ความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าของภาคตะวันออก โดยเฉพาะเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษ หรืออีอีซี กำลังปรับตัวเปลี่ยนไปมากในกระแสการพัฒนาครบมิติที่อีอีซีจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง หมายถึงการพัฒนาที่นอกจากจะปรับสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม โลจิสติกส์ และการสื่อสารแล้ว ยังมุ่งสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืนให้ผู้คน-สังคมท้องถิ่นได้รับประโยชน์จากการพัฒนา คู่ไปกับการลงทุนและการสร้างความก้าวหน้าขับเคลื่อนประเทศด้วย
หมุดหมายสำคัญตามภารกิจการพัฒนาที่ยั่งยืนของอีอีซีในการเชื่อมโลกให้ไทยแล่นนั้น มุ่งสร้างประโยชน์โภคผลให้ตกถึงผู้คน-สังคมชุมชนท้องถิ่นมาตลอด โดยเคลื่อนไปกับการสร้างความก้าวหน้ายุคใหม่ด้วย อันเป็นหลักประกันและการกระชับฐานรากให้เคลื่อนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน
ที่ผ่านมาการพัฒนาและการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี ก้าวหน้าไปด้วยดีโดยลำดับ ทั้งในมิติการปรับฐานด้านการคมนาคมทั้งบก เรือ อากาศ การดึงเม็ดเงินการลงทุน และการกระตุ้นใช้เทคโนโลยีปรับสร้างอุตสาหกรรม 4.0 รวมทั้งการยกระดับความก้าวหน้าด้านการศึกษา การพัฒนาบุคลากร รองรับการเติบโตเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจยุคดิจิทัลจนถึงการสื่อสารใหม่ และการสาธารณสุข ที่มีหมุดหมายอยู่ที่คุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชนในท้องถิ่นครอบคลุมทั้งพื้นที่อีอีซี
การเปลี่ยนแปลงทั้งหลายที่ขับเคลื่อนกันเต็มที่นั้นนำสู่การเปลี่ยนแปลงของ "เมือง" ในทิศทางที่ดีขึ้น-สะดวกสบาย-ทันสมัยขึ้นด้วย นอกจากการปรับฐานการคมนาคมขนส่งแล้ว-ยังก่อรูปการพัฒนามหานครการบินครอบคลุมพื้นที่ราว 6,000 ไร่ ในเขต 2 จังหวัดเชื่อมต่อกันที่อำเภอสัตหีบ ชลบุรี และอำเภอบ้านฉาง ระยอง วันนี้อีอีซีกำลังเดินหน้าพัฒนาเจาะลึกยกพื้นที่-สร้างเมืองน่าอยู่เพื่อการท่องเที่ยวและการอยู่อาศัยในแบบเวลเนส ซิตี (wellness City) ด้วย
โดยกำหนดเส้นทางพัฒนา-ยกระดับเศรษฐกิจ สังคม และการพัฒนาเมืองแต่ละถิ่นย่าน ให้มีการเชื่อมเมืองถึงเมืองอย่างมีคุณภาพ จากบางแสน บางพระ ศรีราชา บางละมุง พัทยา บางเสร่ แสมสาร บ้านฉาง ตะพง และเพ ฯลฯ เมืองเหล่านี้จะยกระดับเป็นเมืองคุณภาพสูง โดยศรีราชาจะเป็นเทศบาลเมืองขนาดเล็ก ที่เป็นเป้าหมายที่จะยกระดับคุณภาพเมือง-คุณภาพชีวิต เช่นกับการพัฒนาปรับสร้างคุณภาพของพัทยาในรูปของนีโอพัทยา ที่ได้เดินหน้ามาช่วงเวลาหนึ่งแล้ว
เทศบาลเมืองศรีราชามีพื้นที่ราว 4 ตารางกิโลเมตร อยู่บนบกราว 2 ตารางกิโลเมตร อีก 2 ตารางกิโลเมตรอยู่ในทะเล ปัจจุบันมีประชากรหลักราว 25,000 คน ประชากรแฝงอีกราวกว่า 20,000 คน และมีชาวญี่ปุ่นใช้เป็นถิ่นพำนักในการทำงานในประเทศไทยอยู่เกือบ 7,000 คน ก่อนหน้าช่วงที่ยังไม่เกิดการระบาดของโควิดนั้น มีชาวญี่ปุ่นในศรีราชาอยู่ราว 2 หมื่นกว่าคน ปัจจุบันนี้ลดลง แต่กำลังจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตามสถานการณ์การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ!
ก้าวใหม่ของศรีราชายุคที่นายกเทศมนตรีชื่อ “ฉัตรชัย ทิมกระจ่าง” หรือ “นายกปื๊ด” ของชาวศรีราชากลับมาบริหารครั้งนี้นั้นย่อมไม่ธรรมดา การสะสมสภาพสังคมเมือง 2 วัฒนธรรมระหว่างไทย-ญี่ปุ่นในศรีราชาที่นายกปื๊ดเริ่มไว้นั้น ช่วยให้เศรษฐกิจศรีราชาเติบโตก้าวหน้ามาได้อย่างดี การเป็นเมืองที่อยู่อาศัย-มีที่พักผ่อนหย่อนใจสวยงาม-มีคุณภาพชีวิตที่ดี ถึงขนาดเคยได้รับรางวัลเมืองสะอาดน่าอยู่ระดับโลกมาแล้วใน 2 ช่วงทศวรรษก่อน สมัยที่ “นายกปื๊ด” ยังเริ่มทำงานเป็นนายกได้สมัยที่ 2 จนถึงวันนี้ศรีราชากำลังก้าวกระโดดไปข้างหน้าอย่างน่าติดตาม โดยอาศัยความเป็นเมืองชายทะเลนี่แหละ!
อีอีซีจับมือกับนายกเทศมนตรีและคณะผู้บริหารเทศบาลปัจจุบัน เดินหน้าจัดปรับภูมิทัศน์ของเมืองใหม่ทั้งหมด เริ่มตั้งแต่เขตเกาะลอย-และจะทยอยปรับทั้งเมืองไปจนถึงตลาดสด มีการวางผังการใช้ประโยชน์จากภูเขาด้านข้างที่ทำการเทศบาลเมือง พร้อมกับสร้างสะพานเดินในทะเล-จัดปรับภูมิทัศน์ของที่อยู่อาศัยที่อยู่ 2 ข้างสะพานที่ยื่นลงทะเล ฯลฯ
ศรีราชาจะพัฒนาเป็นเมืองที่เรียกว่า ศรีราชาน่าอยู่...Wellness City มีการปรับพื้นฐานการจัดการเมือง-ภูมิทัศน์-และยกระดับคุณภาพชีวิตไปในขณะเดียวกัน ผู้คนทุกกลุ่มในศรีราชาจะได้รับการดูแลด้านสวัสดิภาพสุขภาพที่ดี โดยการแพทย์สมัยใหม่ จะเป็นเมือง 2 วัฒนธรรมไทย-ญี่ปุ่นที่น่าอยู่ มีทั้งตลาด ห้างสรรพสินค้าแบบญี่ปุ่น ร้านรวงแบบไทยๆ ไปจนถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ 2 แห่ง และมีสถานศึกษาชั้นดีตั้งแต่ระดับประถม-มัธยม จนถึงมหาวิทยาลัย เมื่อรถไฟความเร็วสูงเสร็จในปี 2568 การเดินทางจากศรีราชาไปกรุงเทพฯ จะใช้เวลาเพียง 20 นาที เช่นเดียวกับจากศรีราชาถึงสนามบินอู่ตะเภา-มหานครการบินแห่งใหม่ การพัฒนาทั้งหมดนี้เริ่มแล้ว-ความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าของศรีราชาจะบรรลุสัมฤทธิผลในช่วงยุคของการบริหารนายกเทศมนตรีคนปัจจุบันนี่แหละ!
มนต์เสน่ห์ของเมือง 2 วัฒนธรรมอย่างศรีราชาจะสัมผัสได้ เมื่อมาเยือนศรีราชา-จากผู้อยู่อาศัยทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวไทยในเมืองที่น่าอยู่แห่งนี้ ศรีราชามีแหล่งอาหารดี-อร่อย มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจทั่วเมือง-มีคน 2 วัฒนธรรมอาศัยอยู่ร่วมกัน มีเทศกาลวันญี่ปุ่นทุกปี-เวลาอยู่ในงานเทศกาลญี่ปุ่นที่ศรีราชา จะมีความรู้สึกเหมือนอยู่ญี่ปุ่นยังไงยังงั้นเลย! สถานที่สำคัญในศรีราชามีป้ายบอก 2 ภาษาไทย-ญี่ปุ่น สภาพภูมิศาสตร์มีทั้งทะเลจนถึงภูเขา-คล้ายกับหลายเมืองในญี่ปุ่น ศรีราชาเป็นเมืองพี่เมืองน้องกับเมืองมิซาโอะ เกาะฮอนชู
วันนี้ศรีราชากำลังยกระดับจัดปรับเป็นเมืองน่าอยู่-ปลอดภัยสำหรับทุกคน เป็นท้องถิ่นที่มีสภาเมือง-สภาประชาชนที่เทศบาลจัดตั้งและให้การรองรับ ทำหน้าที่ชี้แนะชี้นำ-ให้คำปรึกษาผู้บริหารเทศบาลและสภาเทศบาลเมืองศรีราชา ซึ่งเป็นอีกมิติหนึ่งของการเติบโตปรับตัวของเมืองที่มุ่งสร้างเศรษฐกิจแบบ BCG ด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมที่มีเป้าหมายสู่การเป็นเมือง “ศรีราชาน่าอยู่ Wellness City”.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความบังเอิญ .. ที่ไม่บังเอิญ “ณ ภูทอก .. หลวงปู่จวนฯ”
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เช้าวันพระในวันจันทร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็น “วันอัฏฐมีบูชา”.. ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรมฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”.
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'ใครเป็นพวกหัวรุนแรงถอนรากถอนโคน : เมืองไทยในรอบกว่าสิบปี'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความ
ภาวะผกผันระหว่างบ้านเมือง-ศาสนา ในกระแสสติอ่อนล้า .. ของสังคม!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ติดตามข่าวสารรอบด้านที่เชื่อมสัมพันธ์กันทั้งทาง บ้านเมืองและฝ่ายศาสนา.. ได้เห็นปรากฏอาการ “โลกล้ำ-ธรรมล้น” อันเป็นไปตามสมัยวัตถุนิยม ที่แสดงถึง ภาวะอ่อนล้าของสติ สัมปชัญญะ โดยมวลรวมของภาคสังคม.. อันน่าศึกษายิ่ง
ภัยร้าย .. ต่อศาสนา ปัญหา .. เสพติดเทคโนโลยี!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ภายใต้กฎเกณฑ์ธรรมชาติ จึงได้เห็น ความเปลี่ยนแปลงในความดำรงอยู่.. อันดำเนินไปตามเหตุปัจจัย.. ที่สะท้อนความเป็นจริงว่า.. ทุกอย่างเป็น.. ธรรม ธรรม.. เป็นไปตามเหตุปัจจัย..
“เมื่อโลกล้ำ.. ธรรมล้น..” ... กาลโกลาหลจึงบังเกิด!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... นับว่า วิถีโลก เข้าสู่กาลโกลาหลเต็มตัว เมื่ออำนาจเทคโนโลยียุคไอทีผลักดันสังคมเข้าสู่กระแสดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ.. จึงได้เห็น กาลโกลาหลในกระแสสังคมดิจิทัล ที่แม้แต่ ศาสนจักร ยากจะปฏิเสธ
'ดร.เอนก' แนะพึ่งพากันอย่างรู้แจ้ง ชี้ทางสว่าง '2 ผู้นำมหาอำนาจ'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เขียนบทความเรื่อง "เมื่ออาเซียน ยุโรป และผองชาติอำนาจอื่นๆ ต้องร่วมแก้ปัญหาให้ พญาอินทรีและพญามังกร"

