จากสุวรรณภูมิ.. สู่แคว้นคันธาระ (ปากีสถาน).... (ตอนที่ ๘) อธิษฐานจำพรรษา .. ณ นครตักศิลา ปี ๒๕๖๕ ..

  • จาริกทัศนศึกษา.. ร่องรอยอารยธรรม.. ถวายบูชาพระรัตนตรัยในหุบเขาสวัต (ตอนเหนือของปากีสถาน)... ต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ (๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๕...) 

 

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ดังที่ได้เดินทางไปทัศนศึกษา Amluk-Dara ที่มีสถูปโบราณขนาดใหญ่กลางหุบเขา.. ซึ่งกองโบราณคดี-พิพิธภัณฑ์เปศวาร์แห่งไคเบอร์ปัคตุนควา.. ได้มีการฟื้นฟูบูรณะตามความรู้ความสามารถอย่างดียิ่ง.. เห็นได้จากสภาพที่ยังคงดำรงอยู่อย่างสมบูรณ์ในคุณค่าทางจิตวิญญาณใน Amluk-Dara ที่ชาวพุทธควรเดินทางไปเยี่ยมชม.. เพื่อสักการบูชา.. ระลึกถึงบรรพชน.. ผู้ได้ทุ่มเทกำลังความพร้อมในชีวิตอุทิศสร้างมหาสถูป.. ในท่ามกลางมหาวิหารไว้ เพื่อประโยชน์แห่งการศึกษาสืบเนื่องพระพุทธศาสนาสืบต่อไปในโลกนี้....

ดังที่ คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ซึ่งติดตามไปทัศนศึกษาที่ Amluk-Dara ในครั้งนี้ ได้เขียนบันทึกเผยแพร่พร้อมภาพประกอบว่า... 

 “..เช้าวันนี้ (๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๕) หลวงพ่อพระอาจารย์อารยวังโสได้นำพระสงฆ์-สามเณรและคณะศรัทธาชาวไทย ไปสักการบูชา พระสถูป อัมลุก-ดารา (Amluk-Dara Stupa) ซึ่งตั้งอยู่ในหุบเขา Swat อันเป็นถิ่นกำเนิดพระพุทธศาสนาฝ่ายวัชรญาณ สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ ๓ (ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๓ (พ.ศ. ๒๐๑-๓๐๐)) ในยุคคันธาระ.. ที่พุทธศาสนารุ่งเรืองยิ่งในตอนเหนือของชมพูทวีป

แต่ต่อมาด้วยความเปลี่ยนแปลงในทางสังคมการเมือง-การปกครองที่ยึดโยงกับศาสนา.. ซึ่งสะท้อนให้พุทธศาสนาถูกทำลาย.. ปล่อยทิ้งร้างไปในพื้นที่อิทธิพลการปกครองที่สนับสนุนศาสนาอื่นๆ .. จนพุทธศาสนาได้สูญสิ้นไปจากชมพูทวีป นับตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๗ เป็นต้นมา...

โดยพื้นที่แว่นแคว้นฝ่ายเหนือ ไม่ว่าจะเป็นแคว้นกัมโพชะ แคว้นคันธาระ แคว้นปัญจาละ.. แคว้นกุรุ... ได้ถูกแบ่งเป็นประเทศต่างๆ โดยถูกผนวกพื้นที่รวมเป็นการปกครองแบบสาธารณรัฐ.. เช่น อินเดีย.. ปากีสถาน.. อัฟกานิสถาน เป็นต้น...

สำหรับพื้นที่ในแถบหุบเขาสวัต.. หุบเขาเปศวาร์.. หุบเขาตักศิลา.. ได้ผนึกรวมกันเป็นสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน ที่ส่วนใหญ่ของประชากรมากกว่า ๙๐% นับถือศาสนาอิสลาม.. ในส่วนของพุทธศาสนานั้นคงเหลือเพียงแต่ร่องรอยความเจริญรุ่งเรืองในอดีต ที่ปรากฏผ่านทางอารยธรรมโบราณสถานพุทธศาสนา ซึ่งได้รับการยกให้เป็นมรดกโลก.. ที่ทรงคุณค่าทางจิตวิญญาณ ที่ชาวโลก.. โดยเฉพาะประเทศพุทธศาสนาควรภาคภูมิใจ...

ดังที่ เซอร์ออเรล สไตน์ นักโบราณคดี ชาวฮังกาเรียน-อังกฤษ ได้เดินทางเข้าไปสำรวจในพื้นที่ดังกล่าวเมื่อปี ค.ศ.๑๙๖๒ และนำไปสู่การบูรณะฟื้นฟูโบราณสถานทางพุทธศาสนาที่ทรงคุณค่าทางอารยธรรมเหล่านั้นอย่างจริงจัง.. โดยเฉพาะที่ Amluk-Dara Stupa ... ซึ่งปัจจุบันกองงานโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์แห่งเปศวาร์... ในไคเบอร์ปัคตุนควา (Khyber Pakhtunkhwa) ได้รับหน้าที่เข้าไปบูรณะซ่อมแซม ดูแลรักษาต่อเนื่อง... โดยคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ตามแบบแผนทางโบราณคดีภายใน ๖ เดือน (นับตั้งแต่กรกฎาคม ๒๕๖๕ นี้) โดยมีการคัดเลือกและลำเลียงหิน เพื่อการบูรณะซ่อมแซมนี้โดยตรง มาจากลุ่มน้ำสวัต  (Swat Valley)...

สำหรับ Amluk-Dara Stupa ... ที่ตั้งอยู่ในหุบเขาอิลุม (Ilum) นั้น.. มีทิวทัศน์คล้ายภาคเหนือสุดของประเทศไทย มีเมฆหมอกปกคลุมยอดเขาตลอดปี.. ในฤดูหนาวจะแปรเป็นหิมะจับขาวตามยอดภูเขาลาดลงมาสู่หุบเขา แลดูสวยงาม...

ภายหลังเมื่อไปถึงหลวงพ่อพระอาจารย์อารยวังโส.. ได้กล่าวว่า “..ตรวจสภาพภูมิประเทศโดยรอบ พระสถูป Amluk-Dara แห่งนี้ที่มีพระสถูปเล็กๆ เรียงรายแวดล้อม พร้อมวิหารประกอบศาสนกิจ.. และที่พักสงฆ์เพื่อการปฏิบัติธรรม.. ศึกษาธรรม.. ก็พอจะอนุมานได้ว่า พระสถูป Amluk-Dara แห่งนี้.. น่าจะอยู่ในพื้นที่มหาสังฆารามที่ต้องมีพระสงฆ์จำนวนมากมาอยู่อาศัย.. ดุจเดียวกับสังฆารามต่างๆ .. ที่ตั้งอยู่ในเขตป่า-ภูเขา... ในแว่นแคว้นแห่งนี้ตามบันทึกของหลวงจีน.. โดยเฉพาะถ้ำขนาดต่างๆ ที่อยู่บนภูเขารายรอบพระสถูป Amluk-Dara แห่งนี้.. ซึ่งน่าจะเคยเป็นที่อยู่อาศัยของพระสงฆ์ในสมัยนั้น...

ในวันนั้น ขณะที่คณะได้เดินทางไปถึงเป็นเวลาประมาณใกล้เที่ยง พระอาทิตย์กำลังส่องแสงสว่างจ้า เมื่อสาดกระทบลงมาในหุบเขาที่ Amluk-Dara Stupa ตั้งอยู่.. โดยมีร่องรอยลำธารขนาดใหญ่พาดผ่านลาดลงมาจากเทือกเขา... จึงได้เห็นถึงความสวยงามของธรรมชาติ.. และความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ดังกล่าวที่เหมาะแก่การทำการเกษตรกรรม ปลูกพืชนานาพันธุ์... โดยเฉพาะไม้ผล.. ดังที่ชาวบ้านในพื้นที่ได้นิยมปลูกต้นลูกพลับ (persimmon).. ที่ให้ออกดอกผลดีมาก.. จนกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของ Khyber Pakhtunkhwa .. Pakistan ในปัจจุบัน

แต่น่าอัศจรรย์ยิ่ง.. เมื่อหลวงพ่อและคณะ.. ได้เริ่มปฏิบัติศาสนกิจ.. ด้วยการเจริญพระพุทธมนต์.. อบรมจิตภาวนา.. ตามเหมาะควร.. พลันบนท้องฟ้าที่กำลังสว่างไสวด้วยแสงพระอาทิตย์ยามเที่ยงวัน กลับปรากฏมีเมฆหมอกและแผ่ไหลครอบคลุมลงมาปกคลุมทิวเขา จนดูคล้ายฤดูหนาวอย่างใดอย่างนั้น โดยเฉพาะอากาศที่ไหลเย็นลงมาทดแทนความร้อนจากแสงแดดในยามเที่ยงที่ค่อยๆ สูญหายไป.. ให้กลายเป็นดุจเสมือนฤดูหนาวที่คืบคลานเข้ามา.. เมื่อผสมผสานกับสายลมเย็นที่โบกโชยมาเป็นระยะๆ จึงให้เกิดความรู้สึกสัปปายะในธรรมอย่างยิ่ง.. จนชวนให้ใคร่เจริญภาวนาโดยฉับพลัน...

เมื่อหลวงพ่อพระอาจารย์อารยวังโสได้ประกอบศาสนกิจเหมาะควรแล้วตามวิถีพุทธ.. จึงได้สนทนากับคณะทำงานของกองโบราณคดีและพิพิธภัณฑ์ของเปศวาร์ โดยมี ดร.อับดุล ซามัด ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์และโบราณคดีเปศวาร์ฯ ได้มาร่วมอำนวยการถวายการต้อนรับดูแลด้วยตนเอง... และเป็นธรรมเนียมที่ต้องจบภารกิจด้วยการให้สัมภาษณ์สดๆ กับสื่อสำนักต่างๆ ที่ติดตามไปสัมภาษณ์ บันทึกภาพ-เสียงถึงในสถานที่จริง.. ก่อนจะถ่ายรูปหมู่และเดินทางกลับ โดยหลวงพ่อได้ขอแวะไปชม โบราณสถานที่ชื่อ Bazira ชื่อในปัจจุบันเรียกว่า Barikot สถานที่อันเคยเป็นที่พักของกองกำลังทหารของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช.. ที่เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ซึ่งพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชเคยประทับที่ Barikot นี้ ร่วมกับกำลังทหารของพระองค์ท่าน... ดังที่มีบันทึกทางเอกสารสรุปของนักโบราณคดีประจำแหล่งนี้สรุปว่า...

 “..โบราณคดีแห่งนี้สืบทอดมาตั้งแต่ยุคสำริด เมื่อ ๑,๖๐๐ ปีก่อนคริสตกาล.. ต่อมาพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชยกกองทัพมาตั้งบ้านเรือนที่ Bazira แห่งนี้เมื่อ ๓๒๗ ปีก่อนคริสตกาล.. และตกทอดมาถึงยุคชาวกรีกอาศัยราว ๑๒๐ ปีก่อนคริสตกาล.. จนเข้าสู่ยุคราชวงศ์ กุษาณะ.. และกระทั่งถึงยุคที่ชาวมุสลิมเข้ามาอยู่อาศัย...”

โดยในวันนั้น (๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๕) หลวงพ่อพระอาจารย์อารยวังโสและคณะ.. ได้เดินทางมาถึง Barikot ประมาณบ่ายโมงเศษ.. อากาศบริเวณดังกล่าวกำลังร้อนอบอ้าวพอทน.. ต่อการให้เดินทัศนศึกษาบริเวณพื้นที่ผังเมืองโบราณทั้งหมดที่ถูกขุดค้นเพื่อทำการศึกษา โดยนักโบราณคดีชาวอิตาลี.. ที่ได้นำวัตถุโบราณต่างๆ ที่อ้างอิงทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ไปจัดเก็บไว้ที่ พิพิธภัณฑ์สวัต (Swat) ในปัจจุบัน

สิ่งสำคัญของโบราณสถานแห่งนี้คือ การพิสูจน์ชั้นดินที่ทับถมมาหลายร้อยปี.. ที่แสดงถึงความเป็นหลักฐานอ้างอิงในแต่ละช่วงสมัย.. โดยเมื่อขุดค้นอย่างถูกวิธีทางโบราณคดี จึงได้เห็นความอัศจรรย์ของร่องรอยประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติอีกหน้าหนึ่ง... ที่ชักนำไปสู่การเชื่อมโยงกับความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาในสมัย ราชวงศ์โมริยะ (สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช) ราชวงศ์กุษาณะ (สมัยพระเจ้ากนิษกะมหาราช).. ในประมาณพุทธศตวรรษที่ ๒-๓ และ ๖-๗.. เป็นต้น.... ดังที่นักโบราณคดีชาวอิตาลีได้บันทึกไว้ว่า... “ช่วงแรกของพุทธศาสนาที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เป็นช่วงเวลา ๒๐๐ ปีก่อนคริสตกาล สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช และในช่วงที่สองคือ สมัยของพระเจ้ากนิษกะ (Kaniskha) แห่งราชวงศ์กุษาณะ ผู้ครองดินแดนช่วง ค.ศ.๑๐๐ ทั้งสองยุคนี้นับเป็นยุคทองของพุทธศาสนาบนดินแดนแห่งนี้... จึงได้เห็นการทับซ้อนกันของการใช้พื้นที่ไปในแต่ละยุค.. แต่ละสมัย ดังปรากฏให้เห็นหลักฐานจากชั้นดินเหล่านี้.. ที่ Barikot .. ตามที่นักโบราณคดีชาวอิตาลีได้ขุดค้นพิสูจน์.. ที่แสดงหลักฐานชี้ให้เห็นบางบริเวณที่ถูกเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปตามกาลเวลา.. อันแสดงถึงการใช้พื้นที่นี้อย่างเข้มข้นต่อเนื่องมายาวนานนับพันปี...”

เสร็จสิ้นจากพื้นที่ด้านล่าง .. ที่ปรากฏเป็นรูปผังเมืองขนาดใหญ่ที่รองรับผู้คนมากมาย พร้อมระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานโลกสมัยนั้นแล้ว.. หลวงพ่อพระอาจารย์อารยวังโสและคณะนักโบราณคดีฯ ปากีสถาน จึงได้ขึ้นไปทัศนศึกษาพื้นที่บริเวณต่อเนื่องทางด้านบน.. ที่กองโบราณคดีของรัฐบาลแห่งไคเบอร์ปัคตุนควา (Khyber Pakhtunkhwa) ได้เวนคืนที่ดินบริเวณดังกล่าวจากประชาชนในท้องถิ่นที่เข้าไปถือครอง ซึ่งจากการตรวจสอบทางโบราณคดีในเบื้องต้นพบว่า.. เป็นพื้นที่โบราณสถานทางพุทธศาสนาที่มีทั้งสถูปและวิหาร.. เป็นร่องรอยรากฐานปรากฏอยู่ในชั้นใต้ดิน เมื่อต้องขุดลึกลงไปในระดับ ๓-๔ เมตรตามหลักโบราณคดี.. โดยตรวจสอบอายุของโบราณสถานดังกล่าวพบว่า.. น่าจะมีอายุกว่า ๒,๐๐๐ ปี หากเป็นเช่นนั้น.. โบราณสถานของพุทธศาสนาใน Barikot .. แห่งนี้ จะเป็นมหาวิหารของพุทธศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง จากที่เคยมีการค้นพบมาในดินแดนที่ศาสนาพุทธเคยรุ่งเรืองในหุบเขาสวัต (Swat Valley) .. แห่งนี้ ..คณะโบราณคดีจากอิตาลีและปากีสถานซึ่งได้สรุปความเห็นจากหลักฐานที่พิสูจน์ทางโบราณคดี ตรงกันว่า.. “มหาวิหารพุทธศาสนาที่อยู่ในพื้นที่ Barikot น่าจะสร้างขึ้นหลังจากพระโคตมพุทธเจ้า.. ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันของศาสนาพุทธได้เสด็จดับขันธปรินิพพานไปราว ๒–๓ ร้อยปี (ราวพ.ศ.๒๐๐-๓๐๐) .. หรือประมาณช่วงกลางของศตวรรษที่ ๒ ก่อนคริสตกาล.. อย่างแน่นอน...”... (ติดตามอ่านตอนต่อไป).

เจริญพร

[email protected]

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“กระแสหลงเชื่อ .. ในภาวะหลงผิด” กรณี.. ตนบุญผู้วิเศษภาคเหนือ!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... สัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏเรื่องราวฉาวโฉ่ กรณีนักทำนายทายทักที่อ้างมีสื่อวิเศษ สามารถติดต่อโลกจิตวิญญาณในมิติภพภูมิต่างๆ.. เพื่อนำข่าวสารมาบอกกล่าวให้กับคนในโลกมนุษย์ได้ โดยสามารถเข้าไปเปิดดู บัญชีวิบากกรรมของแต่ละคน ที่กระทำไว้ในอดีตชาติ เพื่อนำไปสู่ การแก้กรรม .. ตามลัทธิความเชื่อโลกอัตตสัญญา ที่ถือว่า วิญญาณเที่ยงแท้.. อันเป็น มิจฉาทิฏฐิ เข้าขั้น จิตหลงผิด (Delusional Disorder) อย่างรุนแรง

ชัชชาติ นำโด่งม้วนเดียวจบ สก.50 เขต ผลเลือกตั้ง ได้สภากทม."ส้ม-เขียว-แดง-ฟ้า"

สนามเลือกตั้งท้องถิ่น เมืองหลวง กรุงเทพมหานคร เริ่มคึกคักมากขึ้นเรื่อย ๆก่อนถึงวันเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ที่จะเริ่มรับสมัคร 28 พ.ค.และเลือกตั้งวันที่28 มิ.ย.

บทบาท .. “นายกรัฐมนตรี” ในภาวะเสี่ยง .. ของสังคมที่ถดถอย!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เช้านี้ (๕ พ.ค.๖๙) หลังจากบิณฑบาต ได้กลับมานั่งรอหมอนำบุรุษพยาบาลมาเจาะเลือดเพื่อตรวจค่าต่างๆ ที่ต้อง เฝ้าระวังความเสี่ยงในภาวะชีวิตเริ่มถดถอย... อันเนื่องจากความชราพยาธิกัดกิน ที่แสดงความเป็นจริงว่า.. ที่สุดแห่งชีวิต รูปนี้ย่อยสลายสูญสิ้น อันเป็นไปตามกฎธรรมชาติ..

แนะนำ 3 เว็บไซต์สำหรับผู้ต้องการอ่านบทความอาหารเพื่อสุขภาพ

ในปัจจุบันอาหารเพื่อสุขภาพ กลายเป็นหนึ่งในเทรนด์ที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดน้ำหนัก การดูแลรูปร่าง หรือการป้องกันโรคในระยะยาว หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสิ่งที่กินมากขึ้น

“ทำดี .. ให้ลูก ทำถูก .. ให้หลาน” ส่งต่อมรดกความดีงาม .. ให้สังคม!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เทศกาลสงกรานต์ประเพณีไทย นับเป็นวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีโบราณ โดยมีความสำคัญหลักในการส่งผ่านความกตัญญูกตเวทีในวิถีวัฒนธรรม.. ด้วยการทำบุญสรงน้ำพระ.. รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่เพื่อขอพร ก่อเจดีย์ทรายในวัดวาอาราม... และการกลับคืนสู่ครอบครัวเพื่อแสดงถึงความรักสามัคคี เพื่อเริ่มต้นชีวิตอย่างมีมงคล