ภัยร้าย .. ต่อศาสนา ปัญหา .. เสพติดเทคโนโลยี!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ภายใต้กฎเกณฑ์ธรรมชาติ จึงได้เห็น ความเปลี่ยนแปลงในความดำรงอยู่.. อันดำเนินไปตามเหตุปัจจัย.. ที่สะท้อนความเป็นจริงว่า..

ทุกอย่างเป็น.. ธรรม

ธรรม.. เป็นไปตามเหตุปัจจัย..

ดังใน สังคมไอที ที่มีภาวะความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ในการดำรงอยู่ของ ปัญหาจริยธรรม (IT Ethics) ซึ่งกระทบต่อมนุษย์ในฐานะสัตว์สังคมดิจิทัลโดยตรง อันเกิดจากการพัฒนาและการใช้งานเทคโนโลยีในวิถีชีวิต อย่างมิอาจหลีกเลี่ยง แม้ในวงการ ผู้แสดงตนออกจากวัตถุกาม อย่าง บรรพชิต.. นักบวช หรือภิกษุ.. สามเณรทั้งหลาย ซึ่งจะต้องดำเนินชีวิตด้วยการศึกษาปฏิบัติตาม พระธรรมวินัย ที่จักต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์วินิจฉัยสำหรับการเสพคบกับวัตถุต่างๆ ว่า

“.. หากสิ่งใดอนุโลมเข้ากับสิ่งที่เป็น อกัปปิยะ (สิ่งที่ไม่ควร) .. ถือว่าไม่ควรใช้ แต่หากอนุโลมเข้ากับสิ่งที่ควร.. สิ่งนั้นก็ใช้ได้.. โดยผู้ใช้จะต้องตั้งอยู่บนฐานของ สติ .. ความสำรวม และประโยชน์โดยธรรมของการใช้สอยนั้น อย่างเหมาะสม.. เหมาะควร..” .. ทั้งนี้ เพื่อจะได้ไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจความอยากที่มุ่งไปสู่การแสวงหาอย่างชาวบ้าน

ดังการใช้สอยวัตถุไอทีของนักบวช .. บรรพชิต หรือภิกษุ-สามเณรทั้งหลายในศาสนา ซึ่งต้องแตกต่างจากการใช้สอยของบุคคลทั่วไป ที่ควรจะต้องเพ่งพิจารณาให้เห็นจริงในประโยชน์โดยธรรม เพื่อหลีกเลี่ยงการชักนำสู่ วัตถุกาม.. เพื่อการบันเทิงรื่นเริงแบบปุถุชน ที่ถือเป็น โลกวัชชะ (ชาวโลกติเตียน) แม้จะไม่ผิดศีล.. ผิดวินัยโดยตรงเสียทีเดียว ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ยากมากในทางปฏิบัติสำหรับนักบวชที่อ่อนแอทางจิตใจ.. เพราะด้วยวัตถุไอทีมีข้อเกี่ยวกับการละเล่นแบบโลกๆ.. ซึ่งสามารถชักนำเข้าไปสู่การสัมผัสกับวัตถุอนามาสได้อย่างง่ายดาย.. อันเป็นอันตรายต่อการประพฤติพรหมจรรย์โดยสิ้นเชิงที่ยากจะปฏิเสธ

ด้วยการขาดความเข้าใจใน คุณ .. โทษ ของวัตถุไอที ที่ชักนำเข้าใกล้วัตถุกามได้รวดเร็วเพียงชั่วขณะจิตเดียว ในการเข้าสู่กระแสกามคุณได้อย่างมีศักยภาพ.. จึงยากที่ ผู้มีสติอ่อนแอ จะรู้ถึงซึ่งทางออกจากคุณและโทษในการเสพวัตถุเทคโนโลยีนั้นได้..

การเข้าไปใช้สอยจึงมีทั้งคุณและโทษ.. และจะเป็นโทษมากยิ่งขึ้น จนมองไม่เห็นคุณที่แท้จริง ด้วยคุณค่าเทียมที่บดบังไว้ จนเกิด “โมหจิต” ให้ยากจะแยกแยะออกมาให้เห็นจริง ด้วยจิตถูกห่อหุ้มด้วยอำนาจกามคุณจนมืดมนหลงใหลในกระแสวัตถุกามสมัยไอที.. ที่มีกำลังแรงมากกว่ากระแสกามคุณในทุกสมัย

นับเป็นโจทย์ข้อใหญ่ของฝ่ายศาสนา.. ที่ต้อง คิด อ่าน แก้ไข ในปัญหาภัยจากวัตถุไอทีที่มีผลโดยตรงต่อการสร้างความอ่อนแอให้บุคลากรในศาสนาอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่นำไปสู่การส่งผลกระทบโดยตรงต่อ พระธรรมวินัย ซึ่งจะต้องรักษาสืบเนื่องไว้อย่างมั่นคงด้วยการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมให้มีการเรียนรู้อย่างตรงธรรม เพื่อการรู้เท่าทันวิสัยเทคโนโลยี และเพื่อการสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้องในการใช้สอยประโยชน์อย่างมี สติทางดิจิทัล (Digital Mindfulness) ที่จะได้รู้เท่าทันกลไก.. กระบวนการไหลเวียนของกระแสไอทีในสังคมดิจิทัล ซึ่งเชื่อมโยงพาดพิงในวิถีชีวิตทุกมิติ โดยเฉพาะการเสพข่าวสารทุกรูปแบบ ที่มีภาวะล้นเหลือจนเกิดวิกฤตการณ์ข่าวสารมลพิษในปัจจุบัน ที่นักบวช.. นักการศาสนา.. หรือผู้ประพฤติปฏิบัติธรรม ต้องมี ภาวะความตระหนักรู้ทางเทคโนโลยี (Technology Awareness) เพื่อการรับรู้ข้อมูลอย่างมีคุณภาพและเพื่อป้องกันการผิดพระวินัยและผิดกฎหมายบ้านเมืองในทางปฏิบัติ..

ดังนั้น การส่งเสริมให้นักบวช .. บรรพชิตในศาสนา ได้เรียนรู้ ธรรมในกระแสไอที เพื่อการสร้างความรู้ .. ความเข้าใจใน คุณ-โทษ ของการเสพใช้เทคโนโลยีไอที จึงจำเป็นที่ต้องให้มีแบบแผนเชิงรุก ที่สามารถอยู่ร่วมกับสังคมในกระแสไอทีได้อย่างมีความสมดุลใน วิถีมัชฌิมาปฏิปทา..

การให้ความรู้ ข้อแนะนำ ที่ถูกต้อง เพื่อการคบหากับวัตถุเทคโนโลยี จึงจัดเป็นความจำเป็นขั้นพื้นฐาน เพื่อการผสมผสานระหว่าง ความมั่นคงในพระธรรมวินัยและอิทธิพลของกระแสไอทีในสังคมดิจิทัล ที่จะต้องดำรงอยู่ร่วมสมัย.. ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์และความเหมาะควร.. สวยงามของศาสนาในยุคดิจิทัล

การใช้เทคโนโลยี ให้เป็น.. ให้ถูกต้อง ตรงประโยชน์แห่งธรรม.. อย่างไม่ตกอยู่ภายใต้กระแสเทคโนโลยี จนตกเป็นทาสเทคโนโลยี.. จึงเป็นประเด็นสำคัญของการศึกษา เพื่อการเข้าถึงสาระแห่งธรรม ที่จะนำไปสู่การใช้อย่างมีประโยชน์.. ไม่มีโทษต่อผู้ใช้.. และเพื่อประโยชน์ต่องานการเผยแผ่พระศาสนาได้อย่างมีประสิทธิภาพแท้จริง ที่จะต้องศึกษา วิเคราะห์ วิจัย กันอย่างจริงจังในการใช้สอย ด้วยการสรุปข้อมูลเชิงวิจัย.. จัดทำเป็นแบบแผนคู่มือเพื่อการใช้งานของพระภิกษุ-สามเณร ที่มีเป้าหมายเพื่อการดำรงอยู่อย่างมั่นคงและยั่งยืนของศาสนาสืบไป

จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีระเบียบแบบแผนในการกำกับ การใช้สอยเทคโนโลยีเป็นแบบเฉพาะในหมู่บรรพชิต โดยการกำหนดกฎเกณฑ์ที่ว่าด้วย การใช้สอยที่เป็นประโยชน์โดยธรรม.. และควรมีบทแสดงถึง ความผิดอันเป็นโทษตามพระธรรมวินัยและกฎหมายบ้านเมือง เพื่อเป็นข้อเตือนใจในการใช้สอยเทคโนโลยี ที่ไม่ให้เป็นไปเพื่อเป็นอันตรายต่อผู้ใช้.. โดยเฉพาะการส่งผลการเซาะกร่อนทำลายภาพลักษณ์ของศาสนาด้วยการละเมิดพระธรรมวินัยเป็นสำคัญ ที่จะนำไปสู่ การทำลายศรัทธาจากประชาชนที่มีต่อศาสนา.. ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม

อนึ่ง.. ประเด็นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง.. ได้แก่ การล่วงละเมิดต่อกฎสังคมและกฎหมายบ้านเมืองอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ต่อการหลงใช้สอยวัตถุไอทีที่แพร่หลายในสังคมดิจิทัล จึงควรอย่างยิ่งต่อการกำหนดแนวทางการใช้เทคโนโลยีให้ครบทุกด้าน.. โดยเฉพาะการจัดรูปแบบ จริยธรรมของบรรพชิตในการใช้สอยวัตถุเทคโนโลยี เพื่อการใช้เทคโนโลยีให้ถูกต้อง เหมาะสม ควบคู่กับปฏิบัติตามพระธรรมวินัยและกฎหมายบ้านเมือง

การวางกรอบจริยธรรมการเสพคบเทคโนโลยี รวมถึงการสร้างภาวะจิตสำนึก เพื่อความรับผิดชอบในฐานะ นักบวช-บรรพชิต จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนของทุกฝ่ายที่รับผิดชอบทั้งทางโลกและทางธรรม เพื่อให้บุคลากรในศาสนาสามารถใช้สื่อเทคโนโลยีได้อย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์แท้จริง

ดังนั้น.. จึงควรที่ทุกฝ่ายในสังคมจะต้องช่วยกันกระตุ้นเตือนให้องคาพยพขององค์กรศาสนาได้ดำเนินไปอย่างถูกต้องตรงทิศทาง ในการสร้างสมดุลให้บุคลากรทางศาสนาสามารถอยู่ร่วมกับ วิถีสังคมดิจิทัล ได้อย่างถูกต้อง เหมาะควร.. มีการกำกับดูแลจากทุกฝ่าย ที่สามารถควบคุมดูแลการเสพคบกับวัตถุไอทีของ บุคคลที่มีฐานะบรรพชิต ได้อย่างทั่วถึง.. มีการกำหนดโซนการใช้เทคโนโลยี เพื่อนักบวช.. บรรพชิต.. เพื่อพระภิกษุ-สามเณร เป็นเฉพาะเจาะจง.. ที่สังคมสามารถตรวจสอบได้ในขั้นพื้นฐาน เพื่อการช่วยกันเฝ้าเตือนให้ต้องระวังในการใช้ ที่ บรรพชิต สมณเพศ.. จักต้องแตกต่างจากคนทั่วไป.. ดังกระแสเรียกร้องการจัด Safe Zone การใช้เทคโนโลยีให้กับภิกษุ-สามเณร หรือบรรพชิตในศาสนา.. ขึ้นมาเป็นเฉพาะ... ทั้งนี้ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม.. ที่เกื้อกูลต่อความมั่นคงและความยั่งยืนของศาสนาสืบไป..!!

 

เจริญพร

dhamma_araya@hotmail.com

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

3 ทศวรรษไทยโพสต์ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร พลังงานอนาคต สู่ความยั่งยืน

ในโอกาสที่ปีนี้ 21 ตุลาคม 2569 จะครบรอบ30 ปีของการก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ทางทีมงานไทยโพสต์ ได้สัมภาษณ์พิเศษ "ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร นายกสภาสถาบันวิทยสิริเมธี

28 ก.ย.รู้ผลคดีบัตรเลือกตั้ง ศาลรธน.ต้องตีความโดยเคร่งครัด

วันจันทร์นี้ 28 กันยายน ศาลรัฐธรรมนูญนัด9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติในคำร้องคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.2569

พระพุทธศาสนา .. ในอุ้งมือมาร!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธามั่นคงในพระพุทธเจ้า.. ข่าวฉาวโฉ่ในแวดวง นักบวชห่มจีวรพระ ไม่เคยสร่างซาไปจากสังคมไทย ก่อเกิด วิกฤตศรัทธา ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนดูเหมือนในแวดวงพระสงฆ์จะไร้ “พระแท้” ปรากฏตัวออกมาเพื่อช่วยกันแก้ไขป้องกันอธิกรณ์ปัญหาเหล่านั้น จนก่อเกิดภาวะวังเวง ไร้ฟากฝั่งขอบเขตของความสิ้นไป ในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ทางจิตวิญญาณดังเคยมีมา..

สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง

หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย

พยานหลักฐานชัด ส่งศาลฎีกา แต่ถ้าไม่พอฟังได้ว่ามีการฮั้ว กกต.ก็ยกคำร้อง

ก่อนจะรู้ผลการลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว.ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดลงมติในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ "ไทยโพสต์" ได้สัมภาษณ์ "สุโรจน์ จันทรพิทักษ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์-นักกฎหมายอิสระ" ถึงมติ กกต.ที่จะออกมา โดย "สุโรจน์"