มหากุศล .. ในพรรษา ปี ๒๕๖๙ ณ สกลนคร!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. งานบุญออกพรรษาผ่านไป เข้าสู่บุญกฐินประจำปี ๒๕๖๙ แสดงความเชื่อมโยงพระพุทธศาสนา สู่วิถีชีวิตของชุมชนผ่านประเพณีที่ชาวลุ่มน้ำโขงเรียก “ฮีต ๑๒ คอง ๑๔” อันสะท้อนถึงภูมิปัญญาของบรรพชนในถิ่นฐานอารยธรรมพุทธศาสนาที่น่าสืบสาน.. เสริมสร้าง ต่อยอด.. เป็นอย่างยิ่ง เพื่อคงไว้ในความเป็นเอกลักษณ์ของ ชุมชนเข้มแข็งของชาวพุทธ.. ในท้องถิ่นอารยธรรมเดิมอีสานบ้านเฮา!

ด้วยการรับนิมนต์มาจำพรรษาที่ สกลนคร โดยพำนักอยู่ในร่มบารมี หลวงปู่อว้าน วัดป่านาคนิมิตต์.. อันเป็น เสนาสนะป่าบ้านนามน เดิมที่ หลวงปู่มั่น เคยอธิษฐานจำพรรษาถึง ๒ ครั้ง ๒ ครา จึงได้ซึมซับจิตวิญญาณบรรพชน ที่สืบสานอารยธรรมวิถีพุทธบนดินแดนที่ราบสูง ที่เกาะเกี่ยวกับลุ่มน้ำโขงมายาวนาน

ทั้งนี้ เพราะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร (นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล) หรือ “ผู้ว่าฯ อี๊ด” ได้มี โครงการบ้านพักใจ นำเด็กๆ.. เยาวชน และประชาชน ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจากปัญหายาเสพติด มารับฟังธรรมจากอาตมา.. ซึ่งมีประสบการณ์ตรงจาก โครงการจิตอาสา “กำลังใจ” พัชรธรรม ของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในการรับอดีตผู้ต้องขังที่เข้าร่วม โครงการพัชรธรรม มาบรรพชา-อุปสมบทในพระพุทธศาสนา

จึงได้เห็นการสมัครใจขอ บรรพชา-อุปสมบท จำนวน ๓๒ ราย หลังจากฟังธรรมและเริ่มต้นปฏิบัติธรรมในวันที่ ๒.. ซึ่งเดิมคาดว่าจะขอบวชสัก ๑๐ ราย โดยต่อมาเมื่อนำทั้ง ๓๒ รายเข้าสู่กระบวนการฝึกฝนเพื่อเตรียมบวช จึงได้คัดออกไป ๖ ราย ด้วยสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมต่อการเข้าสู่ฐานะ การศึกษาปฏิบัติ

นับเป็นโชคดีอย่างยิ่งของเด็กๆ เยาวชน คนหนุ่มกลุ่มดังกล่าว ที่ เจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธวชิรากร กรรมการมหาเถรสมาคม รับมาเป็นประธานอำนวยการฯ ใน การบรรพชา-อุปสมบท โดยเป็น พระอุปัชฌาย์ ให้ด้วยตนเอง

ภายใต้ความตั้งใจจริงของ ผู้ว่าฯ อี๊ด และในร่มบารมีธรรมของ หลวงปู่อว้าน จึงได้เกิด การบรรพชา-อุปสมบท ขึ้นและเป็นไปอย่างเรียบร้อยใน วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๙ ท่ามกลางความปีติยินดีของพ่อแม่ญาติมิตรจากฝ่ายผู้บรรพชา-อุปสมบท.. ซึ่งแม้ว่าจะมีกระแสต่อต้านจากกระแสบุคคลบางคน บางกลุ่ม ทั้งที่มาจากในวัดและนอกวัด โดยเฉพาะกระแสสับสนในความเข้าใจที่ไม่ค่อยตรงธรรม

ด้วย “บุญฤทธิ์” ความดี จึงชนะความชั่ว ธรรมชนะอธรรม.. การบรรพชา-อุปสมบทจึงผ่านไปได้ด้วยความน่ายินดี ลบกระแสสบประมาทต่อกลุ่มเด็ก .. เยาวชน หรือหมู่ชนที่ พลาดพลั้ง ดังกล่าวว่า.. จะบวชได้หรือ.. เข้ามาแล้วระวังจะทำความเสียหาย

แต่ไม่ว่าจะมีกี่กระแสในสายธารที่ต่อต้าน การรับคนกลุ่มนี้บวช ก็หาได้สามารถยับยั้ง การบรรพชา-อุปสมบท ได้ไม่ .. ทุกอย่างยังคงดำเนินไป บนความรับผิดชอบใน ภาระสร้างคนหนุนเนื่องด้วยธรรมนำชะตาชีวิต และด้วยความร่วมแรงร่วมใจสมานสามัคคีกันของ พระอาจารย์ ทั้งหลาย จึงทำให้การฝึกฝนบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่สมัครใจมาบวชในครั้งนี้ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมตัวสวดคำขอบรรพชา-อุปสมบท.. และการสร้างความเข้าใจในวัตรปฏิบัติ เพื่อเตรียมตัวเป็นพระ-เณรที่ดี มีความประพฤติชอบโดยธรรมไปในเบื้องหน้า

วันนี้ บนวิถีชีวิตที่เคลื่อนไหวไปตาม กฎความไม่เที่ยง พระภิกษุ-สามเณร จำนวนทั้งสิ้น ๒๖ รูป ได้ตั้งใจเล่าเรียนปฏิบัติตามการแนะนำสั่งสอน จนสามารถพัฒนาตนเองให้สงบ.. เยือกเย็นลงได้ มีสติสัมปชัญญะที่เข้มแข็งขึ้น จึงพร้อมทำความเปลี่ยนแปลงไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อันเนื่องจาก กิจกรรมภาคสนามของพระสงฆ์ตามพระธรรมวินัย ที่ได้ถูกออกแบบให้มีคุณค่าต่อ การสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบ ในฐานะผู้มีฐานะอันควรแก่การกราบไหว้ได้อย่างเป็นปกติ

ความภาคภูมิใจ.. ความสบายใจ.. ความเข้าใจ.. ในความมีคุณค่าในชีวิตของตนเอง ด้วยการทำความดีอันถูกต้องตรงธรรม จึงเกิดขึ้น จนสามารถจัดความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างการมุ่งสั่งสมบุญกุศลและการประกอบความดี ให้เกิดขึ้นเป็นจริงได้ด้วยหลักการ “พึ่งตน-พึ่งธรรม” ในพระพุทธศาสนา

การสร้างความเข้าใจในคุณค่าและความหมายของชีวิต ที่ต้องมีบุญเป็นเครื่องเกื้อหนุน อันหมายถึง ความดีที่ต้องสั่งสม.. พร้อมการพัฒนาจิตให้มีสภาวะที่ดีงาม เป็นกุศล.. เพื่อการพัฒนาจิตให้รู้จัก เหตุแห่งความดี-ความชั่ว อย่างมี ปัญญา .. จึงทำให้ทุกชีวิตที่เปลี่ยนแปลงฐานะ จากคนกลุ่มหนึ่งที่มี พฤติกรรมเสี่ยง.. เข้าสู่การเรียนรู้เพื่อความเปลี่ยนแปลง จะสามารถ ก่อการบุญ ให้เชื่อมโยงกับ กุศลจิต ได้อย่างมีประสิทธิภาพ.. จนประเมินได้ว่า.. เราน่าจะได้คนดี.. พระ-สามเณรที่ดี คืนกลับสู่วิถีสังคมอารยธรรมอย่างแน่นอน เมื่อใช้หลัก “ฮีต ๑๒ คอง ๑๔” เข้าร่วมพัฒนาจิตสำนึกในฐานะของพระภิกษุ-สามเณร ซึ่งเป็นหลักวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวอีสาน ที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ อย่างมีความสัมพันธ์ สืบสาน-สร้างเสริมกับ พระธรรมวินัย ในพระพุทธศาสนา

การใช้ชีวิตอย่างไม่แห้งแล้ง.. การเรียนรู้ธรรมะอย่างมีความยินดี จึงเกิดขึ้น เป็นแรงผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ถูกต้องตรงธรรม ทำให้เกิดการยอมรับ ฐานะ หน้าที่ และบทบาท ในความเป็น พระภิกษุ-สามเณร ในพระพุทธศาสนา ที่มีคุณค่ายิ่งต่อการจรรโลงจารีตประเพณี วัฒนธรรม อย่างมีภูมิปัญญา.. ความรู้ความเข้าใจที่เป็นธรรม

โดยเฉพาะ คอง ๑๔ (ครอง ๑๔) ที่สรุปแนวทางข้อปฏิบัติของการใช้ชีวิตประจำวันในทุกฐานะ ไม่ว่าพระหรือคนในวิถีพุทธศาสนา ว่า..

๑) จะต้องเคารพพระรัตนตรัยและมีส่วนทำนุบำรุงพระศาสนา โดยมีความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ พร้อมสนับสนุนให้มีการศึกษาและปฏิบัติธรรม

๒) จะต้องมีความกตัญญูต่อบิดา มารดา และผู้มีพระคุณ โดยต้องทำหน้าที่ดูแลเลี้ยงดูพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูเรามา มีความเคารพในผู้ใหญ่ และการระลึกถึงคุณความดีของผู้มีพระคุณ

๓) จะต้องเป็นผู้ประพฤติตนเหมาะสมต่อครอบครัวและชุมชน .. โดยการรู้จักหน้าที่.. รักษาคำพูด และไม่เบียดเบียนผู้อื่น

๔) ยึดถือความยุติธรรมและความถูกต้อง โดยผู้มีอำนาจควรปกครองโดยธรรม.. ประชาชนความเคารพกติกาที่เป็นธรรม และ ทุกคนควรรับผิดชอบต่อส่วนรวม

๕) รู้รักษาประเพณีและความสามัคคี ในชุมชน สังคม ด้วยการมีโอกาสร่วมงานบุญต่างๆ ตามสมควร อนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น และ สืบทอดวัฒนธรรมอย่างเข้าใจเหตุผล

ในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน จึงสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม.. คุณภาพจิตของคนกลุ่มนี้ได้อย่างดียิ่ง ด้วยการวางเหตุปัจจัยได้ถูกต้อง จึงนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและความสัมพันธ์กับพระศาสนาอย่างมีคุณค่า           

การให้โอกาสต่อเด็กๆ เยาวชน และประชาชน ที่เป็นผู้พลาดพลั้ง ณ จังหวัดสกลนคร ในพรรษาปี ๒๕๖๙ นี้ จึงนับเป็นมหาบุญยิ่งกว่าการสร้างวัตถุทั้งปวง

โดยเฉพาะ การนำคนคืนกลับสู่ศีลธรรม.. ซึ่งอย่าว่าแต่ทั้งชีวิตเลย แม้เพียงวันเดียวก็มีคุณค่ายิ่ง..

เพราะการสร้างคนให้เป็นคนดี มีความกตัญญู รู้จักเคารพความถูกต้อง และดำรงตนอยู่ในธรรมได้ ซึ่งนั่นคือ การสร้างมหาเจดีย์ที่แท้จริง.. เพราะจะเป็นเหตุ.. จะเป็นกรณีตัวอย่าง ให้ผู้พลาดพลั้งในสังคมจำนวนมาก ได้มีกำลังใจที่จะก้าวย่างออกไปจากความผิดพลาดด้วยความประมาท

ด้วยกรณีดังกล่าว จะแผ่ไพศาลจากคนหนึ่งไปสู่หลายๆ คน จะมีการสืบต่อสังคมคุณธรรมจากรุ่นสู่รุ่น นับเป็นมหากุศลที่คนโง่ คนพาล ผู้ทุศีล ยากจะเข้าใจ.. เข้าถึง ในคุณค่าดังกล่าว ดังคติธรรมชวนให้พิจารณาว่า

 “การสร้างทรัพย์.. ได้เพียงวัตถุสิ่งของ

การสร้างคน.. ได้ทั้งคุณธรรมและความดี

การสร้างคนดี.. ได้ให้ความร่มเย็นแก่สังคม

การสร้างคนให้ตั้งอยู่ในศีล.. ในธรรมได้ คือการสร้างมหากุศล ให้รับผลไปไม่มีสิ้นสุด”.

เจริญพร

dhamma_araya@hotmail.com

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดร.ประกาศิต รองผู้จัดการ สสส. งบกองทุน 4,000 ล้านต่อปี คุ้มค่า-ตรวจสอบได้

จากกรณีพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมกับ สส.ของพรรคลงชื่อเสนอ "ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....หรือกฎหมายกองทุน สสส." ที่เป็นการเสนอแก้ไขกฎหมาย สสส.ฉบับปัจจุบันที่ออกมาเมื่อปี พ.ศ. 2544

'แก้วสรร' แพร่บทความ 'อภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล = ด่าแม่ง..เป็นคนๆ ?'

นายแก้วสรร อติโพธิ นักวิชาการอิสระ เผยแพร่บทความในรูปแบบ ถาม-ตอบ เรื่อง "อภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นรายบุคคล = ด่าแม่ง..เป็นคนๆ ?" โดยมีเนื้อหา ดังนี้

บันทึกการจำพรรษา ปี ๒๕๖๙ ณ วัดป่านาคนิมิตต์ (บ้านนามน)!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ๒๖ ตุลาคม ๒๕๖๙ ปีนี้ ตรงกับวันออกพรรษา ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ พระภิกษุที่อธิษฐานอยู่จำพรรษาในวันแรม ๑ ค่ำ

'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'ทลายกับดัก คณะกรรมการเฟ้อ สู่ภาวะผู้นำเชิงรุก'

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ อดีตอธิการวิทยาลัยรัฐกิจ มหาวิทยาลัยรังสิต อดีตรัฐมนตรีว่าการการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "รัฐประศาสนศาสตร์ที่ใฝ่ประสงค์: ทลายกับดัก

3 ทศวรรษไทยโพสต์ เหลียวหลังแลหน้า ประเทศไทย ในเกมอำนาจโลก

สถานการณ์โลกในบริบทต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ดูจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลายคนเคยคิด หลังเกิดเหตุสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน

๑๗ ตุลาฯ ๑๘.๐๐ น. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมฟังธรรม .. ถวายเป็นพระกุศลแด่สมเด็จเจ้าฟ้าฯ ของชาวไทย!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา สายฝนที่ตกพรมมาหลายเดือน จนน้ำเจิ่งนองไปทั่ว กำลังค่อยๆ ลาจากภาคอีสานและภาคเหนือ ฝากไว้แต่ความชุ่มฉ่ำจนล้นเหลือบนแผ่นดิน  ขณะที่สายลมหนาวยามต้น เริ่มโชยพัดผ่านแนวป่าและขุนเขาภูพาน เป็นสัญญาณว่า ไม่นานจะมีการเปลี่ยนผ่านฤดูกาลอีกครั้ง..