เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา... กลับมาจากการเผยแผ่ธรรมใน ดินแดนกิมจิ.. เกาหลีใต้ ที่อากาศยังหนาวเย็น กลางคืนต่ำกว่าสิบองศา เมื่อมากระทบร้อนในบ้านเรา ร่างกายจึงกระเทือนพอสมควร มีอาการร้อนในจนเกิดอักเสบ ด้วยการเดินทางอย่างต่อเนื่องทุกวัน ทำให้การพักผ่อนร่างกายเพื่อปรับตัวสร้างภูมิ..ไม่เพียงพอ แม้จะระมัดระวังด้วยการดื่มน้ำบ่อยๆ .. ตลอดเวลาที่เดินทาง
กลับมาถึงประเทศไทย.. ที่เวลาล่วงเลยเข้าไปเกือบสามทุ่ม.. กว่าจะถึงที่พัก สำนักนครชัยศรีก็ล่วงไปเกือบ ๕ ทุ่ม.. จึงทำให้มีเวลาผ่อนคลายน้อยไป โดยเฉพาะในวันต่อมา (๒๘ เมษายน ๒๕๖๖) ได้รับนิมนต์จาก กระทรวงการต่างประเทศ ตามดำริ ท่านรัฐมนตรีว่าการ (คุณดอน ปรมัตถ์วินัย) ให้ไปบรรยายธรรมในหัวข้อชื่อ “Dhamma Diplomacy” แปลว่า “วิถีทูต..ทางธรรม” หลังจากเสร็จสิ้นการบรรยายก็ได้เดินทางเข้าสนามบินดอนเมือง.. เพื่อเดินทางไปพักที่สำนักเขาขุนน้ำคีรีวง อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ที่กล่าวกันว่า.. มีสภาพอากาศดีที่สุดในประเทศไทย
๒-๓ คืนผ่านไป.. สภาพของร่างกายเริ่มปรับตัวคืนคลาย.. โดยวิถีธรรมชาติบำบัด จึงได้เห็นอาการร้อนในอักเสบ.. มีไข้ขึ้น.. เริ่มออกอาการเจ็บคอ.. แต่ก็สามารถผ่อนคลายไปได้มาก เมื่อมีอากาศที่ดี.. อาหารที่ถูกสุขลักษณะ.. และมีการพักผ่อนอยู่กับธรรมชาติ.. การเจริญภาวนาที่พอเหมาะ...
แต่ทั้งนั้นก็ต้องอาศัยหยูกยาแผนปัจจุบัน เพื่อเข้าไปช่วยบรรเทาอาการอักเสบที่เกิดขึ้นแล้วภายใน และสภาพร้อนในจากการอักเสบ ที่ส่งผลกระทบกระเทือนต่อหลอดลม.. กล่องเสียง.. ในลำคอ
นับว่าเป็นเรื่องธรรมดาของ สังขารขันธ์ ที่ต้องปรับเปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัย สะท้อนความจริงแท้ของความเกิดขึ้น.. ตั้งอยู่.... เสื่อมสูญสิ้นสลายไป.. อันหาอัตตาเที่ยงแท้ในความเป็นตัวตนมิได้เลย.. จึงไม่สามารถบังคับบัญชาแม้ร่างกายนี้ให้อยู่ภายใต้อำนาจความต้องการได้
ชีวิตของเราทั้งหลายจึงดำเนินไปในท่ามกลางกระแสของแรงกรรม.. ปรากฏชัดเจนอย่างเป็นปัจจุบันตามฐานะของสัตว์นั้นๆ .. ที่ได้กระทำสิ่งนั้นๆ ไว้.. เพื่อให้สัตว์เหล่านั้นได้อาศัย.. เป็นผลกรรมที่ติดตาม กลายเป็นรูปลักษณะ ฐานะของสัตว์นั้นๆ ที่ต้องเป็นไปตามผลแห่งการกระทำนั้นๆ...
การสอนให้เข้าใจกฎธรรมชาติ.. ในรูปลักษณะของ กฎแห่งกรรม เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง.. เพื่อความเข้าใจใน กฎเกณฑ์ของจิต ที่มีสภาพธรรมเป็นธรรมชาติอันวิเศษพิสดาร ยากนักที่สัตว์โลกจะเข้าใจ.. หากไม่มี พระสัพพัญญุตญาณ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า.. จึงจัดเรื่องของกรรมไว้เป็นหนึ่งใน อจินไตย
คำว่า.. อจินไตย แปลโดยย่อว่า เป็นสิ่งที่ไม่ควรคิด หมายถึง สิ่งที่ไม่อาจเข้าใจด้วยตรรกสามัญของปุถุชน มี ๔ อย่าง ได้แก่ พุทธวิสัย ฌานวิสัย กรรมวิสัย และโลกวิสัย.. ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สามารถหาคำตอบได้ด้วยการคิดนึกแบบคนทางโลก.. และจะให้ผลทางลบกับพวกช่างคิดคาดเดาด้วยตรรกะของตนเอง ที่อาจกลายเป็นคนบ้าได้ ด้วยความหมายของอจินไตย..นั้น เป็นเรื่องทางจิต ที่ต้องรู้ด้วยการพัฒนาจิตให้บรรลุภูมิธรรมอันสูงเท่านั้น...
ในห้วงเวลาที่จาริกอยู่ในเขตแดนคาบสมุทรเกาหลี จึงได้ตั้งใจภาวนาในทุกแห่ง..เมื่อเข้าพัก โดยเฉพาะการได้เข้าไปพักอยู่ร่วมกับภิกษุมหายาน นิกายเซน.. ที่ยังคงรักษาวัดวาอาราม.. ให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืนได้ดีมาก แม้ในปัจจุบัน..
สะท้อนความเป็นพุทธนิกายเซน..ที่แท้จริง ด้วยการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับธรรมชาติ.. เพื่อคืนกลับสู่ธรรมชาติของชีวิต.. ที่มีที่สุด. คือ สุญญตา .. หาสาระแก่นสารในความเป็นตัวตนบุคคลเราเขามิได้เลย
แม้เป็นเวลาห้วงสั้นๆ สำหรับการจาริกประพฤติธรรมบนแผ่นดินเกาหลีใต้.. แต่ยังให้ถึงคุณประโยชน์อย่างยิ่งในฐานะพระภิกษุในพระพุทธศาสนา เมื่อได้รับอาราธนานิมนต์เป็นองค์แสดงธรรม เนื่องใน “งานเทศนา ๑๐๐ กัณฑ์ ของคณะสงฆ์มหายาน นิกายเซน” ที่จัดขึ้น ณ วัดบงอึนซา .. กรุงโซล โดยเป็นภิกษุเถรวาทรูปแรก.. รูปเดียว ใน ๑๐๐ รูป ซึ่งได้ร่วมแสดงธรรมในครั้งนี้ ดังที่ได้แสดงในหัวข้อ การเจริญอานาปานสติ.. สู่สุญญตา! เมื่อวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๖ ที่ผ่านมา
การแสดงธรรมในครั้งนี้ได้แปลตรงเป็นภาษาเกาหลีใต้เลย นับเป็นเรื่องที่ดียิ่ง จะเห็นได้จากผู้เข้าร่วมฟังเพื่อปฏิบัติธรรม ทั้งพระภิกษุและพุทธศาสนิกชนชาวเกาหลีใต้จำนวนมาก ได้สำรวมกาย วาจา ใจ.. ในการสดับรับฟังและปฏิบัติไปตามขั้นตอน.. จนเกิดการสัมผัสกับปีติสุขและความสงบ.. ที่เกิดจากการเข้าใจในธรรม.. ที่บรรยายกันอย่างถ้วนหน้า.. โดยมีเสียงสะท้อนกลับมาให้ทราบว่า ธรรมบรรยายในวันนี้.. เป็นธรรมชั้นสูงที่ปฏิบัติได้จริง ซึ่งไม่เคยได้ฟัง.. และไม่เคยได้รับการสอนให้ปฏิบัติอย่างนี้เลย... อันแสดงถึงความสัมฤทธิผลของการแปลตรงในครั้งนี้
จึงเป็นคุณค่าอย่างยิ่ง.. เป็นอานิสงส์อันไม่มีประมาณ ต่อการได้อัญเชิญ พระธรรมคำสั่งสอน.. จากมหาสติปัฏฐานสูตร.. ไปเผยแผ่ให้กับคณะสงฆ์มหายานและชาวพุทธในเกาหลีใต้ ได้ศึกษาปฏิบัติตามในครั้งนี้ ซึ่งจัดทำโดยคณะกรรมการจัดงาน..แห่ง วัดบงอึนซา.. ที่เขียนระบุเป็นภาษาเกาหลีใต้ว่า.. “พระอาจารย์อารยวังโส เป็นองค์ที่ ๔.. ในการแสดงธรรมกัณฑ์ที่ ๔ ในเทศกาลเทศนาธรรม ๑๐๐ กัณฑ์ ของพุทธศาสนามหายาน นิกายเซน.. เกาหลีใต้ ครั้งนี้”
หากสาธุชนติดตามใน social media .. ก็จะพบการเผยแพร่วิดีโอการสอนคลิปนี้ ที่เผยแพร่โดยสื่อทีวีของเกาหลีใต้.. ซึ่งบรรยายเป็นภาษาเกาหลีใต้ ในการเผยแพร่ข่าว.. ในงานเทศนาธรรม กัณฑ์ที่ ๔.. ดังกล่าว
การบรรยายธรรมปฏิบัติชั้นสูง..ในครั้งนี้ จึงนำไปสู่การดำริ.. ของศรัทธาชาวเกาหลีใต้ ที่ติดตามอุปัฏฐากดูแลตลอดทริปว่า... ควรจะได้มีการจัดอบรมการปฏิบัติธรรมชั้นสูง (วิปัสสนากรรมฐาน) ในครั้งต่อไปอย่างเต็มรูปแบบบนแผ่นดินเกาหลีใต้... ซึ่งอาตมาก็เห็นชอบด้วย.. โดยเฉพาะเมื่อได้เข้าเยี่ยมคารวะเจ้าอาวาสวัด พุลกุกซา ฮายอิน (พุลดุกซา ฮายอิน) ซึ่งเมื่อทราบว่า อาตมาเป็น พระวิปัสสนาจารย์ .. จึงได้พูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องการปฏิบัติธรรม โดยพระเถระแห่งพุทธศาสนามหายาน เกาหลีใต้ รูปดังกล่าวได้กล่าวว่า... “พระภิกษุเกาหลีใต้จะปฏิบัติแต่การทำฌานสมาธิ.. ไม่ได้ปฏิบัติตามแบบแผนวิปัสสนากรรมฐานแบบพระภิกษุชาวไทย”.. โดยตัวท่านเองได้มีโอกาสอ่านจากหนังสือของหลวงพ่อชา จึงสนใจในการเจริญวิปัสสนา ซึ่งอาตมาได้กล่าวบรรยายโดยย่อ.. เพื่อถวายธรรมแด่ท่านพระเถระ.. เจ้าอาวาสวัดพุลกุกซา.. และกล่าวในตอนท้ายก่อนจะอำลาว่า.. หากท่านและพระภิกษุเกาหลีใต้มีความสนใจศึกษาปฏิบัติกันอย่างจริงจัง ขอให้รวบรวมกันให้ได้สักคณะหนึ่ง.. และอาตมาจะหาโอกาสมาถวายความรู้ด้วยตนเอง.. ซึ่งท่านก็แสดงความยินดียิ่ง...
สำหรับ วัดพุลกุกซา..แห่งนี้ นับเป็นวัดที่วางรากฐานพุทธศาสนานิกายเซนไว้อย่างเข้มแข็ง.. สมกับเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัย อาณาจักรชิลลา (Silla) เป็นยุคสมัยที่พุทธศาสนารุ่งเรืองมาก มีสถาปัตยกรรมงดงามเป็นเอกลักษณ์ โดยมีการจัดภูมิทัศน์แฝงปรัชญาเซน.. เช่น ด้านหน้าวัด จะมีสระน้ำใหญ่ อันหมายถึง สระน้ำแห่งปัญญา ที่มีสะพานหินทอดข้ามมาสู่ประตูเทพพิทักษ์ทั้ง ๔ ทิศ ท่ามกลางธรรมชาติของป่าเขาโตฮัมซาน. ปัจจุบันอยู่ในเขตเมืองเคียงจู
และด้วยการรักษาดูแลอย่างดีมาโดยตลอด จึงได้รับการยกขึ้นเป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก (UNESCO’s World Cultural Heritage) นับเป็นสถานที่สำคัญและโดดเด่นทางวัฒนธรรมของเกาหลีใต้.. ที่ชาวพุทธควรภาคภูมิใจ.. หาโอกาสแวะไปเยี่ยมสนทนาธรรมกับพระภิกษุนิกายเซน.. ณ วัดพุลกุกซา ดังกล่าว.
เจริญพร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ความฉ้อฉลทางจิตวิญญาณ .. ภัยร้ายของมนุษยชาติ!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. ผลพวงจากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ สะท้อนเหตุปัจจัยภาคสังคมหลายประการ ที่ทุกฝ่ายต้องศึกษาพิจารณาเพื่อความเข้าใจในสภาพธรรมทางสังคม ที่สะท้อนภาวะผลกรรมในองค์รวมของ กระแสจิตวิญญาณมหาชน..
บทสะท้อน... กระแสจิตหมู่... ภาคสังคม .. สู่การเลือกตั้ง!! .. ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ ..
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. กำลังจะเข้าสู่ วันแห่งสันติภาพ.. ที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย โดยอ้างอิงเสียงประชาชนเป็นใหญ่ หมายถึง อำนาจในการปกครองที่มาจากปวงชน.. อันเป็นที่มาของคำถามว่า อะไรคืออำนาจ, อะไรคือหน้าที่.. และ หน้าที่กับอำนาจ จะใช้สัมพันธ์กันอย่างไรให้เกิดประโยชน์ เป็นไปเพื่อ สันติภาพของมนุษยชาติแท้จริง... ดังที่จะได้มีการใช้อำนาจ (อธิปไตย) ผ่านหน้าที่ตามสิทธิในการเลือกตั้งตามระบอบ ให้อำนาจและหน้าที่แก่ประชาชนใช้ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่จะเกิดมีขึ้นในวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙ นี้ ในประเทศของเรา..
ธรรมชาติโดยธรรม ของผู้นำ ผู้แทน ผู้ปกครอง!
เจริญพร สาธุชน ผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เรื่องการเลือกผู้นำตามระบอบประชาธิปไตย ที่ประเทศในโลกตะวันตกพากันเห่อ.. คลั่งไคล้.. จนแพร่ระบาดมาสู่เอเชีย แผ่ไปทั่วบ้านเล็กเมืองน้อย ที่อนุวัตไปตามกระแส โลกาธิปไตย จริงๆ แล้ว มิใช่เป็นเรื่องใหม่ นับตั้งแต่เกิดการอุบัติขึ้นของสังคมมนุษยชาติ
เสียงสะท้อน-ข้อเสนอนโยบาย จากภาคประชาชนถึงพรรคการเมือง
ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่พรรคการเมืองต่างๆ ออกมาแสดงวิสัยทัศน์และนำเสนอนโยบายต่างๆ ต่อประชาชน เพื่อหวังผลคะแนนเสียงเลือกตั้ง รวมถึงการส่งตัวแทนพรรคไปร่วมเวทีดีเบต-นำเสนอนโยบายตามเวทีต่างๆ ที่จัดขึ้นหลายแห่ง
อย่าเลือกคน Gen Im เป็นผู้แทนอย่างเด็ดขาด!!
เจริญพรสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาในพระพุทธศาสนา.. เมื่อพิจารณาลงไปในกระแสสังคมปัจจุบันที่อยู่ภายใต้อำนาจโลกธรรมอันมี เทคโนโลยีไอที เป็นใหญ่ ที่ชาวโลกมีความภาคภูมิใจให้เพลิดเพลินในการเข้าไปเชยชมยึดติด.. จึงกลายเป็น วัตถุกาม ของมารที่มีไว้ล่อหลอกให้สัตว์ทั้งหลายเข้าไปรักใคร่ ใหลหลง ผูกมัดรัดยึด ก่อเกิดความเศร้าหมองเร่าร้อน ด้วย อิทธิฤทธิ์ของมารา ที่ใช้มายา.. เป็นเครื่องมือ..
เจาะสนามเลือกตั้งขอนแก่น กระแส-กระสุนวัดกันเดือด!
กลายเป็นอีกสนามเลือกตั้งที่คอการเมืองต่างเฝ้าจับตามองและหมายมั่นปั้นมือที่จะคว้าเก้าอี้สำคัญของ จ.ขอนแก่น มาให้ได้ ดูได้จากการโหมโรงหรือการลงพื้นที่หาเสียงจากทุกพรรคการเมืองที่ล้วนต่างขนขุนพลชั้นนำระดับประเทศมาพบปะ มาปราศรัย มาลงพื้นที่เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.เขตของตนเอง แม้กระทั่งบางพรรคจะไม่มีตัวผู้สมัครเขต แต่ก็มาขอคะแนนเสียงเพื่อลงคะแนนให้กับ สส.บัญชีรายชื่อกันแทบทุกวันกันเลยทีเดียว

