EEC : การพัฒนาบุคลากร และความร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษาฯ

การขยับปรับตัวของการศึกษาระดับอุดมศึกษาบ้านเมืองเรา มีกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ “กระทรวง อว.” ดำเนินการอยู่ ความเคลื่อนไหวโดยรวมนับว่าก้าวหน้าไปพอควร แต่หนทางข้างหน้าที่จะไปต่อ...ก็อีกไกลโข!

ที่ผ่านมา กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ปรับแก้กฎระเบียบเกี่ยวกับการจัดการศึกษา หลักสูตรและมาตรฐานหลักสูตร สิ่งแวดล้อมทางการศึกษา และออกระเบียบเกี่ยวกับตำแหน่งทางวิชาการยุคใหม่ของมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษา รวมทั้งระเบียบบริหารไปได้มากทีเดียว แต่ก็คงต้องปรับกันอีกมาก เพราะปัญหาการศึกษาในบ้านเมืองเราสั่งสมทับถมมานาน!

ล่าสุด กระทรวงการอุดมศึกษาฯ เสนอร่างกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ.2566-2570 ที่มุ่งปรับเปลี่ยนการอุดมศึกษาให้นำพาประเทศสู่อนาคตภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า “สานพลังการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไทย พลิกโฉมให้ประเทศมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและยั่งยืน ยกระดับความสามารถในการแข่งขันด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่า และพร้อมก้าวสู่อนาคต” กรอบร่างนโยบายนี้มียุทธศาสตร์สำคัญ 4 ยุทธศาสตร์ กล่าวคือ

ยุทธศาสตร์ที่ 1 การพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ให้มีความสามารถในการแข่งขัน พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน พร้อมสู่อนาคต

ยุทธศาสตร์ที่ 2 การยกระดับสังคมและสิ่งแวดล้อม ให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน สามารถแก้ปัญหาท้าทายและปรับตัวให้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก

ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและนวัตกรรมระดับชั้นแนวหน้าที่ก้าวหน้าล้ำยุค เพื่อสร้างโอกาสใหม่และความพร้อมของประเทศในอนาคต

ยุทธศาสตร์ที่ 4 การพัฒนากำลังคน สถาบันอุดมศึกษา แล้วสถาบันวิจัยให้เป็นฐานการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศแบบก้าวกระโดดและอย่างยั่งยืน

เป้าหมายสำคัญของยุทธศาสตร์ 5 ปี คือ มุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อพลิกโฉมประเทศ โดยการจัดปรับทิศทาง-สร้างความพร้อม-ความก้าวหน้าใหม่ให้เชื่อมโยงกับความเปลี่ยนแปลงของโลกใบใหม่ ที่กำลังเปลี่ยนหมุนไปอย่างอลวนอลเวง-เชี่ยวกราก!

แน่นอนว่า หัวใจการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่จะนำสู่เป้าหมายจริงนั้น-ไม่พ้นเรื่องหลักๆ ที่สำคัญ 3 เรื่องที่ต้องพิจารณาคือ หนึ่ง เรื่องคน-ความสามารถของคน สอง เรื่องสิ่งแวดล้อมที่จะเอื้ออำนวยต่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ และสาม เรื่องกติกา-กฎระเบียบ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์สู่เป้าหมายให้เกิดมรรคผลจริง-มีสัมฤทธิผลตามที่ตั้งเป้าไว้!

จากบทเรียนการพัฒนาบุคลากร การศึกษา การสร้างสิ่งแวดล้อมทางการศึกษายุคใหม่ รวมถึงการสร้างระบบ-ระเบียบสนับสนุนการพัฒนาคนในอุตสาหกรรม 4.0 ตามเป้าหมายการลงทุนของ EEC นั้น ได้มีบทเรียนจากการดำเนินการขับเคลื่อน-ปฏิบัติการพัฒนาคนและการศึกษาเพื่อตอบโจทย์ 12 อุตสาหกรรมเป้าหมายในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ที่ EEC HDC หน่วยงานใต้กำกับของ EEC ปฏิบัติการ-ประสาน-วางฐาน-ปูทางไว้พอสมควร ซึ่งสามารถนำบทเรียนมาขยายสู่การพัฒนาการอุดมศึกษาได้อย่างมีนัยสำคัญ

ปฐมบทการสร้างบุคลากร-การศึกษาใหม่ใน EEC เริ่มจากการสำรวจความต้องการบุคลากรใน 12 อุตสาหกรรมตามความต้องการของงานยุคใหม่ ทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณตามเป้าหมายการลงทุนที่ EEC วางไว้ ซึ่งมีการสำรวจจัดทำแผนงานความต้องการบุคลากร โดยมีรายงานความต้องการบุคลากรโดยรวมจำนวน 4.7 แสนอัตรา-ตามแผนการลงทุนใน EEC ทั้ง 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ต่อมามีการจัดปรับ-ทบทวนจำนวนความต้องการบุคลากรใหม่-หลังโควิด พบว่ามียอดรวม 5.6 แสนอัตรา-เพิ่มสูงขึ้นกว่าเดิม แบ่งเป็นระดับอาชีวะประมาณร้อยละ 55 ซึ่งเป็นตัวเลขฐานความต้องการบุคลากรในระยะ 5 ปีต่อจากนี้

ส่วนภาคปฏิบัติการในกระบวนการพัฒนาบุคลากร-การศึกษายุคใหม่ ได้มีการดำเนินการปรับทิศทางผ่านการพัฒนาความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษากับผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรม เพื่อร่วมกันปรับสร้างหลักสูตรตามความต้องการของอุตสาหกรรม และจัดปรับระบบการศึกษาให้เป็นไปตามความต้องการจริง (Demand driven) ที่ภาคอุตสาหกรรมให้การรับรอง รวมถึงได้มีการปรับระบบนิเวศการศึกษาใหม่ให้เป็นแบบโมดูล มีเครดิตแบงก์มารองรับ มีการพัฒนาการศึกษาตลอดชีวิต ที่จำเป็นต่อโลกยุคใหม่ มีการเสริมการเรียนสเต็ม ภาษา และโค้ดดิง ในกลุ่มการศึกษาระดับพื้นฐาน เพื่อให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของการเรียนรู้-ทักษะยุคใหม่ รวมทั้งมีการปรับระบบระเบียบรองรับความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นนี้

จากบทเรียนข้างต้น ยุทธศาสตร์ใหม่ที่กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ยกร่างขึ้นมาจึงต้องใส่ใจ เรื่องคน เรื่องสิ่งแวดล้อมในการปฏิบัติ และต้องเคลื่อนไหวปรับเรื่องระบบระเบียบ ให้รองรับปฏิบัติการเพื่อการเปลี่ยนแปลงให้ได้ ผลลัพธ์-ผลสัมฤทธิ์จริงจึงจะเกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นยุทธศาสตร์ที่ยกร่างมาก็จะเป็นแค่บทพรรณนาที่คิดอยากจะทำ...แค่นั้น! ขอเอาใจช่วยขอรับ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ความฉ้อฉลทางจิตวิญญาณ .. ภัยร้ายของมนุษยชาติ!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ผลพวงจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ สะท้อนเหตุปัจจัยภาคสังคมหลายประการ ที่ทุกฝ่ายต้องศึกษาพิจารณาเพื่อความเข้าใจในสภาพธรรมทางสังคม ที่สะท้อนภาวะผลกรรมในองค์รวมของ กระแสจิตวิญญาณมหาชน..

บทสะท้อน... กระแสจิตหมู่... ภาคสังคม .. สู่การเลือกตั้ง!! .. ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ..

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. กำลังจะเข้าสู่ วันแห่งสันติภาพ.. ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยอ้างอิงเสียงประชาชนเป็นใหญ่ หมายถึง อำนาจในการปกครองที่มาจากปวงชน.. อันเป็นที่มาของคำถามว่า อะไรคืออำนาจ, อะไรคือหน้าที่.. และ หน้าที่กับอำนาจ จะใช้สัมพันธ์กันอย่างไรให้เกิดประโยชน์ เป็นไปเพื่อ สันติภาพของมนุษยชาติแท้จริง... ดังที่จะได้มีการใช้อำนาจ (อธิปไตย) ผ่านหน้าที่ตามสิทธิในการเลือกตั้งตามระบอบ ให้อำนาจและหน้าที่แก่ประชาชนใช้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่จะเกิดมีขึ้นในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ นี้ ในประเทศของเรา..

ธรรมชาติโดยธรรม ของผู้นำ ผู้แทน ผู้ปกครอง!

เจริญพร สาธุชน ผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เรื่องการเลือกผู้นำตามระบอบประชาธิปไตย ที่ประเทศในโลกตะวันตกพากันเห่อ.. คลั่งไคล้.. จนแพร่ระบาดมาสู่เอเชีย แผ่ไปทั่วบ้านเล็กเมืองน้อย ที่อนุวัตไปตามกระแส โลกาธิปไตย จริงๆ แล้ว มิใช่เป็นเรื่องใหม่ นับตั้งแต่เกิดการอุบัติขึ้นของสังคมมนุษยชาติ

เสียงสะท้อน-ข้อเสนอนโยบาย จากภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง

ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายต่างๆ ต่อประชาชน เพื่อหวังผลคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงการส่งตัวแทนพรรคไปร่วมเวทีดีเบต-นำเสนอนโยบายตามเวทีต่างๆ ที่จัดขึ้นหลายแห่ง

อย่าเลือกคน Gen Im เป็นผู้แทนอย่างเด็ดขาด!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เมื่อพิจารณาลงไปในกระแสสังคมปัจจุบันที่อยู่ภายใต้อำนาจโลกธรรมอันมี เทคโนโลยีไอที เป็นใหญ่ ที่ชาวโลกมีความภาคภูมิใจให้เพลิดเพลินในการเข้าไปเชยชมยึดติด.. จึงกลายเป็น วัตถุกาม ของมารที่มีไว้ล่อหลอกให้สัตว์ทั้งหลายเข้าไปรักใคร่ ใหลหลง ผูกมัดรัดยึด ก่อเกิดความเศร้าหมองเร่าร้อน ด้วย อิทธิฤทธิ์ของมารา ที่ใช้มายา.. เป็นเครื่องมือ..