สงครามรัสเซีย-ยูเครน ไม่ใช่สงครามระหว่าง 2 ประเทศ แต่เป็นสงครามที่โลกรู้ว่า เป็นสงครามช่วงชิงการนำในภูมิรัฐศาสตร์ใหม่ของโลกที่อเมริกาต้องการ “ยึดครองการเป็นผู้นำโลก” ตามที่เคยกำกับครอบครองโลกในเกือบทุกมิติมาตลอด! ขณะที่ประเทศที่ก้าวหน้าเติบโตทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยียุคใหม่อย่างจีน รัสเซีย และอินเดีย ไม่สยบยอมกับการใช้อำนาจกำกับ-คุกคาม-แทรกแซงแบบเดิมๆ ต่อไป ความรุนแรงที่ปะทุขึ้นในยูเครนจึงเป็นปฐมบทของการไม่สยบยอมอำนาจอเมริกา!
การสร้างความแตกแยกสุ่มเสี่ยงที่มีแนวโน้มจะขยายสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 นี้ มีอเมริกาเป็นต้นเหตุที่สำคัญที่ดำเนินหลากหลายยุทธวิธี ตั้งแต่มุ่งสกัดความเจริญก้าวหน้าของจีน ไปจนถึงการยืมมือผู้นำยูเครนยั่วยุรัสเซีย จนผลักดันให้นาโตเข้ามามีบทบาทในความขัดแย้งครั้งนี้! อเมริกาเดินเกมตรวจสอบสัมพันธภาพกับประชาคนโลก-ใช้นาโตร่วมมือช่วยเหลือยูเครน จากการที่รัสเซียเปิดศึกสั่งสอนยูเครน-สกัดการรุกรานของอเมริกาและพันธมิตรตะวันตกที่กระทำต่อรัสเซีย!
ว่าไปแล้วผู้เสียหายน้อยสุดวันนี้คือ อเมริกา เนื่องจากอยู่ห่างไกลจากพื้นที่สงคราม และไม่ได้พึ่งพาสัมพันธ์กับเศรษฐกิจรัสเซียมากนัก ยุทธวิธีปลุกปั่นยุยง-ทำลายภาพลักษณ์ของรัสเซีย รวมทั้งกระตุ้นความร่วมมือของยูเครน-กลุ่มนาโตดำเนินคู่ไปกับการแสวงหาพันธมิตรในประชาคมโลกทุกภูมิภาคที่เป็นเป้าหมายของสหรัฐ เพื่อจัดการกับรัสเซียและมุ่งทำลายความก้าวหน้าจีนในภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่จะจุดประกายสู่สงครามโลกครั้งใหม่ได้น่าวิตกทีเดียว!!!
อาวุธและยุทธศาสตร์สำคัญของอเมริกาคือ ฐานความร่วมมือกับพันธมิตรดั้งเดิม โดยเฉพาะนาโต รวมกับงบประมาณ อาวุธสงคราม โครงสร้างเศรษฐกิจการเงินโลกที่อเมริกาควบคุมอยู่ และการใช้กฎบัตร-กฎหมาย-ข้อตกลงระหว่างประเทศ กับบรรดาองค์กรโลกบาลทั้งหลาย-ที่อเมริกาจัดตั้งไว้ตั้งแต่ยุคหลังสงครามเย็นจนปัจจุบัน ซึ่งครอบคลุมการโฆษณาชวนเชื่อ ข่าวสาร และข้อตกลงนานาชนิดเกือบทุกมิติ ตั้งแต่เรื่องความยุติธรรมระหว่างประเทศ ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจสังคม ความมั่นคง ไปถึงความร่วมมือกำหนดมาตรการทางเศรษฐกิจและการเงินโลก รวมทั้งการสร้างข่าวสารผ่านช่องทางต่างๆ สู่ประชาคมโลกตามทิศทางที่อเมริกาเป็นผู้กำหนด ฯลฯ ทั้งหมดคือหมากกล-เครื่องมือทางภูมิรัฐศาสตร์และการทำลายคู่แข่งตรงข้ามที่อเมริกาใช้มาตลอด
ส่วนฟากรัสเซีย มีเครื่องมือสำคัญคือความก้าวหน้าทางด้านการทหาร ความมั่นคง ที่มีพัฒนาการมายาวนาน กับแนวทางการจัดการเศรษฐกิจใหม่ที่เน้นภาคการผลิตจริงและทรัพยากรพลังงานที่มุ่งสลัดพันธะจากการครอบงำของเปโตร์ดอลลาร์และสถาปัตยกรรมทางการเงินที่อเมริกาครอบงำโลก และความร่วมมือกับพันธมิตรที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจใหม่อย่างจีน ประเทศที่มีความเก่ง-ความก้าวหน้าหลากมิติของอินเดีย กับกลุ่ม BRICS ที่มีพื้นที่กว้างขวาง-ประชากรมากมายอย่างแอฟริกาใต้ บราซิล ฯลฯ รวมทั้งพันธมิตรส่วนอื่นๆ ในประชาคมโลกที่ไม่เห็นด้วยกับท่าทีของอเมริกา และประเทศที่ต้องการเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งมีทรัพยากรพลังงานมั่งคั่งล้นเหลืออย่างกลุ่มโลกอาหรับ! ไปจนถึงกลุ่มประเทศที่ต้องการเป็นตัวของตัวเอง-หลังถูกอเมริกาครอบงำมานาน นี่คือพลังความเคลื่อนไหวด้านตรงข้ามกับอเมริกา!
โลกที่กำลังฝ่าวิกฤตโควิด-19 เข้าสู่ความน่าประหวั่นพรั่นพรึงของสงครามโลกเริ่มแบ่งฝัก-แบ่งฝ่าย ซึ่งเมื่อทอดเวลานานออกไปจะเห็นฝักฝ่ายได้ชัดเจน! เช่น สถานการณ์ในสงครามโลกที่เคยเกิดขึ้น วันนี้มีกลุ่มประเทศคู่ปฏิปักษ์ที่เป็นฝ่ายอเมริกาและนาโตบางส่วน กับกลุ่มตรงข้าม ที่มีรัสเซีย-จีน-อินเดีย-กลุ่มที่ต้องการปลดตัวเองออกจากอเมริกา อีกกลุ่มคือกลุ่มประเทศเป็นกลาง ที่มุ่งสร้างความร่วมมือจัดการผลประโยชน์ในแบบของตัวเอง!
การประเมินเบื้องต้นจาก อันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ หลังเยี่ยมเยือนรัสเซียและยูเครน อันโตนิโอให้ความเห็นที่มีนัยว่าน่าจะมีช่องทางที่จะทำให้เกิดสันติภาพมากกว่าจะนำพาไปสู่ความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งเป็นเหมือนแสงสว่างเล็กๆ ที่ปลายอุโมงค์ให้กับชาวโลก แต่ก็น่าคิดว่ามันจะเกิดขึ้นจริงได้ตามที่พูดหรือไม่? อย่างไร? เมื่อใด? ท่ามกลางสงครามระอุร้อน-การหนุนเนื่องของอาวุธยุทโธปกรณ์จากอเมริกาและกลุ่มนาโต รวมถึงการบุกทำลายฐานที่มั่นทางทหารและคลังอาวุธที่รัสเซียกำลังเดินหน้าถล่มไม่หยุด จนยูเครนกลายเป็นสนามสงครามที่ถูกทำลายรุนแรงย่อยยับลงทุกวัน!
ที่น่าสนใจคือ การออกแบบเศรษฐกิจใหม่ของรัสเซีย ที่ปรับรื้อกลไกเศรษฐกิจออกจากการครอบงำของเปโตรดอลลาร์ โดยใช้ทรัพยากรเป็นฐานหลักและใช้กลไกการเงินผูกกับทองคำ ซึ่งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปในทิศทางใหม่นี้ เกิดจากบทเรียนเมื่อปี ค.ศ.1998 ที่รัสเซียถูกกดดันทำลายเศรษฐกิจจนไม่อาจชำระหนี้ได้ตามเวลา แต่ปัจจุบันชำระได้ตามเวลา-เพียงแต่เงินที่สำรองในรูปดอลลาร์-ทองคำถูกแช่แข็ง นำมาใช้ไม่ได้ ซึ่งเป็นเรื่องการเมืองที่อเมริกาต้องการสร้างความระส่ำระสายทางเศรษฐกิจและความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศ
ที่จริงรัสเซียมีบทเรียนว่า ดอลลาร์เป็นสกุลเงินที่เป็นพิษมานานแล้ว แม้จีนก็เคยเจอปัญหา-เมื่อธนาคารจีนปฏิเสธที่จะจ่ายเงินดอลลาร์-จีนก็กังวลว่าสหรัฐอาจจะคว่ำบาตรทางการค้า ดังนั้นการขจัดสกุลเงินดอลลาร์ออกจากวิถีชีวิตของผู้คนและระบบการผลิตของตน มุ่งจัดแบ่งโลกตามเขตสกุลเงินของท้องถิ่น โดยอาศัยฐานอำนาจทางเทคโนโลยีการทหารที่รัฐเซียก้าวหน้ากว่า รวมทั้งการที่มีปริมาณทรัพยากรเพียงพอในการไหลเวียนผลิตสินค้า มีจำนวนประชากรที่สร้างงานและเพิ่มความสามารถในการซื้อจากการลงทุนในภาคการผลิตจริงได้ ฯลฯ เป็นสภาวะที่ทำให้รัสเซียไม่วิตกกับแรงกดดันของอเมริกาอีกต่อไป!.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ระเบียบใหม่ตะวันออกกลาง อิหร่าน คือชาติมหาอำนาจ
สงครามตะวันออกกลางที่เป็นการสู้รบกันระหว่าง สหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน ถึงขณะนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่า หลังจากนี้ จะกลับมาเปิดฉากสู้รบ-ปะทะกันอย่างหนักอีกหรือไม่
ดร.เอนก เตือนสังคมศาสตร์ไทย ไร้รากเหง้า ระวังกลายเป็น 'ศาสตร์ไร้จิตวิญญาณ'
ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ชวนสังคมศาสตร์ไทยกลับมาศึกษารากเหง้าตัวเอง ชี้ใช้ทฤษฎีตะวันตกได้ แต่ต้องรู้ประวัติศาสตร์-วัฒนธรรม-ภูมิปัญญาไทยให้พอกัน เตือนหากเอาแต่เป็
เราจะมีนายกฯ เป็นวีรบุรุษของชาติ.. ..ได้อย่างไร!?
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา มีคำกล่าวว่า
ปมเสี่ยง จุดสลบ รัฐบาลสีน้ำเงิน-อนุทิน
แม้รัฐบาล "อนุทิน ชาญวีรกูล" หรือ "อนุทิน 2" จะเป็นรัฐบาลมาแค่ 3 เดือนกว่า แต่เห็นชัดว่าเจอหลายปมร้อนการเมืองโหมเข้าใส่อย่างต่อเนื่อง อย่างเช่นช่วงหลายวันที่ผ่านมา
สู่พรรษาปี ๒๕๖๙ .. ณ วัดป่าฯ สกลนคร!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เข้าถึง วันเข้าพรรษาปีพุทธศักราช ๒๕๖๙ ตรงกับ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙ พระภิกษุ-สามเณร และชาววัด ต่างมีกิจอันสำคัญยิ่งที่ถือปฏิบัติสืบกันมา ได้แก่ การแสวงหาที่พักจำพรรษา.. ซึ่งปีที่ผ่านมาได้รับนิมนต์ไปพักอยู่จำพรรษาที่ วัด DVMP (Dhamma Vinaya Monastery of Pune - India) ที่ศรัทธาชาวพุทธอินเดียสร้างถวาย ด้วยมูลค่าที่มากกว่า ๑๐๐ ล้านบาท ไม่นับรวมราคาที่ดินที่ถวายโดยเศรษฐีที่ดินอินเดียชาวฮินดู ตั้งอยู่ในนครปูเน่ รัฐมหาราษฏระ บนทำเลที่เหมาะควรต่อการเป็น สัปปายสถาน
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทย เข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง "สนธิระบบอุปถัมภ์แบบไทยเข้ากับคุณธรรมและนวัตกรรมสมัยใหม่"

