สังคมที่กำลังปรับตัว....เปลี่ยนผ่าน!!!

ภาพรวมความเคลื่อนไหวของสังคมไทยที่กำลังเคลื่อนผ่านการเวลาในความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าของเทคโนโลยียุคใหม่นั้นน่าสนใจยิ่ง โดยเฉพาะสังคมที่เคลื่อนอยู่ในกระแสความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสื่อสารเชื่อมต่อถึงกันที่เปิดกว้าง การสื่อสารของสื่อสังคมออนไลน์ที่มีกันทุกคนได้สร้างผลกระทบขึ้นในสังคมหลายมิติทางด้านบวกและด้านลบ

มีข่าวสารประเด็นร้อนปรากฏผ่านสื่อทุกวัน เชื่อมจากบุคคลสู่สาธารณะ-เชื่อมต่อจากสื่อสาธารณะไปถึงบุคคล ไหลเวียนไปมา จนได้เห็นการปรับตัวเปลี่ยนแปลงของสังคมจากการสื่อสารยุคใหม่ ที่มีการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ต่างไปจากในอดีต

สังคมได้รับรู้หลายเรื่องราวจากสื่อบุคคล ออกมาเขย่ากระบวนการยุติธรรมตั้งแต่ต้นน้ำ-ถึงกลางน้ำ-ปลายน้ำกันแทบทุกวัน รวมทั้งอาชญากรรมที่เคยฝังลึก-บิดเบือน-เชื่อมต่อกับความบิดเบี้ยวพิกลพิการ/คอร์รัปชัน/รีดไถ ต่างถูกเปิดผ่านสื่อบุคคลบ่อยขึ้น-มากขึ้นตลอดเวลาอย่างมีนัยสำคัญ ความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เกิดจากพลังของเทคโนโลยีการสื่อสารที่ก้าวหน้า มีประสิทธิภาพ ขณะที่กลุ่มอาชญากรรมทั้งในเครื่องแบบและที่ไม่มีเครื่องแบบ ยังเคยชินเคลื่อนไหวอยู่ในโหมดเดิมๆ แม้จะมีบางกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีก่อปัญหาสร้างความมั่งคั่งร่ำรวย-ที่ต้องไล่จับกันเหนื่อยผุดขึ้นมากทุกขณะก็ตาม!

ความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงสังคมวันนี้ มีทั้งผลลัพธ์เชิงบวกและเชิงลบ ที่แน่ๆ คือ ผู้คนในสังคมที่อยู่ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงต้องรู้จักที่จะ “เรียนรู้ตลอดชีวิต” ถ้าไม่อยากถูกเบียดขับออกจากสังคมที่อยู่ในกระแสความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าตลอดเวลาอย่างทุกวันนี้!

ด้านบวกของความเปลี่ยนแปลงก้าวหน้าของเทคโนโลยีคือ กระบวนการปรับตัวทางสังคมที่เกิดขึ้นจะค่อยๆ สร้างความเป็นกลาง-ลดอคติจากความสัมพันธ์ของผู้คนและมโนทัศน์แบบชนชั้นลง ปรับไปสู่ความเสมอภาคเท่าเทียมในสังคมมากขึ้น-เกือบทุกมิติ อีกทั้งการทำผิด-การก่ออาชญากรรมจะถูกเผยให้เห็นมากขึ้น-ง่ายขึ้น นี่คือทิศทางที่สังคมจะปรับตัวเปลี่ยนแปลงไป!

มาดูด้านบวกและการพัฒนาปรับสร้างโอกาสในการพัฒนาคนกันบ้าง เมื่อวานนี้ได้พบกับ ดร.ธนพล หรือดอกเตอร์คริส คนไทยที่เป็น CEO ของ บ.ไทย แอโรว์สเปซ บริษัทมหาชนที่มีหุ้นส่วนสำคัญอยู่ที่อเมริกา-บริษัททำธุรกิจเกี่ยวกับการพัฒนาด้านอากาศยานที่เรียกว่าเกือบครบวงจร ความก้าวหน้าของ บ.ไทย แอโรว์สเปซ คือการถือสิทธิ์การผลิตบุคลากรป้อนอุตสาหกรรมอากาศยานตามมาตรฐาน ITA EASA และ ICAO ที่เป็นมาตรฐานสากลสำหรับผู้คนที่จะทำงานด้านอากาศยาน โดยเฉพาะกลุ่มการบินการคมนาคม ขนส่ง-โลจิสติกส์ทางอากาศทั้งหลายล้วนต้องผ่านมาตรฐานเหล่านี้! ดร.คริสบอกว่า ที่จริงศักยภาพคนไทยด้านอากาศยานในทุกกลุ่มงาน โดยเฉพาะกลุ่ม Cabin Crew หรือพนักงานส่วนต่างๆ ในระบบการเดินอากาศนั้น คนไทยทำงานนี้ได้ดีที่สุด-เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางไปทั่วโลก แต่น่าเสียดายที่เราไม่มีศูนย์ฝึกที่ได้มาตรฐานสากล ที่ผ่านมาจึงต้องเสียเงินส่งไปฝึกที่มาเลเซีย สิงคโปร์!

ดร.คริส ในฐานะคนไทยที่มีประสบการณ์สูงด้านนี้ ไม่ต้องการเปลี่ยนฐานไปอยู่ที่เวียดนามตามที่ผู้ถือหุ้นจากต่างประเทศกดดัน! จึงประสานมาที่สำนักพัฒนาบุคลากรและการศึกษา สกพอ. ซึ่งทางสำนักฯ ก็ติดต่อประสานเชื่อมให้ร่วมงานกับคณะบริหาร มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อสร้างการพัฒนาคนในอุตสาหกรรมการบินตามมาตรฐานสากลร่วมกัน โดยวางกรอบงาน-ปรับพื้นที่พัฒนาศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรด้านอากาศยานตามมาตรฐาน EASA ITA และ ICAO ขึ้นที่ ม.บูรพา

บ.ไทย แอโรว์สเปซ เป็นฝ่ายจัดอุปกรณ์สนับสนุนการฝึกอบรมทั้งหมด-มูลค่ารวมไม่ต่ำกว่าร้อยล้านในเบื้องต้น พร้อมจัดผู้เชี่ยวชาญเข้าฝึกอบรมบุคลากร-คณาจารย์ของคณะบริหาร ม.บูรพา ตามเนื้อหางาน-หลักสูตรการฝึกอบรมที่เกี่ยวข้อง เพื่อปรับบุคลากรกลุ่มนี้เป็นฐานการจัดฝึกอบรมระดับสากลที่ไทยยังขาดอยู่ เบื้องต้นจะใช้ผู้เชี่ยวชาญจากกลุ่มสิงคโปร์แอร์ไลน์ และ Emirates เข้ามาฝึกบุคคลและงานตามมาตรฐานการบินสากล

ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยบูรพากับ บ.ไทย แอโรว์สเปซ ครั้งนี้ตั้งเป้าจะสร้างความก้าวหน้าใหม่ให้มีศูนย์ฝึกที่มีมาตรฐานระดับโลก วางตำแหน่งแห่งที่จากความพร้อมของศูนย์ให้เป็นศูนย์มาตรฐานผลิตบุคลากรด้านอากาศยานที่อยู่ในระดับ 1 ใน 5 ของเอเชียภายใน 3 ปี! เบื้องต้นจะผลิตบุคลากรตามมาตรฐานสากลปีละราว 2,000 คน ให้ครอบคลุมความเติบโตของอุตสาหกรรมอากาศยานที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในปัจจุบัน เปิดฝึกอบรมให้กลุ่มบุคลากรจากสายการบินทั่วโลก ที่ต้องการยกระดับความรู้ทักษะ ปรับทักษะใหม่ และเริ่มงานใหม่ ทั้ง 3 กลุ่ม

โดยจะพัฒนาให้ศูนย์นี้ที่คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นศูนย์สอบมาตรฐานของ EASA และ ICAO ให้กับบุคลากรที่จะเข้าทำงานด้านอากาศยานประจำสายการบินต่างๆ ทั้งกลุ่มสายการบินโดยสารและสายการบินขนส่ง-โลจิสติกส์ทางอากาศ เพื่อมุ่งยกระดับอุตสาหกรรมอากาศยาน ไม่ปล่อยให้เงินไหลออก และมุ่งยกระดับคุณภาพมาตรฐานด้านอากาศยานให้ประเทศไทยแข็งแกร่งขึ้น โดยจะขยายการพัฒนาบุคลากรให้ครบทุกด้านไปจนถึงการสร้างนักบินในอีก 2 ปีข้างหน้า

อุตสาหกรรมอากาศยานเป็นอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงหลายแสนล้านบาทต่อปี หากปรับสร้างความพร้อม-ยกระดับสู่มาตรฐานสากลได้ ก็จะปรับฐานเศรษฐกิจให้กับประเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ นี่เป็นอีกความก้าวหน้าในการสร้างอนาคต ที่ขับเคลื่อนโดยภาคเอกชนประสบการณ์สูงในอุตสาหกรรมอากาศยานตัวจริง เสียงจริง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ความบังเอิญ .. ที่ไม่บังเอิญ “ณ ภูทอก .. หลวงปู่จวนฯ”

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เช้าวันพระในวันจันทร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็น “วันอัฏฐมีบูชา”.. ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรมฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”.

'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'ใครเป็นพวกหัวรุนแรงถอนรากถอนโคน : เมืองไทยในรอบกว่าสิบปี'

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความ

ภาวะผกผันระหว่างบ้านเมือง-ศาสนา ในกระแสสติอ่อนล้า .. ของสังคม!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ติดตามข่าวสารรอบด้านที่เชื่อมสัมพันธ์กันทั้งทาง บ้านเมืองและฝ่ายศาสนา.. ได้เห็นปรากฏอาการ “โลกล้ำ-ธรรมล้น” อันเป็นไปตามสมัยวัตถุนิยม ที่แสดงถึง ภาวะอ่อนล้าของสติ สัมปชัญญะ โดยมวลรวมของภาคสังคม.. อันน่าศึกษายิ่ง

ภัยร้าย .. ต่อศาสนา ปัญหา .. เสพติดเทคโนโลยี!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ภายใต้กฎเกณฑ์ธรรมชาติ จึงได้เห็น ความเปลี่ยนแปลงในความดำรงอยู่.. อันดำเนินไปตามเหตุปัจจัย.. ที่สะท้อนความเป็นจริงว่า.. ทุกอย่างเป็น.. ธรรม ธรรม.. เป็นไปตามเหตุปัจจัย..

“เมื่อโลกล้ำ.. ธรรมล้น..” ... กาลโกลาหลจึงบังเกิด!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... นับว่า วิถีโลก เข้าสู่กาลโกลาหลเต็มตัว เมื่ออำนาจเทคโนโลยียุคไอทีผลักดันสังคมเข้าสู่กระแสดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ.. จึงได้เห็น กาลโกลาหลในกระแสสังคมดิจิทัล ที่แม้แต่ ศาสนจักร ยากจะปฏิเสธ

'ดร.เอนก' แนะพึ่งพากันอย่างรู้แจ้ง ชี้ทางสว่าง '2 ผู้นำมหาอำนาจ'

ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เขียนบทความเรื่อง "เมื่ออาเซียน ยุโรป และผองชาติอำนาจอื่นๆ ต้องร่วมแก้ปัญหาให้ พญาอินทรีและพญามังกร"