“อาการลูกผีลูกคน .. ในสภาพสังคมปัจจุบัน”!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธามั่นคงในพระพุทธศาสนา... ในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยกระแสกิเลส ที่โน้มไปทางวัตถุกาม ที่รกรุงรังไปด้วยอะสาระ (อสารธรรม) จึงนับเป็นเรื่องปกติ .. ธรรมดา

จิตใจของหมู่ชน จึงดารดาษวิจิตรหลากหลายไปด้วยความวิปลาสคลาดเคลื่อนไปจากธรรม.. ไม่เว้นแม้ในวงการศาสนา ที่แสดงความอ่อนแอให้เห็นชัดจาก พฤติกรรม พฤติจิต ของบรรพชิต และบุคคลในศาสนานั้นๆ...

ปัญหา จึงทับถมไปในกองปัญหา..

ความทุกข์ จึงทับถมไปในกองของความทุกข์

การเสพคบกับอกุศลธรรม จึงเป็นเรื่องปกติของหมู่ชนในยุคสมัย.. ที่ยกเอา วัตถุศาสตร์ เป็นใหญ่ เหนือ สัตถุศาสตร์

ความห่างไกล สัปปุริสรัตนะ ๗ ประการ คือ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ หิริ โอตตัปปะ ปัญญา จึงเป็นสิ่งที่ปรากฏในหมู่ชน

ความไม่รู้จัก สัปปุริสธรรม ๗ ประการ คือ ศรัทธา สติ หิริ โอตตัปปะ พาหุสัจจะ วิริยะ ปัญญา จึงเป็นผลที่แสดงให้เห็นเชิงประจักษ์

จึงไม่แปลก.. ที่การดำเนินชีวิตของสัตว์ในยุคสมัยวัตถุนิยมครอบครอง จะเต็มไปด้วย ราคะ โทสะ โมหะ...

การแสดงออกทางกามคุณ.. ไม่มีปกปิด มิหนำซ้ำกลับเป็นค่านิยมเปิดเผย ด้วยการกระทำที่ไม่ต้องเอียงอายต่อสาธารณชน...

ดังที่ได้เห็น ภาพ เสียง ในโลก Social Media ที่เต็มไปด้วยผู้หญิงใส่ชุดนุ่งน้อยห่มน้อย เพื่อโอ้อวดอวัยวะที่เคยปกปิด ต้องสงวน...

ในโลกวัตถุนิยมจึงเต็มไปด้วยความลามก สนุกสนาน มากไปด้วยภาพมายาท่าทางสัปดน.. สกปรก อย่างยากจะบรรยาย.. ด้วยความไร้ยางอาย.. ไม่มีหิริและโอตตัปปะ

ในขณะเดียวกัน เมื่อไม่ชอบใจ.. ไม่พอใจ.. ก็จะนำไปสู่การทำลายกัน การฆ่าฟันกัน การชกต่อยทุบตีกัน จนออกจะกลายเป็นค่านิยมใหม่ทางสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเยาวชน...

จึงได้เห็นข่าวสารการฆ่ากัน การทำร้ายทำลายกัน ไม่เว้น แม้จะเป็นวันพระ.. วันโกน..

อนิจจัง อนิจจา.. ความไม่เที่ยงหนอ ในสังคมสัตว์ทั้งหลาย ได้แสดงให้เห็นความเป็นธรรมดาว่า ยากนักที่สัตว์โลกจะฝ่าคลื่นฝืนลม.. ตัดกระแสโลก.. มุ่งสู่ความสงบสุขได้ตามปรารถนา ที่ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ประเภทใด.. ภพภูมิใด.. ที่หวังอย่างยิ่งต่อความสุข ความสงบ ในชีวิต

จากสิ่งที่ปรากฏเกิดขึ้นในโลก.. สมัยปัจจุบัน จึงสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นจริง.. ของการสูญเสียดุลยภาพในชีวิต.. สังคม สิ่งแวดล้อมทั้งหลาย

เมื่อดุลยภาพของชีวิต.. สูญเสียไป.. อะไรๆ จึงเกิดขึ้นได้.. ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอย่างไร.. จึงไม่ต้องอุทานว่า.. “ไม่น่าเชื่อเลย.. เป็นไปได้อย่างไร!?”

จากการสูญเสียดุลยภาพแห่งชีวิต.. ที่เคยดำรงอยู่ได้ด้วยสติปัญญาและความเพียรชอบ.. ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อดุลยภาพทางสังคม.. ที่เคยค้ำชูให้เกิด ความสมดุลด้วยกฎ ๓ กฎ คือ กฎศาสนา กฎหมาย และกฎสังคม...

ทั้ง ๓ กฎ ที่ต่างต้องอิงอาศัยกัน เหมือนเก้าอี้ ๓ ขา ภายใต้กฎธรรมชาติ.. หรือกฎแห่งธรรม...

จึงไม่แปลก เมื่อ ความวิปลาสธรรม เกิดขึ้นในจิตใจของมนุษยชาติ อะไรๆ ก็ย่อมเกิดขึ้นได้... ที่กล่าวว่า สมัยปัจจุบัน ในคน ๔ คน.. จะเพี้ยนไปเสีย ๓ ส่วนที่เหลืออีก ๑ ก็น่าเป็นห่วงว่า จะเข้มแข็ง มั่นคง ไปได้สักกี่เพลา ในกระแสโลกยามนี้.. จึงน่าเป็นห่วงอย่างยิ่งกับสังคมโลกในยามนี้...

วันนี้โลกเข้าสู่กระแสสงครามโลกอย่างเปิดเผย มีการรบราฆ่าฟันกันอย่างโจ่งแจ้ง ด้วยอาวุธยุทโธปกรณ์ล้ำหน้าทันสมัย ยิ่งกว่าสงครามโลกครั้งใดๆ... ด้วยความมีรูปแบบสงครามหลากหลาย ที่ก่อตัวในทุกภาคส่วน ทั้งสังคม การเมือง เศรษฐกิจ...

เราจึงเห็นการขับเคี่ยว.. การสู้รบ ที่ต่างไปจากสงครามโลกครั้งที่ ๑-๒ ที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง

ในขณะเดียวกัน ประชาคมโลกก็ยังติดกับดักสงครามชีวภาพ ที่ถูกปล่อยเชื้อโรคออกมาทำลายล้างกันและกัน.. ดังนานาโรคาพยาธิผุดปรากฏ เพื่อทำลายล้างเผ่าพันธุ์มนุษยชาติเป็นเป้าหมายหลัก ที่ยังเกิดขึ้นสืบต่ออย่างยากจะเยียวยาแก้ไขให้ยุติไปได้ .. ในปัจจุบัน

เงินทองของมีค่า.. ที่ชาวโลกหามาได้.. ก็ต้องมาสูญเสียไปกับค่าใช้จ่าย เพื่อรักษาชีวิตให้รอดพ้นไปจากภยันตรายดังกล่าว ที่เรียกว่า โรคันตภัย

จึงไม่แปลกที่ ไวรัสโควิด-๑๙ จะยังเดินหน้าขย่มขวัญมนุษยชาติต่อไป.. แม้ว่ามนุษยชาติจะผลิตวัคซีนออกมาป้องกันได้.. แต่ก็เพียงแค่ป้องกันในเบื้องต้น.. แท้จริงยังไม่สามารถกำจัดภัยร้ายจากเชื้อโรคร้ายดังกล่าวได้เด็ดขาดจริง

การใช้ชีวิตไปในท่ามกลางภัยอันตรายของกระแสโลก.. จึงเป็นเหตุให้มนุษยชาติพอกพูนโรควิตกกังวล.. หวาดกลัว จนสูญเสียสุขภาพจิตที่ปกติ.. ในการดำเนินชีวิตในฐานะสัตว์ประเสริฐ...

การใช้ชีวิต.. จึงไม่ค่อยมีแบบแผน เพราะไม่รู้ว่า.. วันนี้จะผ่านพ้นภัยร้ายไปได้หรือไม่.. จะรอด.. ไม่รอด.. จะตาย หรือไม่ตาย...

เป็นปรากฏการณ์ที่คนสมัยก่อน เรียกว่า สภาพลูกผีลูกคน .. กึ่งตาย กึ่งเป็น จะตายหรือจะเป็น มีเปอร์เซ็นต์เท่ากัน....

สำนวนไทยของคำว่า “ลูกผีลูกคน” จึงเหมาะอย่างยิ่งกับสถานการณ์สังคมโลกในขณะนี้ ในทุกเรื่องที่มนุษยชาติต้องเผชิญ.. เพราะ หวังอะไรแน่นอนไม่ได้จริงๆ.. มันเป็นปรากฏการณ์เชิงวิบัติซ้อนวิบัติ.. ในความไม่เที่ยง ที่มีภาวะผันผวนแปรปรวนก่อรูปขึ้นซ้ำซ้อนย้อนแย้งอย่างยากจะเข้าใจ จนออกจะผิดปกติไปจากความเป็นธรรมดา ในความเป็นธรรมดาที่ปรากฏ

คำว่า “ภาวะลูกผีลูกคน” นับเป็นสำนวนไทยที่ปู่ย่าตายาย.. ใช้พูดกันมานาน จนเราทั้งหลายได้ยินกันจนคุ้นหู ซึ่งมักจะใช้กับคนที่มีความเจ็บไข้ได้ป่วย ไม่สบาย อาการหนัก.. จนแพทย์ไม่รับรอง.. จะรอดไม่รอดก็ไม่ทราบได้ ด้วยสมัยก่อนการแพทย์ไม่เจริญแบบเดี๋ยวนี้ โดยเฉพาะในการคลอดลูกแต่ละครั้ง ทั้งแม่และลูกที่อยู่ในครรภ์ก็เหมือนกับคนตายไปแล้วครึ่งหนึ่ง...

จึงต้องมีพิธีการต่างๆ นานา ตามความเชื่อ.. หรืออ้างอิงหลักศาสนาเข้ามาช่วยสนับสนุนทางจิตใจ เพื่อให้แม่ลูกมีหลักยึด.. อำนาจธรรมคุ้มครอง.. บางท้องถิ่นก็ต้องตั้งศาลผีปู่ผีย่า.. ผีบรรพชนขึ้นมาเพื่อบนบานศาลกล่าวขอความช่วยเหลือ..

สมัยก่อน.. จะมีอัตราการตายจากการคลอดลูกสูงมาก.. ไม่ตายทั้งแม่ทั้งลูก.. ก็ตายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยเฉพาะฝ่ายลูก.. แม้ว่าคลอดมาได้แล้วก็ยังหวังได้ยากว่าจะอยู่มีชีวิตรอดไปได้.. จึงมีวิธีการแก้เคล็ด โดยนำเด็กแรกคลอดห่อผ้าอย่างดี.. วางนอนลงไปในกระด้ง แล้วแกว่งไปแกว่งมา พร้อมขับร้องด้วยคนชราผู้สูงวัย.. มีอายุยืน ตั้งอยู่ในศีล.. ในธรรม เป็นที่เคารพของทุกคน ว่า...

 “สามวันลูกผี สี่วันลูกคน

ลูกของใคร มารับเอาไป เน้อ!”

จากนั้นก็จะมีการสมมติผู้ใหญ่อีกคนหนึ่งขึ้นมา ที่มีอายุ ฐานะ วรรณะ.. ที่ดี ที่ไม่ให้พ่อแม่ของเด็ก.. มากล่าวร้องรับ “ลูกของฉันจ้า.. ฉันรับเองจ้า!” … แล้วรับเอาตัวเด็กไป!!

การกระทำดังกล่าวนั้น.. มีความเชื่อว่า เพื่อหลอกผีว่า เด็กไม่เป็นที่ต้องการ.. และอาจจะเพิ่มเติมในการร้องรับว่า.. เด็กคนนี้หน้าตาขี้ริ้วขี้เหร่ ฉันรับเองจ้า! เพื่อหลอกผีว่า เด็กหน้าตา ไม่น่ารัก ไม่น่าชม ขี้ดื้อ ไม่น่าเอ็นดู.... ผีจะได้ไม่มาเอาเด็กคนนั้นกลับไป........

เรื่องวิธีการแก้เคล็ดแบบนี้ คงไม่ล้าสมัยจนเกินไป.. น่าจะพอนำมาประยุกต์ใช้กับสภาพสังคมการเมืองในปัจจุบันได้.. ที่ออกอาการอยู่ในสภาวะลูกผีลูกคน.. เผื่ออะไรๆ มันจะดีขึ้นมาบ้าง..!!

บางครั้ง.. บางเรื่อง.. ในความไร้สาระ.. ก็อาจจะต้องแก้ด้วยวิธีการไร้สาระ.. แบบหนามยอกหนามบ่ง.. ก็เป็นไปได้

ไม่เชื่อ.. ก็ลองทำดูก่อน.. เพื่อจะได้ตื่นรู้.. เกิดสติปัญญา.. มีความตระหนักรู้ที่ถูกต้อง ตรงธรรม สามารถออกไปจากโทษทุกข์ภัยนั้นได้... จริง!!

แต่ที่เห็นและเป็นจริง.. การที่คนเราไม่ยอม งอมืองอเท้า.. พร้อมที่จะเผชิญกับทุกปัญหา ตามกำลังสติปัญญาและความรู้ของตนเอง.. ของสังคมในแต่ละยุค แต่ละสมัย ซึ่งจะผิดบ้าง ถูกบ้าง.. ก็เป็นเรื่องธรรมดา.. แต่ที่แน่ๆ คือ การไม่ปล่อยผ่านไปด้วยความไม่ใส่ใจ.. ด้วยความเกียจคร้าน.. ด้วยการยอมแพ้พ่ายอย่างไร้ค่าความเป็นพุทธะ ที่สามารถสร้างคุณธรรมความรู้ให้เกิดมีขึ้นในชีวิตได้โดยหลักสัปปุริสธรรม ๗ ได้แก่ ศรัทธา สติ.. หิริ.. โอตตัปปะ พาหุสัจจะ.. วิริยะ และปัญญา

หน้าที่ของคนดีในสังคม.. แม้จะมีน้อยในยุคสมัยวัตถุนิยม.. แต่ก็สามารถสร้างพลังความเข้มแข็ง เพื่อการดำรงอยู่อย่างมั่นคงในกระแสที่เชี่ยวกรากของ โลกียธรรม ได้ด้วยการผนึกจิตใจเข้ากับคุณธรรมดังที่กล่าวมา.. เพื่อให้ชีวิตบริบูรณ์ด้วยคุณธรรมและความดีงาม.. ในท่ามกลางความเลวร้ายที่โลกเข้าสมัยจางคลายจากศีลธรรม... เผื่อจะได้นำสังคมประเทศชาติ.. ผ่านพ้น อาการลูกผีลูกคนบ้าง!!!.

 

เจริญพร

[email protected]

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'บ้านเมืองเราในรอบ​ 94 ปี : ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเหมือนเดิม'

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง "บ้านเมืองเราในรอบ​ 94 ปี : ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเหมือนเดิม" มีเนื้อหาดังนี้

พระอุโบสถเวฬุวันมหาวิหาร อินเดีย อธิการกุศลในสมเด็จเจ้าฟ้าฯ

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๙ ตรงกับการจัดพิธีบำเพ็ญกุศล ปัณรสมวาร (๑๕ วัน) แห่งการสิ้นพระชนม์ เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ส่วนราชการทุกจังหวัดทั่วประเทศพร้อมเพรียงกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลดังกล่าว.. ดังที่อาตมาได้รับนิมนต์จาก นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เพื่อเป็นองค์แสดงพระธรรมเทศนาในวาระดังกล่าว...

“สมเด็จเจ้าฟ้าแห่งประเทศพระพุทธศาสนา” ที่ชาวพุทธน้อมสำนึกฯ

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ต้องยอมรับความจริง อย่างเข้าใจจริง.. ในความเป็นจริง.. ที่มีอยู่จริง ในปัจจุบันขณะนั้น... จึงจะถูกต้องตรงตามหลักธรรมที่ว่า..

ความบังเอิญ .. ที่ไม่บังเอิญ “ณ ภูทอก .. หลวงปู่จวนฯ”

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เช้าวันพระในวันจันทร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็น “วันอัฏฐมีบูชา”.. ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรมฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”.

'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'ใครเป็นพวกหัวรุนแรงถอนรากถอนโคน : เมืองไทยในรอบกว่าสิบปี'

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความ

ภาวะผกผันระหว่างบ้านเมือง-ศาสนา ในกระแสสติอ่อนล้า .. ของสังคม!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ติดตามข่าวสารรอบด้านที่เชื่อมสัมพันธ์กันทั้งทาง บ้านเมืองและฝ่ายศาสนา.. ได้เห็นปรากฏอาการ “โลกล้ำ-ธรรมล้น” อันเป็นไปตามสมัยวัตถุนิยม ที่แสดงถึง ภาวะอ่อนล้าของสติ สัมปชัญญะ โดยมวลรวมของภาคสังคม.. อันน่าศึกษายิ่ง