
เจริญพรสาธุชนผู้มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ภายใต้กฎเกณฑ์ธรรมชาติ จึงได้เห็น ความเปลี่ยนแปลงในความดำรงอยู่.. อันดำเนินไปตามเหตุปัจจัย.. ที่สะท้อนความเป็นจริงว่า..
ทุกอย่างเป็น.. ธรรม
ธรรม.. เป็นไปตามเหตุปัจจัย..
ดังใน สังคมไอที ที่มีภาวะความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ในการดำรงอยู่ของ ปัญหาจริยธรรม (IT Ethics) ซึ่งกระทบต่อมนุษย์ในฐานะสัตว์สังคมดิจิทัลโดยตรง อันเกิดจากการพัฒนาและการใช้งานเทคโนโลยีในวิถีชีวิต อย่างมิอาจหลีกเลี่ยง แม้ในวงการ ผู้แสดงตนออกจากวัตถุกาม อย่าง บรรพชิต.. นักบวช หรือภิกษุ.. สามเณรทั้งหลาย ซึ่งจะต้องดำเนินชีวิตด้วยการศึกษาปฏิบัติตาม พระธรรมวินัย ที่จักต้องคำนึงถึงหลักเกณฑ์วินิจฉัยสำหรับการเสพคบกับวัตถุต่างๆ ว่า
“.. หากสิ่งใดอนุโลมเข้ากับสิ่งที่เป็น อกัปปิยะ (สิ่งที่ไม่ควร) .. ถือว่าไม่ควรใช้ แต่หากอนุโลมเข้ากับสิ่งที่ควร.. สิ่งนั้นก็ใช้ได้.. โดยผู้ใช้จะต้องตั้งอยู่บนฐานของ สติ .. ความสำรวม และประโยชน์โดยธรรมของการใช้สอยนั้น อย่างเหมาะสม.. เหมาะควร..” .. ทั้งนี้ เพื่อจะได้ไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจความอยากที่มุ่งไปสู่การแสวงหาอย่างชาวบ้าน
ดังการใช้สอยวัตถุไอทีของนักบวช .. บรรพชิต หรือภิกษุ-สามเณรทั้งหลายในศาสนา ซึ่งต้องแตกต่างจากการใช้สอยของบุคคลทั่วไป ที่ควรจะต้องเพ่งพิจารณาให้เห็นจริงในประโยชน์โดยธรรม เพื่อหลีกเลี่ยงการชักนำสู่ วัตถุกาม.. เพื่อการบันเทิงรื่นเริงแบบปุถุชน ที่ถือเป็น โลกวัชชะ (ชาวโลกติเตียน) แม้จะไม่ผิดศีล.. ผิดวินัยโดยตรงเสียทีเดียว ซึ่งนับเป็นเรื่องที่ยากมากในทางปฏิบัติสำหรับนักบวชที่อ่อนแอทางจิตใจ.. เพราะด้วยวัตถุไอทีมีข้อเกี่ยวกับการละเล่นแบบโลกๆ.. ซึ่งสามารถชักนำเข้าไปสู่การสัมผัสกับวัตถุอนามาสได้อย่างง่ายดาย.. อันเป็นอันตรายต่อการประพฤติพรหมจรรย์โดยสิ้นเชิงที่ยากจะปฏิเสธ
ด้วยการขาดความเข้าใจใน คุณ .. โทษ ของวัตถุไอที ที่ชักนำเข้าใกล้วัตถุกามได้รวดเร็วเพียงชั่วขณะจิตเดียว ในการเข้าสู่กระแสกามคุณได้อย่างมีศักยภาพ.. จึงยากที่ ผู้มีสติอ่อนแอ จะรู้ถึงซึ่งทางออกจากคุณและโทษในการเสพวัตถุเทคโนโลยีนั้นได้..
การเข้าไปใช้สอยจึงมีทั้งคุณและโทษ.. และจะเป็นโทษมากยิ่งขึ้น จนมองไม่เห็นคุณที่แท้จริง ด้วยคุณค่าเทียมที่บดบังไว้ จนเกิด “โมหจิต” ให้ยากจะแยกแยะออกมาให้เห็นจริง ด้วยจิตถูกห่อหุ้มด้วยอำนาจกามคุณจนมืดมนหลงใหลในกระแสวัตถุกามสมัยไอที.. ที่มีกำลังแรงมากกว่ากระแสกามคุณในทุกสมัย
นับเป็นโจทย์ข้อใหญ่ของฝ่ายศาสนา.. ที่ต้อง คิด อ่าน แก้ไข ในปัญหาภัยจากวัตถุไอทีที่มีผลโดยตรงต่อการสร้างความอ่อนแอให้บุคลากรในศาสนาอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ที่นำไปสู่การส่งผลกระทบโดยตรงต่อ พระธรรมวินัย ซึ่งจะต้องรักษาสืบเนื่องไว้อย่างมั่นคงด้วยการปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด
จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมให้มีการเรียนรู้อย่างตรงธรรม เพื่อการรู้เท่าทันวิสัยเทคโนโลยี และเพื่อการสร้างองค์ความรู้ที่ถูกต้องในการใช้สอยประโยชน์อย่างมี สติทางดิจิทัล (Digital Mindfulness) ที่จะได้รู้เท่าทันกลไก.. กระบวนการไหลเวียนของกระแสไอทีในสังคมดิจิทัล ซึ่งเชื่อมโยงพาดพิงในวิถีชีวิตทุกมิติ โดยเฉพาะการเสพข่าวสารทุกรูปแบบ ที่มีภาวะล้นเหลือจนเกิดวิกฤตการณ์ข่าวสารมลพิษในปัจจุบัน ที่นักบวช.. นักการศาสนา.. หรือผู้ประพฤติปฏิบัติธรรม ต้องมี ภาวะความตระหนักรู้ทางเทคโนโลยี (Technology Awareness) เพื่อการรับรู้ข้อมูลอย่างมีคุณภาพและเพื่อป้องกันการผิดพระวินัยและผิดกฎหมายบ้านเมืองในทางปฏิบัติ..
ดังนั้น การส่งเสริมให้นักบวช .. บรรพชิตในศาสนา ได้เรียนรู้ ธรรมในกระแสไอที เพื่อการสร้างความรู้ .. ความเข้าใจใน คุณ-โทษ ของการเสพใช้เทคโนโลยีไอที จึงจำเป็นที่ต้องให้มีแบบแผนเชิงรุก ที่สามารถอยู่ร่วมกับสังคมในกระแสไอทีได้อย่างมีความสมดุลใน วิถีมัชฌิมาปฏิปทา..
การให้ความรู้ ข้อแนะนำ ที่ถูกต้อง เพื่อการคบหากับวัตถุเทคโนโลยี จึงจัดเป็นความจำเป็นขั้นพื้นฐาน เพื่อการผสมผสานระหว่าง ความมั่นคงในพระธรรมวินัยและอิทธิพลของกระแสไอทีในสังคมดิจิทัล ที่จะต้องดำรงอยู่ร่วมสมัย.. ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์และความเหมาะควร.. สวยงามของศาสนาในยุคดิจิทัล
การใช้เทคโนโลยี ให้เป็น.. ให้ถูกต้อง ตรงประโยชน์แห่งธรรม.. อย่างไม่ตกอยู่ภายใต้กระแสเทคโนโลยี จนตกเป็นทาสเทคโนโลยี.. จึงเป็นประเด็นสำคัญของการศึกษา เพื่อการเข้าถึงสาระแห่งธรรม ที่จะนำไปสู่การใช้อย่างมีประโยชน์.. ไม่มีโทษต่อผู้ใช้.. และเพื่อประโยชน์ต่องานการเผยแผ่พระศาสนาได้อย่างมีประสิทธิภาพแท้จริง ที่จะต้องศึกษา วิเคราะห์ วิจัย กันอย่างจริงจังในการใช้สอย ด้วยการสรุปข้อมูลเชิงวิจัย.. จัดทำเป็นแบบแผนคู่มือเพื่อการใช้งานของพระภิกษุ-สามเณร ที่มีเป้าหมายเพื่อการดำรงอยู่อย่างมั่นคงและยั่งยืนของศาสนาสืบไป
จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีระเบียบแบบแผนในการกำกับ การใช้สอยเทคโนโลยีเป็นแบบเฉพาะในหมู่บรรพชิต โดยการกำหนดกฎเกณฑ์ที่ว่าด้วย การใช้สอยที่เป็นประโยชน์โดยธรรม.. และควรมีบทแสดงถึง ความผิดอันเป็นโทษตามพระธรรมวินัยและกฎหมายบ้านเมือง เพื่อเป็นข้อเตือนใจในการใช้สอยเทคโนโลยี ที่ไม่ให้เป็นไปเพื่อเป็นอันตรายต่อผู้ใช้.. โดยเฉพาะการส่งผลการเซาะกร่อนทำลายภาพลักษณ์ของศาสนาด้วยการละเมิดพระธรรมวินัยเป็นสำคัญ ที่จะนำไปสู่ การทำลายศรัทธาจากประชาชนที่มีต่อศาสนา.. ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม
อนึ่ง.. ประเด็นที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง.. ได้แก่ การล่วงละเมิดต่อกฎสังคมและกฎหมายบ้านเมืองอย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ต่อการหลงใช้สอยวัตถุไอทีที่แพร่หลายในสังคมดิจิทัล จึงควรอย่างยิ่งต่อการกำหนดแนวทางการใช้เทคโนโลยีให้ครบทุกด้าน.. โดยเฉพาะการจัดรูปแบบ จริยธรรมของบรรพชิตในการใช้สอยวัตถุเทคโนโลยี เพื่อการใช้เทคโนโลยีให้ถูกต้อง เหมาะสม ควบคู่กับปฏิบัติตามพระธรรมวินัยและกฎหมายบ้านเมือง
การวางกรอบจริยธรรมการเสพคบเทคโนโลยี รวมถึงการสร้างภาวะจิตสำนึก เพื่อความรับผิดชอบในฐานะ นักบวช-บรรพชิต จึงเป็นเรื่องเร่งด่วนของทุกฝ่ายที่รับผิดชอบทั้งทางโลกและทางธรรม เพื่อให้บุคลากรในศาสนาสามารถใช้สื่อเทคโนโลยีได้อย่างสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์แท้จริง
ดังนั้น.. จึงควรที่ทุกฝ่ายในสังคมจะต้องช่วยกันกระตุ้นเตือนให้องคาพยพขององค์กรศาสนาได้ดำเนินไปอย่างถูกต้องตรงทิศทาง ในการสร้างสมดุลให้บุคลากรทางศาสนาสามารถอยู่ร่วมกับ วิถีสังคมดิจิทัล ได้อย่างถูกต้อง เหมาะควร.. มีการกำกับดูแลจากทุกฝ่าย ที่สามารถควบคุมดูแลการเสพคบกับวัตถุไอทีของ บุคคลที่มีฐานะบรรพชิต ได้อย่างทั่วถึง.. มีการกำหนดโซนการใช้เทคโนโลยี เพื่อนักบวช.. บรรพชิต.. เพื่อพระภิกษุ-สามเณร เป็นเฉพาะเจาะจง.. ที่สังคมสามารถตรวจสอบได้ในขั้นพื้นฐาน เพื่อการช่วยกันเฝ้าเตือนให้ต้องระวังในการใช้ ที่ บรรพชิต สมณเพศ.. จักต้องแตกต่างจากคนทั่วไป.. ดังกระแสเรียกร้องการจัด Safe Zone การใช้เทคโนโลยีให้กับภิกษุ-สามเณร หรือบรรพชิตในศาสนา.. ขึ้นมาเป็นเฉพาะ... ทั้งนี้ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย สวยงาม.. ที่เกื้อกูลต่อความมั่นคงและความยั่งยืนของศาสนาสืบไป..!!
เจริญพร
dhamma_araya@hotmail.com
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
3 ทศวรรษไทยโพสต์ ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร พลังงานอนาคต สู่ความยั่งยืน
ในโอกาสที่ปีนี้ 21 ตุลาคม 2569 จะครบรอบ30 ปีของการก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ทางทีมงานไทยโพสต์ ได้สัมภาษณ์พิเศษ "ดร.ไพรินทร์ ชูโชติถาวร นายกสภาสถาบันวิทยสิริเมธี
28 ก.ย.รู้ผลคดีบัตรเลือกตั้ง ศาลรธน.ต้องตีความโดยเคร่งครัด
วันจันทร์นี้ 28 กันยายน ศาลรัฐธรรมนูญนัด9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติในคำร้องคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.2569
พระพุทธศาสนา .. ในอุ้งมือมาร!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธามั่นคงในพระพุทธเจ้า.. ข่าวฉาวโฉ่ในแวดวง นักบวชห่มจีวรพระ ไม่เคยสร่างซาไปจากสังคมไทย ก่อเกิด วิกฤตศรัทธา ซ้ำแล้วซ้ำอีก จนดูเหมือนในแวดวงพระสงฆ์จะไร้ “พระแท้” ปรากฏตัวออกมาเพื่อช่วยกันแก้ไขป้องกันอธิกรณ์ปัญหาเหล่านั้น จนก่อเกิดภาวะวังเวง ไร้ฟากฝั่งขอบเขตของความสิ้นไป ในดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ทางจิตวิญญาณดังเคยมีมา..
สีน้ำเงิน ยังคุมสภาสูง เดิมเกมดูดสว.เติมเสียง
หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกาฯ และดำเนินคดีอาญาผู้เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว.จำนวน 77 รายชื่อ โดยมีสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันรวมอยู่ด้วย 26 รายชื่อ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ทางการเมืองและข้อกฎหมายตามมามากมาย
ทุกปัญหา .. ในกระแสสังคมที่ผันแปร... แก้ได้ด้วยตัวเรา!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ปรากฏการณ์ “ข่าวฉาวพระทุศีล กระทำบาปสมาจาร..” ในระหว่างจำพรรษาปี ๒๕๖๙
พยานหลักฐานชัด ส่งศาลฎีกา แต่ถ้าไม่พอฟังได้ว่ามีการฮั้ว กกต.ก็ยกคำร้อง
ก่อนจะรู้ผลการลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว.ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นัดลงมติในวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ "ไทยโพสต์" ได้สัมภาษณ์ "สุโรจน์ จันทรพิทักษ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์-นักกฎหมายอิสระ" ถึงมติ กกต.ที่จะออกมา โดย "สุโรจน์"

