7 ความเคลื่อนไหวการพัฒนาบุคลากรรับอุตสาหกรรม 4.0 ใน EEC

การพัฒนาบุคลากรยุคใหม่เพื่อยกระดับประเทศในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC เป็นภารกิจสำคัญของ EEC HDC หรือสำนักพัฒนาบุคลากรและการศึกษา สกพอ. ซึ่งสร้างงานที่ตอบโจทย์การพัฒนาแบบมีส่วนร่วมขึ้นบนฐานความเคลื่อนไหว 7 แกนสำคัญคือ

แกนที่ 1 ปรับเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาบุคลากรและการศึกษาให้ตอบโจทย์ความต้องการจริงของผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมที่ลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม 4.0 มุ่งเปลี่ยนการศึกษาและการฝึกอบรมที่เคยชินแบบเดิมๆ ที่มีสถาบันการศึกษา-ครู-เป็นแกนในการจัดการศึกษา-พัฒนาบุคลากร สู่การยึดเอาความต้องการจริงด้านทักษะสมรรถนะใหม่-ที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเป้าหมายต่างๆ เป็นแกน เพื่อจัดการศึกษาพัฒนาบุคลากรทั้งเนื้อหาหลักสูตร-กระบวนการ-และผลลัพธ์ ให้สนองตอบความต้องการจริง

แกนที่ 2 ปรับเปลี่ยนการทำงานแบบเฉพาะกลุ่ม-เฉพาะตัวสู่ระบบงานเชื่อมประสานกันเป็นเครือข่ายความร่วมมือ-พัฒนาบุคลากร ปรับกระบวนการทำงานแบบปิดตัวเอง แก่งแย่ง แข่งขัน ช่วงชิงกันระหว่างสถานศึกษา-ระหว่างคณะ/หน่วยงานสู่การทำงานในรูปแบบเครือข่าย เชื่อมประสานกันขึ้นเป็นภาพจิ๊กซอว์ความร่วมมือ-สร้างความสำเร็จร่วมกันของระบบการศึกษา-สถาบันการศึกษาในทุกเขตพื้นที่ โดยเฉพาะเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก

แกนที่ 3 ปรับสร้างบุคลากรและระบบการศึกษาสู่การจัดการแบบอีอีซีโมเดล A และ B เพื่อตอบโจทย์ความแม่นตรงตามความต้องการบุคลากรในการยกระดับการพัฒนาประเทศ เพื่อขับเคลื่อนการศึกษาและการบุคลากรในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ที่สำนักพัฒนาบุคลากรและการศึกษา สกพอ. หรือ EEC HDC รับผิดชอบ โดยได้พัฒนารูปแบบการศึกษาแบบมีส่วนร่วมกับกลุ่มที่ต้องการบุคลากร-ต้องการปรับทักษะ-สมรรถนะใหม่ ตามแนวทางงานของอุตสาหกรรม 4.0

โดย EEC HDC จัดระบบการพัฒนาบุคลากรและการศึกษาออกเป็น 2 รูปแบบคือ การศึกษา EEC โมเดลแบบ A และ B ส่วนแรกแบบ A เป็นการจัดการศึกษา-การพัฒนาคนแบบเต็มรูปแบบหลักสูตร ปวช. ปวส. และปริญญาตรี โดยจัดให้ผู้ประกอบการกับสถานศึกษาจับมือกันร่วมคัดเลือกผู้เรียนและออกแบบหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งในห้องเรียนและในสถานประกอบการจริงแบบ 50/50 ส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้จากการทำงานจริงและห้องเรียนควบคู่กันไป โดยผู้ประกอบการสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด และสามารถนำค่าใช้จ่ายไปรับการยกเว้นภาษี-ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามที่สถานประกอบการนั้นๆ ได้รับ เมื่อจบการศึกษาระดับต่างๆ ก็ได้งานทำทันที สถานประกอบการก็จะได้บุคลากรที่ทำงานตรงตามสายงานตามที่จัดการศึกษาฝึกอบรมไว้

เป็นแนวทางการตอบโจทย์ตรงตามความต้องการจริงในทุกระดับชั้น ทั้งระดับ ปวช. ปวส. หรือปริญญาตรี เหมือนกับที่เยอรมัน ญี่ปุ่น และหลายๆ ประเทศที่ก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมทำสำเร็จมาแล้ว ส่วนอีอีซีโมเดลแบบ B เป็นการฝึกอบรมระยะสั้นที่สถานประกอบการจะทำความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ร่วมกันออกแบบหลักสูตรเพื่อจัดฝึกอบรมยกระดับสมรรถนะทักษะแบบระยะสั้นให้กลุ่มบุคลากรกลุ่มต่างๆ ให้ตรงกับการปรับฐานการผลิต-การบริการของสถานประกอบการต่างๆ เป็นการฝึกอบรมที่ตรงตามความต้องการจริง-นำไปพัฒนา คุณภาพการทำงานยุคใหม่ได้จริง โดย EEC สนับสนุนค่าใช้จ่ายการฝึกอบรมระยะสั้นในหลักสูตรที่ผ่านการรับรองให้ร้อยละ 50 ผู้ประกอบการจ่ายร้อยละ 50 และสามารถนำค่าใช้จ่ายในส่วนที่ออกไปนั้นไปขอยกเว้นภาษีได้ 2.5 เท่า ซึ่งช่วยให้สถานประกอบการยกระดับขับเคลื่อนสร้างการแข็งขันยุคใหม่ได้อย่างเป็นจริงจากระบบการจัดการนี้

แกนที่ 4 จัดกระบวนการทำงานที่สนับสนุนให้สถานประกอบการเชื่อมประสานกับองค์กรปกครองท้องถิ่นและผู้นำชุมชน เพื่อเปิดโอกาสช่วยยกระดับความรู้ความเข้าใจให้กับผู้คนในท้องถิ่น EEC HDC ให้ได้ดำเนินงานพัฒนาเชื่อมประสานกับท้องถิ่น ยกระดับความรู้ ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมในการพัฒนาบุคลากรและการพัฒนาประเทศ ผ่านการบริหารจัดการงานพัฒนาบุคลากรในพื้นที่ EEC และการจัดกิจกรรมเชื่อมประสานสร้างความเข้าใจสนับสนุนกันและกัน ระหว่างท้องถิ่นกับการพัฒนาส่วนอื่นๆ ทั้งสถานศึกษาและภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ให้เกิดการมีส่วนร่วมสร้างความคิด-ความเข้าใจ-ความร่วมมือในการพัฒนาประเทศในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกอย่างต่อเนื่อง หลากหลายรูปแบบ  

แกนที่ 5 สร้างเวทีความร่วมมือ-ปรึกษาหารือ ระหว่างผู้ประกอบการ-สถาบันการศึกษา-หน่วยงานที่มีส่วนร่วมผลิตบุคลากร เปิดเวทีประสานงานกลางในการพัฒนาบุคลากร-ปรับสร้างการศึกษายุคใหม่ ประสานการพัฒนาบุคลากรกับนิคมอุตสาหกรรมที่พร้อมจะทำงานกับสถาบันการศึกษา-ตามต้องการจริง ยกระดับการศึกษาให้ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

แกนที่ 6 สร้างความร่วมมือแบบยกพื้นที่-ยกนิคม ผลิตบุคลากรร่วมกันระหว่างนิคมอุตสาหกรรมกับสถานศึกษา-ปรับพื้นฐานภาคปฏิบัติสู่แพลตฟอร์ม 4.0 ทั้งภาคการผลิต-ภาคบริการผ่านศูนย์เครือข่ายความเชี่ยวชาญที่ EEC สนับสนุนขึ้นในสถานศึกษาต่างๆ

แกนที่ 7 พัฒนาความรู้ความเข้าใจสู่วงกว้าง-ผ่านกระทรวงอุดมศึกษา/สํานักงานการอาชีวศึกษา ส่งเสริมปรับการศึกษาทิศทางใหม่ให้ประเทศ ร่วมมือกับ CIWIE และกระทรวงศึกษา กระทรวงแรงงาน ฯลฯ จัดปรับการศึกษา-ผลิตสร้างบุคลากรที่ตอบโจทย์ความต้องการจริง (demand driven) ให้ประเทศเพื่อพัฒนาการศึกษาวันนี้สู่อนาคต.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ความฉ้อฉลทางจิตวิญญาณ .. ภัยร้ายของมนุษยชาติ!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ผลพวงจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ สะท้อนเหตุปัจจัยภาคสังคมหลายประการ ที่ทุกฝ่ายต้องศึกษาพิจารณาเพื่อความเข้าใจในสภาพธรรมทางสังคม ที่สะท้อนภาวะผลกรรมในองค์รวมของ กระแสจิตวิญญาณมหาชน..

บทสะท้อน... กระแสจิตหมู่... ภาคสังคม .. สู่การเลือกตั้ง!! .. ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ..

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. กำลังจะเข้าสู่ วันแห่งสันติภาพ.. ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยอ้างอิงเสียงประชาชนเป็นใหญ่ หมายถึง อำนาจในการปกครองที่มาจากปวงชน.. อันเป็นที่มาของคำถามว่า อะไรคืออำนาจ, อะไรคือหน้าที่.. และ หน้าที่กับอำนาจ จะใช้สัมพันธ์กันอย่างไรให้เกิดประโยชน์ เป็นไปเพื่อ สันติภาพของมนุษยชาติแท้จริง... ดังที่จะได้มีการใช้อำนาจ (อธิปไตย) ผ่านหน้าที่ตามสิทธิในการเลือกตั้งตามระบอบ ให้อำนาจและหน้าที่แก่ประชาชนใช้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่จะเกิดมีขึ้นในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ นี้ ในประเทศของเรา..

ธรรมชาติโดยธรรม ของผู้นำ ผู้แทน ผู้ปกครอง!

เจริญพร สาธุชน ผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เรื่องการเลือกผู้นำตามระบอบประชาธิปไตย ที่ประเทศในโลกตะวันตกพากันเห่อ.. คลั่งไคล้.. จนแพร่ระบาดมาสู่เอเชีย แผ่ไปทั่วบ้านเล็กเมืองน้อย ที่อนุวัตไปตามกระแส โลกาธิปไตย จริงๆ แล้ว มิใช่เป็นเรื่องใหม่ นับตั้งแต่เกิดการอุบัติขึ้นของสังคมมนุษยชาติ

เสียงสะท้อน-ข้อเสนอนโยบาย จากภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง

ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายต่างๆ ต่อประชาชน เพื่อหวังผลคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงการส่งตัวแทนพรรคไปร่วมเวทีดีเบต-นำเสนอนโยบายตามเวทีต่างๆ ที่จัดขึ้นหลายแห่ง

อย่าเลือกคน Gen Im เป็นผู้แทนอย่างเด็ดขาด!!

เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เมื่อพิจารณาลงไปในกระแสสังคมปัจจุบันที่อยู่ภายใต้อำนาจโลกธรรมอันมี เทคโนโลยีไอที เป็นใหญ่ ที่ชาวโลกมีความภาคภูมิใจให้เพลิดเพลินในการเข้าไปเชยชมยึดติด.. จึงกลายเป็น วัตถุกาม ของมารที่มีไว้ล่อหลอกให้สัตว์ทั้งหลายเข้าไปรักใคร่ ใหลหลง ผูกมัดรัดยึด ก่อเกิดความเศร้าหมองเร่าร้อน ด้วย อิทธิฤทธิ์ของมารา ที่ใช้มายา.. เป็นเครื่องมือ..