เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ในห้วงเวลาเทศกาลสงกรานต์หรือวันปีใหม่ไทย ที่ตรงกับ ๑๓ เมษายน ของทุกปี เชื่อมั่นว่า.. ชาวไทยทุกคนคงจะได้ร่วมทำบุญสร้างกุศลกับครอบครัวญาติมิตร เพื่อระลึกบูชาคุณพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย บรรพชนของตระกูล.. ซึ่งนับเป็นวัฒนธรรมประเพณีอันทรงคุณค่าที่สวยงามยิ่งของชาวไทยในวิถีพุทธศาสนา
จึงได้เห็นภาพการจราจรที่แน่นขนัด ไม่ว่าทางรถยนต์หรือเครื่องบินที่ประชาชนทยอยกันเดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเอง.. ในระหว่างวันที่ ๑๒-๑๖ เมษายน ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา
อาตมาเอง.. ก็เดินทางกลับภูมิลำเนาของตนเองในฐานะ สมณศากยบุตรในพระพุทธเจ้า .. แต่ภูมิลำเนาของพระสงฆ์นั้น.. ไม่ใช่บ้านเรือนถิ่นกำเนิดแบบทางโลก...
ภูมิลำเนาของพระสงฆ์.. นั้น ได้แก่ ภูเขา ป่าไม้ โคนไม้ เรือนร้าง.. อันเป็นสถานที่ที่สมณศากยบุตรควรคืนกลับไปสู่ถิ่นฐานของตน.. อันเป็นภูมิธรรมสถาน สมดังที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า..
..อิธ ภิกฺขเว ภิกฺขุ , อรญฺคโตวา รุกฺขมูลคโต วา สุญฺคารคโต วา..
นิสีทติ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา อุชุกายํ ปณิธาย ปริมุขํ สตึ อุปฏฺเปตวา...
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ไปสู่ป่าก็ดี ไปแล้วสู่โคนไม้ก็ดี ไปแล้วสู่เรือนว่างเปล่าก็ดี ..นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกายให้ตรง ดำรงสติอยู่เฉพาะหน้า
โส สโตว อสฺสสติ สโต ปสฺสสติ
“เธอย่อมมีสติจักหายใจเข้า.. ย่อมมีสติจักหายใจออก...”
การคืนกลับสู่ภูมิลำเนาแห่งธรรม.. เพื่อโคจรไปสู่ดินแดนถิ่นฐานกำเนิดของ อริยสัจธรรม อันมีอยู่แต่ภายในกายที่ยาววา หนาคืบ กว้างศอก อันมีสัญญาและใจครองอยู่.. จึงนับเป็นการคืนกลับภูมิลำเนาของพระสงฆ์ที่ควรถือปฏิบัติอย่างจริงจังและจริงใจ ด้วยความเข้าใจในธรรมชาติของชีวิต สังคม สิ่งแวดล้อม อย่างแท้จริง ภายใต้กฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ที่แสดงความเป็นจริงว่า..
“สิ่งทั้งหลายเป็นธรรมชาติ.. ที่แสดงความเป็นไปของความสัมพันธ์แห่งเหตุปัจจัยที่มาประชุมกันขึ้น เพื่อปรุงแต่งให้มีสภาวธรรมเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และแตกสลายไป แสดงความเป็นจริงขั้นสูงสุดในธรรมชาติที่ว่า.. ไม่เที่ยง เป็นทุกข์.. ไม่ใช่ตัวตน”
ในยามเช้าของวันที่ ๑๓-๑๔ เมษายนที่ผ่านมา.. ได้เดินลงจากภูเขา เพื่อบิณฑบาตญาติโยมชาวภูเก็ตและใกล้เคียง ที่มีศรัทธาเดินทางมาใส่บาตรตั้งแต่เช้ามืด โดยมี นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และภรรยา (คุณบุญวันดีฯ) ที่ได้มาร่วมใส่บาตร สรงน้ำพระพุทธรูป ถวายสังฆทาน และฟังธรรมเทศนา ร่วมกับญาติโยมชาวภูเก็ต ซึ่งในครั้งนี้ได้มีการเชิญผู้แก่ผู้เฒ่าอายุ ๙๘ ปี ที่มาใส่บาตรทุกครั้งเมื่อเดินทางมาพำนักบนพระธาตุภูหว้า มาเป็นญาติผู้ใหญ่ในการสรงน้ำ ที่เรียกว่า รดน้ำดำหัว .. ซึ่งนับเป็นภาพที่น่ายินดีต่อความสวยงามของการสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีของชาวไทย
หลังจากเสร็จสิ้นเทศกาลวันปีใหม่ไทย จึงได้ตัดสินใจเดินทางข้ามฟากจากฝั่งทะเลอันดามัน “เกาะภูเก็ต” สู่ฝั่งอ่าวไทย เพื่อไปพำนักภาวนาบนเทือกเขาบรรทัด ที่ชาวนครศรีธรรมราชเรียก “เขาหลวง” โดยได้ขออนุญาตพักใน เขตป่าต้นน้ำของอุทยานแห่งชาติน้ำตกเหนือฟ้า อดีตฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยที่สำคัญยิ่งในอดีตของภาคใต้.. ซึ่งปัจจุบันได้สูญสลายไปด้วยนโยบาย ๖๖/๒๓ ของรัฐบาลในยุคป๋าเปรม (พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ รัฐบุรุษของแผ่นดินไทย) ภายใต้ร่มพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ ๙ พ่อหลวงแห่งแผ่นดิน ที่ได้พระราชทานพระดำริอันทรงคุณค่า.. ที่นำไปสู่การยุติสงครามประชาชนอันสืบเนื่องมายาวนานลงไปได้..อย่างควรยินดียิ่ง
การเดินทางไปประพฤติธรรม.. เจริญภาวนาบนภูเขาในเขตป่าอุทยานแห่งชาติในครั้งนี้.. จึงมีคุณค่ายิ่ง เมื่อได้ เจริญพรหมวิหารธรรม เพื่อแผ่เมตตากรุณา.. แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย.. เพื่อการพลีบุญ.. อุทิศบุญแก่บรรพชนของแผ่นดิน.. และประชาชน.. ตลอดจนสัตว์เล็ก.. สัตว์น้อยที่ล้มหายตายจากไปด้วยเหตุการณ์ต่างๆ นานา... โดยเฉพาะจากไฟสงครามเย็นในอดีต
การเจริญเมตตาธรรม.. ทำให้เข้าใจถึงความสุข..ที่เกิดขึ้นจากการให้.. ความสุขที่เกิดขึ้นจากการคิดดี พูดดี ทำดี.. ที่ประกอบอยู่ในธรรมปฏิบัติตามหลักพรหมวิหาร.. นับเป็น ธรรมโอสถ ที่ประเสริฐเลิศล้ำ ทั้งต่อผู้ให้..และผู้รับ.. แม้ในผู้ร่วมรู้เห็นยินดี... อันควรแก่การบริหารอบรมจิตทุกคืนวัน
จึงต้องขออนุโมทนาในการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติและจิตอาสาประชาชนในท้องถิ่น ที่พยายามช่วยกันรักษาผืนป่าทรัพยากรอันทรงคุณค่าของแผ่นดินให้คงดำรงอยู่.. ไม่ล่มสลายไปตามความเลวร้ายของโลก
การไปพักภาวนาในเขตป่าอุทยานครั้งนี้ ได้มีโอกาสรับฟังการเล่าเรื่องราวการพิทักษ์ผืนป่าเขาหลวงที่มีเนื้อที่มากกว่าสามแสนไร่.. จาก คุณหฤษฎ์ชัย ฤทธิช่วย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช .. จึงเห็นใจเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติที่ต้องทำงานกันอย่างจริงจังบนข้อจำกัดในสภาพปัญหาต่างๆ.. ด้วยความมีจิตสำนึกของผู้ทำหน้าที่รักษ์ผืนป่าภูเขา เพื่อให้คงอยู่สืบเนื่องคู่แผ่นดินไทยสืบต่อไป
โดยเฉพาะการทำงานในเชิงมวลชน.. ที่ต้องอาศัยกำลังประชาชนในท้องถิ่น ให้ตื่นขึ้นมาช่วยกันรักษาป่าสมบูรณ์ผืนสุดท้ายที่ยังคงหลงเหลืออยู่
การให้ความรู้.. เพื่อแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ต่อการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ.. ที่ประชาชนในท้องถิ่นต้องเข้าใจ.. อย่างมีความสำนึก.. ในคุณ..โทษ ที่จะเกิดขึ้นตอบแทนคืนกลับสู่ชุมชน สังคม ในพื้นที่.. จึงเป็นภาระหน้าที่ที่สำคัญยิ่งที่จะต้องกระทำอย่างจริงจัง.. และต่อเนื่อง เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งกว่าการใช้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ซึ่งควรเป็นวิธีการสุดท้าย.. ต่อการอนุรักษ์ป่าไม้ภูเขาต้นน้ำลำธาร...
สำคัญยิ่งคือ ความใส่ใจอย่างจริงใจในนโยบายภาครัฐต่อเรื่องดังกล่าว ที่ควรยกขึ้นเป็นวาระของชาติในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อการดำรงอยู่ต่อไปอย่างยั่งยืนชั่วลูกชั่วหลาน...
แต่สิ่งที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง.. ต่อความจริงใจในนโยบายของรัฐ.. ผ่านกระทรวง ทบวง กรม.. ที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศ.. เมื่อได้รับทราบถึงกำลังเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ต้องรับผิดชอบพื้นที่ป่าภูเขาอันเป็นต้นกำเนิดของแหล่งน้ำทุกสายในพื้นที่โดยรอบ ที่แผ่กว้างกินพื้นที่ไปหลายจังหวัด ซึ่งมีจำนวนเนื้อที่ที่ต้องรับผิดชอบมากกว่าสามแสนไร่ บนเทือกเขาบรรทัด (ภูเขาหลวง) ว่า “มีข้าราชการเพียงคนเดียวในอุทยานแห่งชาติเขาหลวง..” นอกนั้นเป็นลูกจ้างของอุทยานฯ ที่ยังมีข้อจำกัดในการว่าจ้าง...
จึงขอฝาก คุณชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช.. ช่วยเดินหน้านำเจ้าหน้าที่สำนักอุทยานแห่งชาติ.. เรียกร้องขอความเห็นใจจากอำนาจรัฐต่อไป ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลพรรคการเมืองใด.. เพื่อจะได้มีกำลังเพียงพอที่มีประสิทธิภาพต่อการรักษาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศชาติให้ดำรงอยู่ต่อไป.. เพื่อความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน ประเทศชาติ.. เชื่อว่า.. ชาวไทยทุกหมู่เหล่าพร้อมสนับสนุนสำนักอุทยานแห่งชาติในเรื่องดังกล่าวอย่างเต็มกำลังด้วยความเต็มใจ..!
เจริญพร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'บ้านเมืองเราในรอบ 94 ปี : ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเหมือนเดิม'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความเรื่อง "บ้านเมืองเราในรอบ 94 ปี : ยิ่งเปลี่ยนก็ยิ่งเหมือนเดิม" มีเนื้อหาดังนี้
พระอุโบสถเวฬุวันมหาวิหาร อินเดีย อธิการกุศลในสมเด็จเจ้าฟ้าฯ
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๙ ตรงกับการจัดพิธีบำเพ็ญกุศล ปัณรสมวาร (๑๕ วัน) แห่งการสิ้นพระชนม์ เพื่ออุทิศถวายเป็นพระกุศลแด่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ส่วนราชการทุกจังหวัดทั่วประเทศพร้อมเพรียงกันจัดพิธีบำเพ็ญกุศลดังกล่าว.. ดังที่อาตมาได้รับนิมนต์จาก นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เพื่อเป็นองค์แสดงพระธรรมเทศนาในวาระดังกล่าว...
“สมเด็จเจ้าฟ้าแห่งประเทศพระพุทธศาสนา” ที่ชาวพุทธน้อมสำนึกฯ
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ต้องยอมรับความจริง อย่างเข้าใจจริง.. ในความเป็นจริง.. ที่มีอยู่จริง ในปัจจุบันขณะนั้น... จึงจะถูกต้องตรงตามหลักธรรมที่ว่า..
ความบังเอิญ .. ที่ไม่บังเอิญ “ณ ภูทอก .. หลวงปู่จวนฯ”
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา เช้าวันพระในวันจันทร์ที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๙ เป็น “วันอัฏฐมีบูชา”.. ได้เดินทางไปปฏิบัติศาสนกิจโครงการร้อยใจไทย สืบสานราชธรรมฯ ถวายเป็นพระราชกุศล แด่ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง”.
'ดร.เอนก' แพร่บทความ 'ใครเป็นพวกหัวรุนแรงถอนรากถอนโคน : เมืองไทยในรอบกว่าสิบปี'
ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ภาคีราชบัณฑิต อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เผยแพร่บทความ
ภาวะผกผันระหว่างบ้านเมือง-ศาสนา ในกระแสสติอ่อนล้า .. ของสังคม!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ติดตามข่าวสารรอบด้านที่เชื่อมสัมพันธ์กันทั้งทาง บ้านเมืองและฝ่ายศาสนา.. ได้เห็นปรากฏอาการ “โลกล้ำ-ธรรมล้น” อันเป็นไปตามสมัยวัตถุนิยม ที่แสดงถึง ภาวะอ่อนล้าของสติ สัมปชัญญะ โดยมวลรวมของภาคสังคม.. อันน่าศึกษายิ่ง

