
รัฐมนตรีคนนอกพรรคการเมืองไม่ใช่ไม่เคยมี สมัยคุณอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกฯ เฉพาะกิจ รัฐมนตรีคนนอกที่เป็นเทคโนแครตก็มีมาแล้ว ผลงานดีๆ ที่จับต้องได้ เป็นที่ประจักษ์ เช่น พ.ร.บ.ที่ออกมาแบบล้ำยุคล้ำสมัย มาดูแลด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศ ก็คลอดมาในสมัยนั้น หรือในอเมริกาที่หลายคนกล่าวอ้างว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยต้นแบบ ก็มีคนนอกมาช่วยงานในระดับสูงที่ว่านี้
แต่ไม่ใช่อยากจะทำก็ทำ มันต้องเป็น ภาวะวิกฤตที่จำเป็นของประเทศ ทำให้ต้องการคนที่มีความรู้ความชำนาญเป็นพิเศษมาช่วยพัฒนาและฟื้นฟูประเทศเป็นการเฉพาะกาล
ท่ามกลางบริบทโลกและเศรษฐกิจยุคใหม่ ไทยต้องใช้มืออาชีพมาทำงานในกระทรวงสำคัญ
ปัจจุบันประเทศกำลังถูกท้าทายด้วยปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไว และปัญหาสังคมสูงวัย รวมทั้งขาดเงินทุนมาพัฒนาประเทศอย่างมาก การบริหารงานบ้านเมืองแบบเดิมๆ โดยนักการเมืองอาชีพที่มุ่งเน้นนโยบายระยะสั้นหรือการเอาใจฐานเสียง ย่อมไม่มีวันที่จะทันต่อการเปลี่ยนแปลงนี้
นักการเมืองสมัยก่อนเป็นกลุ่มคนที่อาสาเข้ามาทำงานเพื่อพัฒนาประเทศอย่างแท้จริง เป็นที่น่าเสียดายที่ยุคปัจจุบันเราเริ่มมีนักการเมืองบางคนที่เคยชินกับระบบพ่อค้าในสัดส่วนมากขึ้นๆ จนทำให้การมองอนาคตของประเทศเป็นไปในลักษณะของการทำกำไรระยะสั้น มากกว่าจะวางยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนในอนาคต
การนำผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหรือเทคโนแครตมืออาชีพเข้ามาวางระบบและขับเคลื่อนนโยบายหลัก เช่น ด้านการเงิน คลัง หรือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในห้วงเวลาที่วิกฤต จะช่วยให้การเติบโตของประเทศมีเสถียรภาพ และลดอัตราการคอร์รัปชันได้อย่างมีนัยสำคัญ
กรณีตัวอย่าง : 3 รัฐมนตรีคนนอกในยุคปัจจุบัน
เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนของการเอาผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพมาทำงานให้ประเทศว่าดีหรือไม่ ขอเอารัฐมนตรี 3 แม่ครัวหรือรัฐมนตรีคนนอก 3 ท่านของรัฐบาลชุดนี้มาเป็นตัวอย่างสำหรับการวิเคราะห์เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
ในโลกของความเป็นจริง ไม่มีมนุษย์คนไหนหรือการทำงานใดที่จะสมบูรณ์แบบได้ 100% ในระยะเวลาสั้นๆ ให้เป็นไปตานโยบายหรือแผนที่ประกาศไว้ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นคำตำหนิ ดูแคลน หรือแม้กระทั่งเย้ยหยันของนักเลงคีย์บอร์ดบนสังคมออนไลน์ ต่อรัฐมนตรีทั้ง 3 ท่านนี้
หากเปรียบเทียบกับภาพจำของการเมืองแบบเดิมๆ ที่มักถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ตระกูลการเมือง หรือกลุ่มทุนที่หวังผลตอบแทน ไม่ว่าจะเป็นการคอร์รัปชันตั้งแต่ระดับนโยบายไปจนถึงการหางานให้เครือข่ายของตนได้มีงานทำ รวมทั้งทำกำไรเกินควร
การได้เห็นมืออาชีพที่ไม่มีชนวนความขัดแย้งและความมุ่งหวังทางการเมือง ไม่มีประวัติการโกงกิน ไม่มีข้อเสียทางสังคม ก้าวเข้ามาช่วยทำงานในบางกระทรวงที่จำเป็นในบางจังหวะ จึงถือเป็นมาตรการที่สร้างความหวังให้ประเทศได้อย่างแท้จริง
ความตั้งใจจริงที่จะมาทำงานเพื่อบ้านเมือง
ท่ามกลางกระแสการเมืองที่มีทั้งเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แรงกดดัน และ อคติ จากหลายฝ่าย สิ่งหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้เลยคือ ความตั้งใจจริง ของรัฐมนตรี 3 แม่ครัวคนนอก ที่เข้ามาแบกรับภาระงานสำคัญของบ้านเมืองในช่วงเวลาวิกฤตนี้ แม้เป็นเทคโนแครตคนอื่น ในห้วงเวลาอื่น หากรับปากมาช่วยงานบ้านเมืองแล้ว ก็เชื่อได้ว่าความตั้งใจจริงเช่นนั้นก็ไม่ต่างกัน
เน้นผลลัพธ์ ไม่เน้นเล่นการเมือง
รัฐมนตรี 3 ท่านนี้มาจากสายวิชาการ สายบริหาร หรือวิชาชีพเฉพาะทาง จึงไม่มีฐานมวลชนหรือกลุ่มทุนการเมืองที่ต้องคอยเกรงใจ ดังเห็นได้ว่าทั้ง 3 ท่านได้มีข้อตกลงหรือเงื่อนไขกับนายกรัฐมนตรีก่อนรับตำแหน่ง ว่าขอไม่มีรัฐมนตรีช่วย เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการเมืองและนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในการทำงาน จึงสามารถโฟกัสที่ผลประโยชน์ของประชาชนและความคุ้มค่าของงบประมาณได้เต็มที่
โปร่งใส ลดโอกาสการโกงกิน
จุดแข็งสำคัญอีกประการของ 3 ท่านนี้ คือการเข้ามาด้วยประวัติที่ขาวสะอาด ปราศจากพันธะเรื่องเงินทอน หรือการจัดสรรงบประมาณเพื่อหางานให้พวกพ้องทำ หรือเพื่อสร้างฐานเสียงให้ตัวเองทั้งทางราชการและเอกชน
การคิดเชิงระบบและความรับผิดชอบ
ด้วยทักษะการบริหารจัดการระดับสูงที่ได้มาจากประสบการณ์จริงยาวนาน ทำให้ทั้ง 3 ท่านมีแนวคิดที่เป็นระบบ ตั้งเป้าหมายได้ชัดเจน และพร้อมรับผิดชอบต่อผลสัมฤทธิ์ของงาน
โปรดสังเกตว่า ความจริงเชิงประจักษ์ 4 ข้อหลังนี้ไม่จำกัดอยู่เพียงเฉพาะ 3 ท่านนี้ แต่ใช้ได้กับเทคโนแครต (แทบ) ทุกคนที่จะเข้ามาช่วยงานรัฐ ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลในยุคนั้นจะเลือกใครมาช่วยงาน
อยากให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าด้วยความหวัง
ท่ามกลางกระแสต่อต้านที่มีอยู่มากขึ้นๆ ไม่มีใครรู้ว่ารัฐบาลชุดนี้จะอยู่ได้อีกเนิ่นนานเท่าไหร่ ครบเทอมหรือไม่ และไม่ว่าจะมีใครประชดประชันอย่างไร หรือใครจะมี อคติ 4 ที่ประกอบด้วย ฉันทาคติ (อคติเพราะตัวเองชอบ) โทสาคติ (อคติจากการที่ตัวเองไม่ชอบ) โมหาคติ (อคติเพราะความหลงผิด) และ ภยาคติ (อคติเพราะกลัวภัยมาถึงตัว) อย่างไร
แต่สำหรับคนที่อยากเห็นบ้านเมืองเดินหน้า การมีผู้นำกระทรวงที่คิดเป็น คิดเก่ง ไม่โกง ไม่กิน และมีความรับผิดชอบอย่าง 3 ท่านนี้ ที่แม้ผลงานในระยะเพียงสั้นๆ นี้จะยังไม่สมบูรณ์แบบเต็มร้อย แต่ก็ดีกว่าการปล่อยให้ทำแบบเดิมๆ ดังที่เราก็เห็นปัญหาและบ่นกันว่า ‘ไม่ไหวแล้ว ทนไม่ไหวแล้ว’ กันถ้วนหน้า
รัฐมนตรีคนนอกกับพรรคการเมือง
ที่เสนอมาทั้งหมดนี้มิใช่จะกล่าวว่านักการเมืองไม่มีความสำคัญ และประวัติการทำงานไม่ดีไปเสียหมด นักการเมืองดีๆ เก่งๆ ก็ยังมีอีกมากมาย และอย่างไรเสียนักการเมืองเหล่านั้นกว่าจะมาเป็นผู้แทนได้ ก็ต้องผ่านการเลือกตั้งด้วยกระบวนการประชาธิปไตยมาก่อน จึงถือเป็นตัวแทนของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เทคโนแครตเหล่านั้นจึงจำเป็นต้องทำงานร่วมกับพรรคและนักการเมืองของพรรคนั้นให้ได้
ข้อพึงสังวรคือ ‘ไม่ต้องและต้องไม่’ คิดเฉพาะ 3 ท่านนี้ หรือกรณีเฉพาะกิจนี้ แต่ต้องช่วยกันมองให้ครบทุกมุมว่าเราจะเลือกทางเดินไปข้างหน้ากันอย่างไร ควรมีรัฐมนตรีคนนอกมาช่วยงานบางตำแหน่ง จำเพาะในยามที่จำเป็นในอนาคตหรือไม่
ฝากช่วยกันคิดและเตรียมไว้สำหรับเหตุการณ์จำเป็นในเบื้องหน้าครับ.
ธงชัย พรรณสวัสดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'อนุทิน' บอก สส.ภูมิใจไทย ไม่ต้องกังวลรัฐมนตรีคนนอก สงสัยอะไรให้มาหาหัวหน้าพรรค
“อนุทิน” บอก เทคโนแครต ภท. เป็นคนที่ หน.พรรคเชิญมาทำงาน ย้ำ ทุกคนทำตามครรลอง -เป็นสมาชิก ขอ สส.อย่ากังวล
รัฐมนตรีคนนอก : ประชาธิปไตยที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนอย่างถูกกฎหมาย
รศ.ดร.บุญส่ง ชเลธร สถาบันรัฐประศาสนศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยรังสิต เผยแพร่บทความ เรื่อง รัฐมนตรีคนนอก : ประชาธิปไตยที่ไม่ยึดโยงกับประชาชนอย่างถูกกฎหมาย มีเนื้อหาดังนี้

