์ หรือไม่มีประโยชน์ เป็นบาปหรือบุญ.. เป็นคุณหรือเป็นโทษ เป็นต้น.. โดยคำนึงเสมอว่า.. การปลูกฝังให้เกิดนิสัย “เชื่อเมื่อเห็นจริงด้วยปัญญาของตน”.. จะเป็นวัคซีนป้องกันความล้มเหลวจากการเสพคบข่าวสารในโลกดิจิทัลได้ดีที่สุด..
การรู้จักตรวจสอบข้อเท็จจริง (Fact - Checking) .. การรู้เท่าทันสื่อในโลกไอที ด้วยการรู้จักพิจารณาด้วยเหตุผลที่เป็นธรรม.. จึงเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาชีวิตให้เป็นไปสู่ความเจริญ.. ที่จักสามารถดำรงอยู่ในทางสายกลาง อย่างมีความสมดุลในชีวิตได้จริง.. โดยจะไม่เชื่อและไม่ปฏิเสธ ก่อนที่จะพิจารณาในความจริงที่เป็น สัจธรรมด้วยปัญญาของตน (ไม่พึ่งปัญญาชาวบ้าน)
ดังนั้น สิ่งสำคัญอย่างยิ่งของทุกชีวิตในโลกยุคใหม่ ที่สร้าง ความลวง .. ความเท็จ ได้เสมือนจริง.. ได้แก่ การฝึกฝนให้มีสติรู้เท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้นขณะเสพข้อมูล จะได้ไม่ตกไปสู่อารมณ์ที่ถูกกระตุ้นจากข่าวเท็จ.. ข่าวลวง.. ดังปรากฏแพร่หลายมากในสังคาวัตถุนิยมปัจจุบัน.
เจริญพร
dhamma_araya@hotmail.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'แก้วสรร' แกะสื่อโซเชียลมะกันบอกทรัมป์สั่งผุดแผนใช้นิวเคลียร์จบศึกอิหร่าน!
นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ ออกบทความใหม่ในรูปถาม-ตอบ
นพ.สรณ ทำอะไรผิด จึงต้องหลุดจากกสทช วิบากกรรม ยังไม่จบ!.
การทำงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือกสทช.ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ไม่สามารถเดินหน้าขับเคลื่อนต่อไปได้
จะแก้ไขโรคทุจริต .. ในสังคมได้อย่างไร!?
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา มีคำกล่าวว่า ..เธอจงระวังความคิดของเธอ เพราะความคิดจะกลายเป็นความประพฤติ.. เป็นนิสัย อุปนิสัย ที่กำหนดชะตาชีวิตของเธอ!
ระเบียบใหม่ตะวันออกกลาง อิหร่าน คือชาติมหาอำนาจ
สงครามตะวันออกกลางที่เป็นการสู้รบกันระหว่าง สหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน ถึงขณะนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่า หลังจากนี้ จะกลับมาเปิดฉากสู้รบ-ปะทะกันอย่างหนักอีกหรือไม่
ดร.เอนก เตือนสังคมศาสตร์ไทย ไร้รากเหง้า ระวังกลายเป็น 'ศาสตร์ไร้จิตวิญญาณ'
ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ชวนสังคมศาสตร์ไทยกลับมาศึกษารากเหง้าตัวเอง ชี้ใช้ทฤษฎีตะวันตกได้ แต่ต้องรู้ประวัติศาสตร์-วัฒนธรรม-ภูมิปัญญาไทยให้พอกัน เตือนหากเอาแต่เป็
เราจะมีนายกฯ เป็นวีรบุรุษของชาติ.. ..ได้อย่างไร!?
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา มีคำกล่าวว่า

