สู่.. โครงการพระคืนสู่ป่า น้อมถวายเป็นพระราชกุศลฯ

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในห้วงเวลาที่อากาศร้อนจัด จนเข้าสู่วิกฤตการณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคอีสานของประเทศ

วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์ฯ จ.ลำพูน ได้จัดทำ “โครงการพระคืนสู่ป่า” เพื่อการเพ่งเพียรปฏิบัติตามพระธรรมวินัยอย่างจริงจังในภาคสนาม อันเป็นการส่งเสริมทั้งปริยัติธรรมและปฏิบัติธรรม เพื่อการสืบอายุพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ซึ่งนับเป็นมิติใหม่ของวัดป่าฯ ที่ให้ความสำคัญทางด้านเปรียญธรรมควบคู่ปฏิบัติธรรม ดังที่จัดส่งพระภิกษุในสังกัดเข้าศึกษาเปรียญธรรมที่วัดอาวุธวิกสิตาราม บางพลัด กรุงเทพฯ รุ่นแรก ๗ รูป ที่สามารถสอบเปรียญธรรม ๑-๒ ได้ถึง ๔ รูป และได้รับสิทธิ์สอบซ่อมอีก ๑ วิชาจำนวน ๓ รูป ซึ่งคาดหวังว่าน่าจะสอบได้ทั้งหมด

การส่งพระปฏิบัติชุดแรกที่มีอายุมากแล้ว อยู่ในวัย ๔๐-๖๐ ปี นับเป็นเรื่องท้าทายต่อความอดทนในสภาพสังขารขันธ์ ที่แปรปรวน ทรุดโทรม มากกว่า พระเล็กเณรน้อยวัยต้นๆ ทั้งหลาย ที่อยู่ในวัยกำลังดีต่อการเล่าเรียนท่องบ่นจดจำ

เมื่อพระภิกษุชุดแรกทั้ง ๗ รูป สามารถสอบผ่านได้ถึง ๔ รูป และได้สิทธิ์สอบซ่อมอีก ๓ รูป จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีของสำนักเรียนวัดอาวุธฯ.. และวัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย (ธ) ในพระราชูปถัมภ์ฯ

ในโอกาสอันเหมาะสม หลังจากสอบเปรียญธรรมเรียบร้อย จึงจัดปฏิบัติธุดงควัตร จาริกกลับคืนสู่ผืนป่า ภูเขา ที่มีธรรมชาติสิ่งแวดล้อมสมบูรณ์ในระบบนิเวศ อย่างเช่น ในย่านเทือกเขาหลวงที่ครอบคลุมพื้นที่หลายพื้นที่ จรดเขตแดนหลายจังหวัด โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่เรียกชื่อทางการว่า เทือกเขาบรรทัด

ปัจจุบันบนเทือกเขาบรรทัดในหลายพื้นที่ป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์นั้น อยู่ในความดูแลของสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จึงได้ประสานกับ คุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักอุทยานแห่งชาติ เพื่อการอำนวยความสะดวกในการเข้าพักปฏิบัติธรรมในเขตป่าอุทยานในพื้นที่เขาหลวง ดังเช่น อุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น (ช่องช้าง ๕๐๘) อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี

อุทยานแห่งชาติน้ำตกกรุงชิง อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช

อุทยานแห่งชาติน้ำตกโยง อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมมราช

อุทยานแห่งชาติน้ำตกเหนือฟ้า อ.พิปูน จ.นครศรีธรรมราช

ซึ่งแต่ละพื้นที่อุทยานในเทือกเขาหลวง ที่ครอบคลุมหลายอำเภอ จังหวัดในภาคใต้ อดีตเคยเป็นฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในภาคใต้ โดยเฉพาะ “กรุงชิง อ.นบพิตำ” .. ที่เล่าลือกันมานานว่า เป็นศูนย์กลางกองบัญชาการของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยในภาคใต้ ที่มีชัยภูมิดีเยี่ยม.. เป็นฐานที่มั่นที่แข็งแรง ยากจะเข้าโจมตีได้ง่าย ด้วยกองกำลังภาคพื้นดินเพียงอย่างเดียว ด้วยภูมิประเทศที่สลับซับซ้อนไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่ของเทือกเขาหลวง ที่ยังคงป่าธรรมชาติสมบูรณ์ยิ่ง แม้ถึงปัจจุบัน เมื่อกองกำลังคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยย่อยสลายไปเป็น “ผู้เข้าร่วมพัฒนาชาติไทย” จนหมดสิ้น.. และอุทยานแห่งชาติเข้าไปรับต่อ เพื่อรักษาดูแลผืนป่าต้นน้ำดังกล่าว จึงได้เห็นสภาพป่าที่ยังอุดมสมบูรณ์ด้วยระบบนิเวศ

การนำพระภิกษุที่มุ่งเน้นปฏิบัติธรรมหรือพัฒนาจิต ด้วยหลักสติปัฏฐานสี่ กลับคืนสู่เขตป่า เพื่อดำรงชีวิตอยู่ด้วย เสนาสนะป่า แท้จริง จึงต้องไปรับการสนับสนุนจากกองอุทยานแห่งชาติ ที่ปัจจุบันเป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการดูแลพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์เหล่านี้ จำนวนเนื้อที่หลายแสนไร่ เพื่อรักษาไว้ซึ่งทรัพยากรอันอุดมสมบูรณ์ของประเทศชาติให้สืบทอดต่อไป...

การเข้าพักเพื่อปฏิบัติธรรมในแต่ละพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติ ยังได้รับความดูแลจากฝ่ายปกครองของกรมการปกครอง ดังที่มี.. นายอำเภอบ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี, นายอำเภอลานสกา, นายอำเภอเมืองและปลัดจังหวัดนครศรีธรรมราช ถวายการต้อนรับตามสมควร อันเป็นไปตามนโยบายของ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ อธิบดีกรมการปกครอง ที่สนับสนุนให้พระภิกษุได้ออกปฏิบัติศาสนกิจเผยแผ่หลักธรรมคำสอนแก่ประชาชนในทุกท้องที่ เพื่อเสริมสร้างการสร้างความผาสุกด้วยการประพฤติธรรม ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรมอันดี.. และเพื่อเป็นขวัญกำลังใจและประโยชน์สุขแก่ประชาชนทุกหมู่เหล่าทั่วทุกภูมิภาค ที่จักได้ร่วมกัน ทำบุญ สร้างกุศล ด้วยการใส่บาตร รับศีล ฟังธรรม.. เพื่อพัฒนาจิตใจ อันเป็นไปตามพระสัทธรรมของพระผู้มีพระภาคเจ้าที่ตรัสแสดงไว้ดีแล้ว

ด้วยการสนับสนุนของฝ่ายอาณาจักร ผ่านทาง กรมการปกครองและกรมอุทยานแห่งชาติ จึงทำให้ “โครงการพระคืนสู่ป่า” เป็นไปด้วยดี สัมฤทธิผลตามวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะการพัฒนาจิตใจของพระภิกษุทุกรูปที่เข้าร่วมโครงการฯ ที่ได้มีโอกาสทดสอบความรู้และกำลังใจว่า ถูกต้องตรงตามพระธรรมคำสั่งสอนและเพียงพอหรือไม่ต่อการจะบรรลุถึงซึ่ง พุทธภาวะ

ดังนั้น ในระหว่าง ๕-๑๙ เมษายน ๒๕๖๗ จึงเป็นเวลาที่พระภิกษุในโครงการได้รื่นเริงยิ่งต่อการจาริกปฏิบัติธุดงควัตรไปตามขุนเขา ป่า ต้นน้ำลำธารทั้งหลาย.. ที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ในความเป็นป่าชื้น ดินชุ่มฉ่ำ แสดงถึงประสิทธิภาพของระบบนิเวศที่ยังคงคุณภาพ ให้ธรรมชาติเป็นไปตามระบบอย่างปกติ ภายใต้กฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ที่ควบคุมทุกสรรพสิ่งให้อยู่ใต้อาณัติ... อันเป็นความรู้ในวงจรธรรมชาติที่พระภิกษุควรได้รับการเรียนรู้ด้วยตนเอง จะดียิ่งกว่า ท่องเที่ยวอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต จนเสียศีล.. เสียธรรมกันไป.. อย่างไร้ค่า

นอกเหนือจากพื้นที่การปฏิบัติธรรมในเขตอุทยานแล้ว.. ยังมีเสนาสนะป่าในเขตวัดป่าฯ ตามขุนเขาใหญ่น้อยในภาคใต้ ที่ได้เข้าพักอาศัยปฏิบัติธรรมของพระภิกษุตามโครงการ ไม่ว่าจะเป็น พระธาตุภูหว้า ที่สำนักวัดป่าเทสรังสี อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ตั้งบนเทือกเขานาคเกิด และสำนักวัดป่าเขาขุนน้ำคีรีวง อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ที่ญาติโยมได้ซื้อถวาย โดยมีเอกสารสิทธิ นส. ๓ ก. ถูกต้อง ซึ่งยังคงอุดมสมบูรณ์ยิ่งในความเป็น เสนาสนะป่า ที่ควรแก่การเสพคบ

กล่าวได้ว่า ไม่ว่าอากาศจะร้อนไปทุกหย่อมหญ้าทั่วทุกภาค.. แต่สำหรับ พระธาตุภูหว้ารัตนคีรี อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต และ สำนักวัดป่าเขาขุนน้ำคีรีวง อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ยังคงสามารถดำรงความร่มเย็นอยู่ได้ อันเหมาะควรเป็นสถานพัฒนารักษาจิตใจของพระภิกษุ ที่มุ่งเน้นทำความเพียร ด้วยครบสมบูรณ์ในความเป็น สัปปายะสถาน ที่ควรแก่การเจริญธรรมอย่างยิ่ง

วัตรปฏิบัติ.. ป่า.. ธรรมชาติ จึงต้องดำรงอยู่เพื่อการดำเนินไปอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อกันและกันในวงจรธรรมชาติ ที่ต้องคิดคำนึงถึงความสมดุลเป็นสำคัญ ด้วยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องตามธรรมในธรรมชาติ...

ในช่วงเวลานี้ จึงเป็นช่วงเวลาของความสุขในการเจริญธรรม สั่งสอนธรรม.. แสดงโปรดศรัทธาญาติโยมในทุกถิ่นฐาน โดยเฉพาะข้าราชการในพื้นที่ อันเป็นการประกอบศาสนกิจอันยิ่ง เพื่อความถึงพร้อมในกุศลผลบุญ.. ที่ จักได้น้อมถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสสำคัญที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๗๒ พรรษา ใน ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ นี้

ความสัมฤทธิ์ของโครงการพระคืนสู่ป่า.. จึงเกิดขึ้น ภายใต้การร่วมกันตามฐานะ หน้าที่ และจิตศรัทธาของแต่ละฝ่าย ที่จะถวายการอนุเคราะห์ สงเคราะห์ เพื่อบูชาคุณของพระรัตนตรัย ด้วยการสนับสนุนให้พระภิกษุคืนกลับสู่ป่า เพื่อมุ่งเน้น การเจริญจิตภาวนา อันเป็นไปเพื่อการบรรลุธรรมในพระพุทธศาสนา ตามที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนไว้ดีแล้ว

จึงขออนุโมทนาในความศรัทธาของทุกฝ่ายที่มีต่อพระพุทธศาสนา ด้วยการให้การสนับสนุน การจาริกปฏิบัติธุดงควัตรของพระภิกษุ จำนวน ๑๘ รูป สามเณร ๑ รูป ในครั้งนี้ ที่จะไปสิ้นสุดโครงการฯ ณ พระธาตุภูหว้ารัตนคีรี อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ในวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๗ นี้

สำหรับโครงการพระคืนสู่ป่า.. จะจัดให้มีขึ้นในทุกๆ ปี และหากมีกำลังสนับสนุนเพียงพอ จะเปิดโครงการให้มีพระภิกษุจากวัดวาอารามต่างๆ ที่มีความประสงค์.. ได้เข้าร่วมด้วย เพื่อจะได้ช่วยกันสร้างคุณภาพของพระภิกษุให้ดีขึ้นและถูกต้องตามพระธรรมวินัยในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง.

 

                                                       เจริญพร

[email protected]

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ชัชชาติ นำโด่งม้วนเดียวจบ สก.50 เขต ผลเลือกตั้ง ได้สภากทม."ส้ม-เขียว-แดง-ฟ้า"

สนามเลือกตั้งท้องถิ่น เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆก่อนถึงวันเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ที่จะเริ่มรับสมัคร 28 พ.ค.และเลือกตั้งวันที่28 มิ.ย.

บทบาท .. “นายกรัฐมนตรี” ในภาวะเสี่ยง .. ของสังคมที่ถดถอย!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เช้านี้ (๕ พ.ค.๖๙) หลังจากบิณฑบาต ได้กลับมานั่งรอหมอนำบุรุษพยาบาลมาเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าต่างๆ ที่ต้อง เฝ้าระวังความเสี่ยงในภาวะชีวิตเริ่มถดถอย... อันเนื่องจากความชราพยาธิกัดกิน ที่แสดงความเป็นจริงว่า.. ที่สุดแห่งชีวิต รูปนี้ย่อยสลายสูญสิ้น อันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ..

แนะนำ 3 เว็บไซต์สำหรับผู้ต้องการอ่านบทความอาหารเพื่อสุขภาพ

ในปัจจุบันอาหารเพื่อสุขภาพ กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก การดูแลรูปร่าง หรือการป้องกันโรคในระยะยาว หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งที่กินมากขึ้น

“ทำดี .. ให้ลูก ทำถูก .. ให้หลาน” ส่งต่อมรดกความดีงาม .. ให้สังคม!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เทศกาลสงกรานต์ประเพณีไทย นับเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีโบราณ โดยมีความสำคัญหลักในการส่งผ่านความกตัญญูกตเวทีในวิถีวัฒนธรรม.. ด้วยการทำบุญสรงน้ำพระ.. รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพร ก่อเจดีย์ทรายในวัดวาอาราม... และการกลับคืนสู่ครอบครัวเพื่อแสดงถึงความรักสามัคคี เพื่อเริ่มต้นชีวิตอย่างมีมงคล

“ความดี.. (ที่ไม่จริง) .. เป็นสิ่งที่ดี” ในกระแสสังคม .. วิปลาสธรรม !!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา ในวิถีสังคมที่สับสนไปด้วยความลังเลสงสัยในสัจธรรม.. จึงได้เห็นปรากฏการณ์ “การทำอะไรเกินจริง” อยู่เสมอ จนเป็นที่มาของคำสั่งสอนว่า.. “อย่าทำอะไรเกินจริง” ที่หมายถึง พึงมีสติควบคุมจิต.. เพื่อรู้จักยับยั้งชั่งใจในการ คิด พูด ทำ สิ่งต่างๆ ที่ควรคำนึงถึง ความพอดี เหมาะสมกับความเป็นจริง ไม่นำไปสู่การบิดเบือน อยู่ภายในขอบเขตของธรรมและอรรถ และรู้จักประมาณตนว่า.. มีกำลังความสามารถที่ทำได้ตามความเป็นจริง..