ตอน ....สัตตาหกรณียะครั้งแรกในพรรษาปีพุทธศักราช ๒๕๖๕ สู่ หุบเขาสวัต (Swat Valley) ตามนิมนต์ของตระกูลออรังเซบ (Aurangzeb) เจ้าผู้ครองแว่นแคว้นสวัตรุ่นสุดท้าย
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... (ต่อจากตอนที่แล้ว)... จากบันทึกการเดินทางของหลวงจีนฟาเหียน เมื่อ พ.ศ.๙๔๒-๙๕๗ .. แสดงให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองของพุทธศาสนาตามที่กล่าว จึงไม่แปลกที่อารยธรรมพุทธศาสนาสมัยคันธาระ.. จะปรากฏมากมายในหุบเขาสวัต (Swat Valley) แห่งนี้ ที่มีนามเดิมว่า “อุทยานะ” แปลว่า “สวน” ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของปากีสถานในปัจจุบัน และอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันตกของเทือกเขาหิมาลัย การาโกรัม ฮินดูกูช และปามีร์
ด้วยความเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์อีกแห่งหนึ่งของพุทธศาสนา (มหายาน) ในอดีต ก่อนการก่อการร้ายจะแพร่ระบาดไปทั่วโลก จึงได้เห็นชาวพุทธจากจีนและทิกเบต เดินทางมาแสวงบุญกันไม่น้อย ด้วยวัดวาอาราม สถูป วิหาร พระพุทธรูปแกะสลัก ที่มีอยู่มากมาย.. ดังในปี พ.ศ.๑๑๘๓ ที่หลวงจีนถังซัมจั๋งบันทึกไว้ว่ามีถึง ๑,๔๐๐ แห่ง ดังปรากฏอยู่ถึงปัจจุบันในร่องรอยพุทธศาสนาที่เป็นมรดกโลกในหุบเขาสวัตแห่งนี้
ค่ำคืนนี้.. จึงได้ไปสวดมนต์ ทำวัตรเย็น ที่ รอยพระพุทธบาท ที่ปรากฏบนแผ่นหินโบราณสวยงามมาก ในรูปรอยพระบาทที่มีกงจักรปรากฏอยู่กลางฝ่าพระบาท.. อันถูกต้องตามพุทธลักษณะที่ควรแก่การมาสักการบูชารอยพระบาทพระพุทธเจ้าเป็นอย่างยิ่ง... จึงเป็นหนึ่งคืนที่มีความปีติสุข.. จึงเกิดกำลังใจในการนั่งเขียนต้นฉบับ.. มาจนจบ เมื่อเข้าสู่เวลา ๐๑.๑๑ น. ของวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕.. ที่สมควรแก่เวลาในการอำลาไปพักผ่อนเพื่อเอากำลัง.. ที่จะตื่นขึ้นมา... เป็นวันที่ ๓ ใน ๗ วัน ที่กระทำการสัตตาหกรณียะออกจากเขตอธิษฐานจำพรรษา ณ พิพิธภัณฑ์ตักศิลา (นครตักศิลา แห่งแคว้นคันธาระในอดีต) รัฐปัญจาบ/ปากีสถาน และเป็นคืนที่ ๒ ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาพักภายในพิพิธภัณฑ์สวัตได้ เพื่อกราบไหว้บูชารอยพระบาทคู่ของพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าบนแท่นหินทราย ที่ปรากฏรูปลายลักษณะสวยงาม ถูกต้องตามพระบาทลักษณะดังปรากฏกงจักรบนกลางฝ่าพระบาท ที่ประทับบนแผ่นหินที่มีอายุยาวนานมาหลายร้อยปี จึงปรากฏรอยแตกร้าวทั้งสองข้างของพระบาทคู่.. แต่ยังครบสมบูรณ์เมื่อนำมาประกอบรวมกัน...
เรื่องรอยพระบาทที่หลวงจีนฟาเหียนเขียนบันทึกไว้ใน “จดหมายเหตุแห่งพุทธอาณาจักร” ได้ระบุว่าเป็นรอยพระบาทเบื้องซ้ายที่ประทับไว้ลงในที่แห่งหนึ่ง ณ หุบเขาสวัต (Swat Valley) ที่หลวงจีนฟาเหียนเรียกว่า ราชอาณาเขตแห่งวู-จัง ที่แปลว่า “อุทยาน” แปลว่า “สวน” อยู่ทางทิศเหนือของ รัฐปัญจาบ เป็นเมืองซึ่งมีภูมิฐานยาวไปตามลำน้ำ “ศุภวัสตุ” ที่เรียกว่า แม่น้ำสวัต... ในหุบเขาสวัต.. ที่เรียกว่า.. เมืองสวัต จัดอยู่ในเขตการปกครองของ แคว้นคันธาระ
จึงได้เห็นความรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาในเมืองสวัตแห่งนี้ที่ควบคู่ไปกับ เมืองเปศวาร์ และ ตักศิลา.. ซึ่งอยู่ในอาณาเขตการปกครองเดียวกันแห่ง แคว้นคันธาระ
ในคืนวันที่ ๒ (๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕) ซึ่งยังพักอยู่ในหุบเขาสวัต จึงได้เดินทางไปเยี่ยมชมทัศนศึกษาพุทธสถานโบราณที่รัฐบาลปากีสถานโดยกองโบราณคดี พิพิธภัณฑ์เปศวาร์ แห่งรัฐไคเบอร์ปัคตุนควา (KP) โดยในวันนี้ได้ไปสักการบูชาพระพุทธรูปบนผาหินทรายบนเนินเขา ในกลางหมู่บ้าน จาฮานาบัด จึงเรียกนามพระพุทธรูปดังกล่าวว่า พระพุทธรูปแห่งจาฮานาบัด โดยในยามเช้าของวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ซึ่งเป็นคืนวันที่ ๒ ที่มาพักประกอบศาสนกิจตามนิมนต์ของตระกูล Aurangzeb หลังจากเสร็จภัตกิจในยามเช้า เวลาประมาณ ๐๙.๑๕ น. จึงได้ออกเดินทางไป จาฮานาบัด ใช้เวลาเดินทางไปถึงสถานที่ดังกล่าวไม่เกินหนึ่งชั่วโมงด้วยรถยนต์ และเดินขึ้นไปบนภูเขาตามเส้นทางโบราณเล็กๆ ของชาวบ้านย่านนั้นที่กำลังเก็บผลไม้ลูกพีช (Peach) เพื่อบรรจุกล่องส่งไปขายในตลาด ราคากล่องละ ๙๐ บาท หรือ ๕๐๐ รูปีของปากีสถาน ในระหว่างทางมีสระน้ำขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ ๒ เมตร ยาวประมาณ ๓-๔ เมตร มีน้ำจากภูเขาไหลลงมากักเก็บไว้ในสระน้ำโบราณดังกล่าว ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อรองรับน้ำสะอาด.. มีตัวยาสมุนไพรจากรากไม้ที่มีตัวยานานาชนิด จึงเป็นที่นิยมของหมู่ชนในท้องถิ่นที่มาตักดื่มกิน...
สำหรับที่ไปที่มาของ สระน้ำภูเขา ดังกล่าวนั้น สันนิษฐานได้ว่า พระภิกษุที่มาอาศัยศึกษาปฏิบัติธรรม ณ วิหารบนภูเขา ที่จะได้ใช้สอยสรงสนานจนถึงบริโภคดื่มกิน... จึงทราบว่ามีตัวยาอยู่ในสระน้ำซับธรรมชาติดังกล่าวนั้น ที่มีการสลักรูปพระพุทธเจ้าไว้ตรงหน้าผาของหินทรายขนาดใหญ่ ที่มีหินน้อยใหญ่ประกอบเป็นบริวารให้แลดูมั่นคง สวยงาม...
การเดินทางขึ้นไปเพื่อกราบไหว้บูชาพระพุทธรูปดังกล่าว จึงไม่ยากลำบาก ใช้เวลาประมาณ ๒๐-๓๐ นาทีของการก้าวย่างไปบนเส้นทางเล็กๆ ที่มีบันไดหินบางตอนถูกสร้างขึ้น เพื่อรองรับเท้าของผู้ก้าวย่างขึ้นไปปฏิบัติศาสนกิจบนอารามของสงฆ์ บนภูเขาที่ปรากฏรูปแกะสลักบนหน้าผาหินทราย ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างสวยงาม มีลักษณะสมส่วนตรงตามสูตรคำนวณการสร้าง ที่ได้รับการคิดค่าเผื่อของขนาดกว้างยาวสูงไว้อย่างพอเหมาะกับสายตา เพื่อแลดูขึ้นไปในเชิง ภาพ Perspective โดยวิธีธรรมชาติ ที่วางองศาการมองในทุกมุม ให้สามารถมองเห็นพระพุทธรูปได้อย่างสมสัดส่วนในทุกองศาการมอง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงภูมิความรู้ทางการร่างภาพเพื่อแกะสลักบนหน้าผาหินทรายดังกล่าว ที่ยังคงมีสภาพโดยรวมสมบูรณ์ แม้ว่าจะผ่านการถูกทำลายไปบ้าง โดยเฉพาะพระพักตร์ของพระพุทธรูปแกะสลักบนหน้าผาหินทรายดังกล่าวด้วยน้ำมือของพวก นิยมตาลีบัน แต่ขณะนี้ได้รับการบูรณะจาก “กองโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์เปศวาร์ ไคเบอร์ปัคตุนควา” แล้ว
สำหรับภาพสลักพระพุทธรูปบนหน้าผาหินทรายบนภูเขาที่จาฮานาบัด (Jahanabad) ดังกล่าว สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นมาตั้งแต่ คริสต์ศตวรรษที่ ๗.. ตรงกับพุทธศตวรรษที่ ๒-๓.. ขนาดสูง ๖ เมตร โดยตรงตำแหน่งหน้าผาหินทรายดังกล่าว ได้ถูกธรรมชาติจัดวางไว้บนภูเขาที่มีความสูงพอเหมาะ เมื่อขึ้นไปด้านบนแล้ว นอกจากจะเกิดความรู้สึกที่ดียิ่งต่อการได้ระลึกถึงพระพุทธเจ้าแล้วนั้น ก็ยังสามารถชื่นชมทัศนียภาพโดยรอบได้อย่างทั่วถึง ให้เห็นถึงความสวยงามของธรรมชาติ ที่มีแนวลำคลองแม่น้ำสวัต (Swat River) ไหลผ่านไปอย่างสวยงามในท่ามกลางระหว่างชุมชนหมู่บ้านสองฝั่งคลอง.. ที่เนืองแน่นไปด้วยพฤกษานานาพันธุ์... อันแสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ในท้องถิ่นดังกล่าวที่เต็มไปด้วยพื้นที่การเกษตร..
จริงๆ แล้ว ปรากฏการณ์สร้างวัด.. พระพุทธสถาน พระสถูป.. บนภูเขาในพระพุทธศาสนา เป็นที่นิยมเป็นอย่างยิ่ง.. เพราะจะต้องใช้ความอุตสาหะมาก.. ที่จะเพียรอย่างยิ่งด้วยสติปัญญา จึงดูเหมือนจะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ โดยเฉพาะในสมัยพระเจ้ากนิษกะมหาราชแห่งอาณาจักรกุษาณะ
จึงได้นำหมู่สงฆ์และคณะศรัทธาญาติโยมที่ติดตาม ไปกราบไหว้พระพุทธรูปแห่งจาฮานาบัด (Jahanabad Buddha) ได้สวดมนต์ ฟังธรรม ปฏิบัติธรรมไปพร้อมๆ กัน โดยเจริญพระพุทธมนต์ในพระสูตรที่สำคัญๆ เหมาะควรแก่การอบรมจิตภาวนา ให้สอดคล้องกับ สัปปายสถานทางพุทธศาสนา แห่งนี้ ได้แก่ พระอนัตตลักขณสูตร.. พระสติปัฏฐานสูตร (ฉบับย่อ).. อานาปานสติสูตร (ฉบับเต็ม) ก่อนที่จะนำภาวนา แผ่เมตตา.. และสวดสรรเสริญพระคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ โดยพร้อมเพรียงกัน ท่ามกลางสายตาของหัวหน้าพิพิธภัณฑ์สวัตที่ติดตามไปถวายการดูแล รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ/หน่วยรักษาความปลอดภัย ที่ติดตามถวายการดูแลอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะเดินทางออกจากหุบเขาสวัต.. ดินแดนอารยธรรมคันธาระแห่งนี้..
ในวันที่สอง.. ที่ตรงกับ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๕.. จึงมีความปีติสุขยิ่ง.. ต่อการได้เดินทางไปทัศนศึกษาบนร่องรอยอารยธรรมพุทธศาสนาในหุบเขาสวัต.. ที่ยังคงสมบูรณ์พร้อมด้วยความเป็นสัปปายสถานธรรมของพุทธศาสนา จึงได้มาเข้าพักในพิพิธภัณฑ์สวัต.. เพื่อเขียนบันทึกเรื่องราวต่างๆ บนเส้นทางธรรม.. ในสมัยมาจำพรรษาในเขตแว่นแคว้นคันธาระ ณ นครตักศิลา.. ที่ได้มีโอกาสมาเยือนอารยธรรมพุทธศาสนาในหุบเขาสวัต (Swat Valley) เป็นครั้งแรก... และไม่เป็นครั้งสุดท้ายอย่างแน่นอน.. ด้วยความเชื่อมั่นในกุศลธรรมที่ได้มาศึกษาปฏิบัติบนแผ่นดินแห่งนี้อย่างจริงจัง... เพื่อขออำนาจแห่งธรรมได้แผ่กว้างไปทั่วหมู่สัตว์น้อยใหญ่ในทุกภพภูมิ จะได้ถึงความสงบสุขอย่างแท้จริง... (ติดตามอ่านตอนต่อไป)
เจริญพร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“กระแสหลงเชื่อ .. ในภาวะหลงผิด” กรณี.. ตนบุญผู้วิเศษภาคเหนือ!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏเรื่องราวฉาวโฉ่ กรณีนักทำนายทายทักที่อ้างมีสื่อวิเศษ สามารถติดต่อโลกจิตวิญญาณในมิติภพภูมิต่างๆ.. เพื่อนำข่าวสารมาบอกกล่าวให้กับคนในโลกมนุษย์ได้ โดยสามารถเข้าไปเปิดดู บัญชีวิบากกรรมของแต่ละคน ที่กระทำไว้ในอดีตชาติ เพื่อนำไปสู่ การแก้กรรม .. ตามลัทธิความเชื่อโลกอัตตสัญญา ที่ถือว่า วิญญาณเที่ยงแท้.. อันเป็น มิจฉาทิฏฐิ เข้าขั้น จิตหลงผิด (Delusional Disorder) อย่างรุนแรง
ชัชชาติ นำโด่งม้วนเดียวจบ สก.50 เขต ผลเลือกตั้ง ได้สภากทม."ส้ม-เขียว-แดง-ฟ้า"
สนามเลือกตั้งท้องถิ่น เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆก่อนถึงวันเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ที่จะเริ่มรับสมัคร 28 พ.ค.และเลือกตั้งวันที่28 มิ.ย.
บทบาท .. “นายกรัฐมนตรี” ในภาวะเสี่ยง .. ของสังคมที่ถดถอย!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เช้านี้ (๕ พ.ค.๖๙) หลังจากบิณฑบาต ได้กลับมานั่งรอหมอนำบุรุษพยาบาลมาเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าต่างๆ ที่ต้อง เฝ้าระวังความเสี่ยงในภาวะชีวิตเริ่มถดถอย... อันเนื่องจากความชราพยาธิกัดกิน ที่แสดงความเป็นจริงว่า.. ที่สุดแห่งชีวิต รูปนี้ย่อยสลายสูญสิ้น อันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ..
เผชิญ .. วิกฤตการณ์ทับซ้อน .. ในสังคมปัจจุบัน!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ต้องยอมรับตามความเป็นจริงว่า.. กระแสโลกไหลเลื่อนเข้าสู่ร่องเวลาที่มี วิกฤตการณ์
แนะนำ 3 เว็บไซต์สำหรับผู้ต้องการอ่านบทความอาหารเพื่อสุขภาพ
ในปัจจุบันอาหารเพื่อสุขภาพ กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก การดูแลรูปร่าง หรือการป้องกันโรคในระยะยาว หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งที่กินมากขึ้น
“ทำดี .. ให้ลูก ทำถูก .. ให้หลาน” ส่งต่อมรดกความดีงาม .. ให้สังคม!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เทศกาลสงกรานต์ประเพณีไทย นับเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีโบราณ โดยมีความสำคัญหลักในการส่งผ่านความกตัญญูกตเวทีในวิถีวัฒนธรรม.. ด้วยการทำบุญสรงน้ำพระ.. รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพร ก่อเจดีย์ทรายในวัดวาอาราม... และการกลับคืนสู่ครอบครัวเพื่อแสดงถึงความรักสามัคคี เพื่อเริ่มต้นชีวิตอย่างมีมงคล

